
เปิดซองส่องไทย : โดนงัดห้องจนหมดตัว
25 ธ.ค. 2557
เปิดซองส่องไทย : โดนงัดห้องจนหมดตัว : โดย...ลุงแจ่ม
ดิฉันอยู่เอื้ออาทรศาลายา 3 โดนขโมยงัดห้องรื้อค้นข้าวของอย่างสบายๆ เปิดเข้ามาใช้เวลาหยิบรื้อหาของสบายใจมาก แจ้งทางการเคหะแห่งชาติแล้ว ก็ทำไม่รู้ไม่ชี้ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ทำอะไรให้ไม่ได้ แถมส่วนกลางก็เก็บแพงมาก แล้วมาเก็บแบบตรงเวลา แต่ความปลอดภัยกลับไม่มีให้เลย ไม่แก้ไขอะไรทั้งนั้น แทนที่จะมีการป้องกัน หรือช่วยเหลือลูกบ้าน
แต่ทางการเคหะฯ กลับถือว่าขายที่อยู่ให้แล้ว แต่ไม่มาดูแลผู้อยู่อาศัย ของหาย โดยงัดห้อง เกือบ 50% ของทั้งหมด รถจักรยานยนต์จอดๆ อยู่บนถนนดีๆ ก็หาย บางครั้งล้อหายบ้าง หมวกกันน็อกหายบ้าง ทำอะไรไม่ได้เลย แจ้งไปก็เงียบ อยากให้ทางการเคหะฯ เข้ามาช่วยเหลือหรือหามาตรการความปลอดภัยที่มากขึ้นให้แก่ผู้อยู่อาศัยด้วย
ไม่ใช่ว่าขายโครงการได้แล้วก็ไม่รับรู้ ไม่สนใจอะไรเลย ชาวบ้านที่อยู่ทุกข์ใจเป็นอย่างมาก ไม่รู้จะพึ่งใครได้ ไม่กล้าที่จะออกไปทำงาน กลัวโจรเข้าบ้าน แต่ถ้าไม่ออกจากบ้านไปทำงานก็ไม่มีเงินที่จะใช้จ่ายในแต่ละวัน ก็ต้องทนทำใจและลุ้นทุกครั้งเวลาเปิดห้องเข้ามาว่าจะโดนงัดแงะหรือไม่ วอนทางการเคหะฯ เร่งช่วยเหลือด้วย ไม่ใช่อยู่ให้ชีวิตอยู่ร่วมกับโจร และรอโจรมาขโมยของได้ทุกวัน
สิริกร / เอื้ออาทรศาลายา 3
ตอบ
น.ส.ปณัดดา สืบสกุล ผู้อำนวยการกองสื่อสารและประชาสัมพันธ์ การเคหะแห่งชาติ ชี้แจงว่า ตามที่ผู้อยู่อาศัยในโครงการบ้านเอื้ออาทรศาลายา 3 ได้ร้องเรียนกรณีได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาขโมยงัดห้องและลักรถจักรยานยนต์ ซึ่งต้องการให้การเคหะแห่งชาติเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย รวมทั้งอัตราการเก็บค่าส่วนกลางสูงนั้น
การเคหะแห่งชาติได้มอบหมายให้สำนักงานนิติบุคคลอาคารชุดเอื้ออาทรศาลายา 3 และ 3/1 ซึ่งเป็นผู้ดูแลและบริหารโครงการบ้านเอื้ออาทรศาลายา 3 ของการเคหะแห่งชาติ และทางการเคหะแห่งชาติก็ได้ประสานงานไปยังสถานีตำรวจภูธรสามพราน เพื่อขอความร่วมมือในการจัดส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้ามาตรวจตราดูแลภายในโครงการบ้านเอื้ออาทรศาลายา 3 อย่างเข้มงวดมากขึ้น
หากผู้อยู่อาศัยท่านใดได้รับความเดือดร้อนสามารถแจ้งโดยตรงได้ที่ สำนักงานนิติบุคคลอาคารชุดเอื้ออาทรศาลายา 3 และ 3/1 โทร.0-2497-0106 สำหรับเรื่องการเก็บค่าส่วนกลางเป็นไปตามระเบียบที่กำหนดไว้คือ 250 บาทถ้วน ซึ่งได้แจ้งให้ผู้อยู่อาศัยรับทราบล่วงหน้าก่อนเข้าพักอาศัยแล้ว
ลุงแจ่ม
ลูกมีสิทธิถ้าพ่อเซ็นรับรอง
เรื่องของดิฉันมีอยู่ว่า คบอยู่กับแฟนมา 3 ปี เตรียมจะแต่งงานกัน แต่ก่อนแต่งงานดิฉันเพิ่งทราบว่า เขาไปทำผู้หญิงท้อง ผู้หญิงคนนั้นมาหาดิฉัน บอกว่า ท้องกับแฟน ดิฉันก็เลยให้แฟนรับผิดชอบเธอไป เขาก็แต่งงานกันไป แต่ปรากฏว่า แฟนดิฉันก็ยังไม่เลิกติดต่อกับดิฉัน แรกๆ ดิฉันก็ไม่คุยด้วย แต่ด้วยความที่เคยรักกันก็เลยติดต่อกัน
ดิฉันก็รู้ว่า เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องนัก จึงพยายามเลิกติดต่อแต่ยังทำไม่ได้ ปรากฏว่า ภรรยาของเขาเริ่มทราบ แล้วก็มาว่าดิฉัน บอกว่า ถ้าไม่ยอมเลิกติดต่อกัน เธอจะฟ้องดิฉันฐานเป็นชู้กับสามี แล้วจะเรียกร้องค่าเสียหาย อยากทราบว่า เธอทำได้ไหมคะ และที่สำคัญดิฉันกำลังตั้งท้อง แฟนของดิฉันมีสิทธิรับลูกที่เกิดมาเป็นลูกอย่างถูกต้องตามกฎหมายไหมคะ
ศศิธร
ตอบ
ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชน อาจารย์ปราชญา อ่อนนาค คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำว่า ในเรื่องนี้ ถ้าภรรยาคนแรกจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายกับแฟนของคุณ เธอก็มีสิทธิเต็มที่ในการที่จะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากคุณ ซึ่งถือว่า เป็นการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนฐานที่คุณเป็นชู้กับสามีของเธอ
ส่วนเรื่องของลูกนั้น เนื่องจากคุณกับแฟนไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน ดังนั้น ลูกที่เกิดมาแม้แฟน หรือสามีของคุณจะทำการใส่ชื่อว่าเป็นบิดา แต่ถือว่าเป็นการเป็นบิดาทางพฤตินัย ไม่ใช่ทางนิตินัย ดังนั้น ถ้าคุณต้องการให้ลูกได้รับการเป็นบุตรจากสามีอย่างถูกต้องก็ต้องฟ้องร้องเพื่อให้มีคำสั่งศาลสั่งให้มีการรับรองบุตร ถ้ามีการดำเนินการอย่างนี้ ลูกของคุณก็จะได้รับการรับรองเป็นบุตรอย่างถูกตามกฎหมายในทันที แต่ถ้าไม่ได้มีการฟ้องร้องก็คงต้องรอให้ลูกคุณโตก่อน และโตถึงขนาดให้การว่ายินยอมรับสามีคุณเป็นพ่อได้ แล้วก็จูงมือกันไปที่อำเภอ หรือเขตเพื่อรับรองบุตร
การรับการรับรองเป็นบุตรอย่างถูกต้องตามกฎหมายนั้น มีผลในเรื่องของการรับมรดกหรือทรัพย์สิน คือ ถ้าสามีของคุณมีทรัพย์สิน และถ้าเกิดสามีเสียชีวิต ในฐานะที่ลูกของคุณเป็นลูกอีกคนหนึ่งที่ถูกต้องตามกฎหมายของสามี ลูกของคุณก็จะมีสิทธิเท่ากับลูกคนอื่นๆ ของสามีของคุณในการรับมรดกจากคุณ โดยจะต้องแบ่งมรดกที่มีอยู่ให้ลูกได้รับเท่าๆ กันทุกคน
ตรงนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะดำเนินการอย่างไร
ลุงแจ่ม



