
เหยื่อบุหรี่-สสส.ยื่นสปช.หนุนแก้พ.ร.บ.ควบคุมยาสูบ
เหยื่อบุหรี่-สสส.ยื่นสปช.หนุนแก้พ.ร.บ.ควบคุมยาสูบ แฉตัวเลขสิงห์อมควันไทยเกือบ 11ล้านคน ยอดขาย2 พันล.ซองต่อปี
23ธ.ค.2557 นางสายชล ศรทัตต์ ตัวแทนเครือข่ายโรคอื่น ๆและผู้ได้รับผลกระทบจากการสูบบุหรี่ ร่วมกับตัวแทนสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)ได้ยื่นหนังสือต่อนางพรพันธุ์ บุญรัตพันธ์ ประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูประบบสาธารณสุข สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เพื่อขอให้สนับสนุนร่างพ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.. เนื่องจากบุหรี่เป็นสารเสพติดชนิดหนึ่งซึ่งติดง่ายและเลิกยาก ซึ่งบุรี่ไม่จำเป็นต่อชีวิต ไม่ใช่วิตามินและอาหารเสริมที่ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย แต่ตรงข้ามกับมีสารพิษมากที่ก่อให้เกิดมะเร็งและโรคต่าง ๆดังนั้นมาตรการลดความสูญเสียจากการสูบบุหรี่ที่สำคัญคือการป้องกันเด็กและเยาวชนไม่ให้สูบบุหรี่ และสร้างสุขภาพที่ดีของประชาชน
ก่อนหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขได้มีการแก้ไขปรับปรุงพ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบพ.ศ.2535 และพ.ร.บ.คุ้มครองสุขภาพผู้ไม่สูบบุหรี่พ.ศ.2535 แต่เพื่อให้ทันกับสถานการณ์ปัจจุบันและสอดคล้องกับพันธะกรณีของอนุสัญญาควบคุมการบริโภคยาสูบขององค์การอนามัยโลก โดยปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุขกำลังเสนอให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมพ.ร.บ.ดังกล่าว โดยเสนอต่อคณะรัฐมนตรีและสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พิจารณาจึงเป็นเรื่องที่ถูกต้องและสมควรได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน เนื่องจากปัจจุบันมีเด็กและเยาวชนติดบุหรี่แล้วถึง 1,671,194 คน มีผู้เสียชีวิตจากการสูบบุหรี่ถึงวันละ 140 คน หรือปีละ 50,710 คน ขณะที่บริษัทบุหรี่กลับทำกำไรมหาศาล เฉพาะในประเทศไทยได้กำไรถึงปีละ 1 หมื่นล้านบาท จึงจำเป็นต้องมีพ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบอย่างเร่งด่วน เพื่อการที่ทรัพยากรบุคคลที่มีสุขภาพดี และมีประสิทธิภาพ เพิ่มความสามารถในการพัฒนาและแข่งขันทางเศรษฐกิจและความมั่นคงของชาติ
ทั้งนี้มูลนิธิรณรงค์เพี่อการไม่สูบบุหรี่ยังได้ทำสมุดปกขาวเปิดเผยข้อเท็จจริงและความจำเป็นของร่างพ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ โดยมีเนื้อหาส่งเสริมการไม่สูบบุหรี่และสร้างแรงจูงใจให้ผู้สูบบุหรี่ได้เลิกพฤติกรรมสูบบุหรี่เพิ่มขึ้น โดยข้อมูลที่เกี่ยวกับการบริโภคยาสูบปี 2554 พบว่ามีจำนวนผู้สูบบุหรี่ถึง 10.9 ล้านคน ทำให้สูญเสียงบประมาณถึง 5.2 หมื่นล้านบาท ขณะที่ยอดจำหน่ายบุหรี่ต่อปีเฉลี่ยระหว่างปี 2534-2556 จำนวน 2,008 ล้านซอง โดยโรงงานยาสูบได้กำไรจากส่วนแบ่งการตลาดร้อยละ 75 บริษัทฟิลลิป มอร์ริส ร้อยละ 22 และอื่นๆร้อยละ 3 กำไรโรงงานยาสูบต่อปี 6 พันล้านบาท กำไรบริษัทฟิลลิป มอร์ริส 3 พันล้านบาท
สาระสำคัญของร่างดังกล่าวมีการแก้ไขคำนิยาม “ผลิตภัณฑ์ยาสูบ”ให้รวมถึงผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆเช่น บุหรี่ไฟฟ้า บารากู่ คำว่า “การโฆษณา”ให้ครอบคลุมการสื่อสารการตลาดรูปแบบใหม่ เช่น พริตตี้ ห้ามขายบุหรี่แก่ผู้อายุต่ำกว่า 20 ปี (ปัจจุบัน18 ปี) ห้ามขายผ่านสื่ออิเลคทรอนิคส์ ห้ามมีการแบ่งขาย ห้ามส่วนราชการรับการอุปถัมภ์จากธุรกิจยาสูบ บริษัทบุหรี่ต้องจัดส่งรายงานประจำปีให้คณะกรรมการควบคุมการบริโภคยาสูบ



