ไลฟ์สไตล์

ร้านเหล้าบาร์เปิดใกล้มหาวิทยาลัย

ร้านเหล้าบาร์เปิดใกล้มหาวิทยาลัย

26 ธ.ค. 2557

เปิดซองส่องไทย : ร้านเหล้าบาร์เปิดใกล้มหาวิทยาลัย : โดย...ลุงแจ่ม

 
                          ในฐานะเป็นสมาชิกคมชัดลึกมาตั้งแต่เริ่มเปิดตัว วันนี้มีความเดือดร้อนต้องขอความช่วยเหลือ เนื่องจากในซอยลาดพร้าว 107 ปากซอยแยก 21 มีร้านบาร์เหล้าอยู่ร้านหนึ่ง ชื่อ ร้านฉ่ำบาร์ เปิดเพลงเสียงดังมาก ร้านนี้มีลักษณะเป็นร้านแบบเปิดโอเพ่นแอร์ ไม่มีกำแพงล้อมรอบ 
 
                          ผมเคยส่งเรื่องร้องทุกข์ไปยังสำนักงานเขตลาดพร้าว เว็บเพจผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สน.ลาดพร้าว รวมทั้ง คสช.ด้วย แต่ก็ไม่สามารถมาจัดการแก้ไขได้สักที ทางผมและชาวชุมชนได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก เพราะเวลาค่ำคืนจะนอนก็นอนไม่ได้ เสียงเพลงดนตรีสดส่งเสียงดังมาก บางคืนโดยเฉพาะคืนวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ จะมีวัยรุ่นมากินเหล้า พอเมาแล้วมีทั้งไล่แทงกัน ไล่ยิงกัน บ่อยมาก ผมเคยร้องเรียนไปตามหน่วยงานต่างๆ เรื่องก็เงียบหาย 
 
                          ไม่ทราบว่าทางเจ้าของท้องที่ทั้งหลายที่ผมเคยร้องเรียนไป ทำไมไม่มาจัดการ หรือว่าทางร้านนี้มีอะไรดีหรือเปล่าเลยมองไม่เห็น ผมว่ายุคนี้เป็นยุคของ คสช. น่าจะจัดการได้ง่ายแล้วนะ อีกอย่างผมจะทำเรื่องร้องเรียนไปที่ศูนย์ดำรงธรรม ก็ไม่สามารถทำได้ เพราะหน้าเว็บของศูนย์ดำรงธรรมไม่เปิดช่องหมายเลขประชาชนให้กรอกก็เลยทำการร้องเรียนไม่ได้ ไม่ทราบว่าท่านประยุทธ์จะทราบหรือไม่ว่าลูกน้องของท่านกำลังเล่นตลกกับท่าน 
 
                          ท่านบอกให้ร้องเรียนมา อยากถามว่า จะให้ร้องเรียนทางช่องไหน จึงมีความจำเป็นต้องร้องขอความอนุเคราะห์จากลุงแจ่มช่วยกรุณาสักครั้ง
 
                          อีกอย่างบาร์เหล้าตั้งอยู่ใกล้มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต แค่ออกจากรั้วมหาวิทยาลัยเดินไม่กี่ก้าวก็ถึงแล้ว ทำไมหน่วยงานราชการไม่ช่วยกันดูแลปกป้องเยาวชนของชาติให้พ้นภัยจากพวกผู้ใหญ่เห็นแก่ตัวพวกนี้ สงสารพ่อแม่นักศึกษาเหล่านี้จริงๆ รัฐบาลออกมาตรการมาก็เยอะ ส่วนใหญ่เป็นมาตรการไฟไหม้ฟาง ดูอย่างเช่น มาตรการ 5 จอม ตอนนี้เป็นไง เหมือนเดิม ข้าราชการขี้เกียจเหมือนเดิม แล้วทำอะไรได้ ถ้าต้องการปฏิรูปกันจริงๆ ผมว่าต้องจริงจังมากกว่านี้
 
 
บุญชัย
 
 
ตอบ
 
 
                          ฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาล สำนักงานเขตบางกะปิ ชี้แจงว่า กรณีร้านเหล้าซอยลาดพร้าว 107 แยก 21 ฝ่ายได้รับแจ้งเรื่องร้องเรียนจากประชาชนที่อาศัยละแวกใกล้เคียงร้านดังกล่าวบ่อยครั้ง ร้านที่สร้างปัญหาไม่ได้มีเพียงร้านฉ่ำบาร์เพียงร้านเดียว แต่มีร้านที่ให้บริการด้านอาหาร เครื่องดื่ม และมีวงดนตรีเล่นสด อีกหลายร้านตั้งอยู่บริเวณใกล้เคียงกัน ทุกร้านมีลักษณะเปิดโล่ง ทำให้ขณะเปิดให้บริการลูกค้ามีเสียงดนตรีดังรบกวนผู้พักอาศัยโดยรอบ ฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาล เข้าตรวจสอบทุกร้านที่ถูกร้องเรียน พบว่าร้านได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการอย่างถูกต้อง แต่ลักษณะของร้านที่มีการเปิดโล่ง เสียงดนตรี เสียงพูดคุย จึงกระจายออกทุกทิศทุกทาง ทำให้เกิดเสียงดังรำคาญรบกวนประชาชน ฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาล จึงแจ้งให้ผู้ดูแลร้านทราบถึงข้อร้องเรียน พร้อมทั้งออกคำสั่งให้ร้านปรับปรุงแก้ไข โดยกั้นห้องปิดเสียง
 
                          ต่อมามีประชาชนร้องเรียนมายังสำนักงานเขตบางกะปิอีกหลายครั้ง ฝ่ายจึงออกคำสั่งปรับร้านจนกว่าจะมีการแก้ไข แต่ยังไม่มีการแก้ไข อำนาจของฝ่ายคือออกคำสั่งปรับ ไม่มีอำนาจจับ ขณะนี้ฝ่ายส่งเรื่องปรับร้านค้าที่กระทำความผิดไปดำเนินการปรับที่ศาลแล้ว
 
                          ด้าน พ.ต.ท.วันชัย ขาวรัมย์ รอง ผกก.ป. สน.ลาดพร้าว ชี้แจงว่า ร้านเหล้าซอยลาดพร้าว 107 แยก 21 ที่มีกรณีร้องเรียนส่งเสียงดังจนเป็นเหตุเดือดร้อนรำคาญแก่ประชาชนทั่วไปมีทั้งหมด 3 ร้านด้วยกัน รวมทั้งร้านฉ่ำบาร์ด้วย ที่ผ่านมาตำรวจได้รับแจ้งตามกรณีร้องเรียนบ่อยครั้ง เมื่อเข้าตรวจสอบจะได้รับความร่วมมือเพียงชั่วคราว คือ ลดเสียงลง หากตำรวจถอนกำลัง เสียงจะกลับมาดังอีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้ เคยเรียกเจ้าของร้านทั้งสามร้านมาพูดคุยเพื่อให้ปรับปรุงแก้ไขและลดผลกระทบต่อประชาชนโดยรอบ รวมทั้งปัญหาทะเลาะวิวาท ก็ได้ขอความร่วมมือจากเจ้าของร้านให้ช่วยเป็นหูเป็นตาให้กับเจ้าหน้าที่ กรณีเสียงดังเป็นเหตุเดือดร้อนรำคาญนี้ต้องร่วมมือกันหลายหน่วยงาน โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครและเจ้าหน้าที่ตำรวจเจ้าของพื้นที่ ปัญหาจึงจะหมดไป ทั้งนี้ ในส่วนของตำรวจจะกวดขันให้บ่อยครั้งขึ้น ซึ่งเป็นการป้องปรามไม่ให้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น ทั้งเรื่องเหตุเดือดร้อนรำคาญ ทะเลาะวิวาท และทำร้ายร่างกาย 
 
                          ส่วนการแจ้งเรื่องร้องเรียน ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนหรือต้องการแจ้งเบาะแสการกระทำความผิด สามารถแจ้งได้ที่สถานีตำรวจท้องที่ ตลอด 24 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่เร่งเข้าดำเนินการเข้าตรวจสอบทันที
 
 
ลุงแจ่ม
 
 
 
ทำสัญญาเช่าเป็นทางการ
 
 
                          มีเรื่องร้อนใจอยากทราบค่ะ คือว่า สามีมีที่ดินอยู่แปลงหนึ่งซึ่งเป็นสมบัติเก่าแก่ที่ได้รับมาจากคุณแม่ แต่ปัจจุบันไม่ได้ทำประโยชน์ จึงให้ญาติของพ่อทำประโยชน์ ซึ่งปัจจุบันเขาก็ใช้พื้นที่ตรงนี้ทำนา โดยที่ผ่านมาก็ไม่เคยเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรว่า เป็นการให้ใช้เพื่อประโยชน์โดยห้ามีสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งเขาก็ทำนามาประมาณ 5 ปีแล้ว 
 
                          ปัญหาเกิดขึ้นตรงที่ ปัจจุบันผู้ที่ใช้ที่ดินเริ่มมีสิ่งปลูกสร้างบนที่ดิน ด้วยการปลูกบ้านหลังขนาดไม่ใหญ่มาไว้บนที่ดินหนึ่งหลัง โดยที่ไม่เคยขออนุญาตก่อน จึงอยากทราบว่า กรณีนี้อย่างนี้เขามีความผิดไหม
 
                          แล้วถ้าสามีดิฉันต้องการให้เขาย้ายออก หรือไม่ให้ทำกินตรงนี้แล้วจะทำอย่างไรได้บ้าง เพราะเกรงว่า ถ้าปล่อยไว้เขาอาจจะมีสิ่งปลูกสร้างที่ถาวรกว่านี้ เลยจะทำให้รู้สึกไม่ดีไปกันใหญ่ หรืออาจจะมีเรื่องราวบานปลาย ถ้าเป็นอย่างนั้น ควรจะจัดการอย่างไรดี ให้ออกไปเลย หรือให้เช่าแบบมีการทำจดหมายแบบเป็นทางการ แล้วถ้าให้เช่า เรื่องสิ่งปลูกสร้างควรตกลงกันอย่างไรดีคะ
 
 
อริยา
 
 
ตอบ
 
 
                          ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชน อาจารย์ชลธิชา สมสะอาด คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำเรื่องนี้ว่า ถ้าว่ากันตามหลักกฎหมายแล้ว ถ้ามีการฟ้องร้องแล้วถามขึ้นมาถึงการที่เข้ามาอยู่บที่ดินของคุณแล้วมีการปลูกสร้างนั้น ในขั้นแรกก็ต้องมีคำถามกลับมาที่คุณก่อนว่า ทางคุณเป็นผู้อนุญาตให้เข้าไปทำกินหรือเปล่า แล้วขอบเขตการทำกินมีมากน้อยแค่ไหน ซึ่งตรงนี้ก็เป็นเรื่องยากที่จะบอกว่าผิดหรือไม่ผิด แต่ถ้าคุณไม่เคยอนุญาตให้เข้ามาทำกินเลย แต่เขาเข้ามาใช้พื้นที่แล้วมีสิ่งปลูกสร้าง กรณีนี้ ถือว่าผิด และบุกรุก
 
                          ส่วนในเรื่องที่บอกว่า จะให้ออก หรือ จะให้อยู่ กรณีนี้คงต้องอยู่ที่การตัดสินใจของคุณ แต่ขอแนะนำว่า ในการที่จะให้ญาติเข้ามาใช้ประโยชน์บนที่ดินนี้ควรจะต้องมีสัญญาการเช่าเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งการเช่าบนที่นานั้น ถ้าเป็นการเช่าเพื่อการทำกินอย่างเดียวก็จะไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม แต่ถ้าเป็นการเช่าเพื่อปลูกบ้าน หากเกิน 3 ปี ต้องเสียค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนด้วย 
 
                          ทางที่ดีควรให้เช่าระยะยาวไปเลย จะได้สบายใจกันทั้งสองฝ่าย แล้วก็มีการกำหนดกันให้ชัดเจนไปเลยว่า จะสามารถปลูกสร้างอะไรได้บ้าง เพื่อที่ว่าจะได้ไม่มีปัญหากันทั้งสองฝ่าย แล้วก็จะได้ไม่ต้องมาเสียความรู้สึกต่อกัน หากมีการก่อสร้างสิ่งต่างๆ ลงไปโดยที่อีกฝ่ายหนึ่งไม่รู้
 
 
ลุงแจ่ม