
นาฏศิลป์ไทยไปไคโรเชื่อมสัมพันธ์ไทย-อียิปต์60ปี
นาฏศิลป์ไทยไปไคโรเชื่อมสัมพันธ์ไทย-อียิปต์60ปี : สุพินดา ณ มหาไชยรายงาน
โรงละคร EI Gomhoria Theatre กลางกรุงไคโร สาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ ขนาด 600 ที่นั่ง แน่นไปด้วยแขกทั้งชาวไทยและแขกวีไอพีเจ้าของประเทศที่มาชมการแสดงนาฏศิลป์ไทยสุดอลังการ ซึ่งสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ขนนักแสดงกว่า 20 ชีวิตมาวาดลวดลาย สมาร์ทโฟนถูกชูขึ้นมาไม่ขาดสายเพื่อบันทึกภาพวัฒนธรรมคนละซีกโลก โดยเฉพาะการแสดง 2 ชุดสุดท้าย "ตาลีออกยอเก๊ต" และ "ดึงครกดึงสากออก" ที่มีจังหวะคึกคัก เรียกความสนใจจากเป็นชาวไคโรได้เป็นพิเศษ
ขณะที่ผู้ชมชาวไทยก็ได้มีโอกาสชมการแสดงประจำชาติของเจ้าถิ่น สายสัมพันธ์ของ 2 ประเทศถูกร้อยกระชับอีกครั้งโดยผ่านวัฒนธรรม และนี่คือเป้าหมายของการแสดงคืนนี้ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงานฉลองความสัมพันธ์เนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปี ของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-อียิปต์ จัดขึ้นโดยความร่วมมือของกระทรวงวัฒนธรรม และสถานเอกอัตรราชทูตไทย กรุงไคโร กระทรวงการต่างประเทศ ไทยเปิดความสัมพันธ์ทางการทูตกับดินแดนลุ่มแม่น้ำไนล์ มาตั้งแต่ พ.ศ.2497 แต่ความห่างไกลและความแตกต่างทางวัฒนธรรม จึงยังทำความรู้จักได้ไม่มากเท่าที่ควร โดยเฉพาะช่วงสับสนทางการเมืองในอียิปต์เมื่อสองสามปีที่ผ่านมา การปฏิสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ ยิ่งซบเซา
"พีรศักย จันทวรินทร์" เอกอัครราชทูต ณ กรุงไคโร บอกว่า ปกติมีนักท่องเที่ยวไทยมาเยือนดินแดนแห่งนี้ประมาณปีละ 1 หมื่นคน แต่หายไปมากในช่วงที่เกิดความวุ่นวายทางการเมืองในปี 54-56 แต่หลังจากมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีในเดือนพฤษภาคม 2557 สถานการณ์เริ่มเข้าปกติขึ้น จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติก็เริ่มกลับมา รวมทั้งนักท่องเที่ยวไทย แต่ยังไม่มากเหมือนเมื่อก่อน
อย่างไรก็ตาม อียิปต์เป็นยุทธศาสตร์ที่น่าสนใจ ประเทศอิสลามสายกลางแห่งนี้มีบทบาททางการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมในตะวันออกกลาง แอฟริกา และยังเป็นตลาดขนาดใหญ่ ขณะเดียวกัน อียิปต์ก็สนใจความร่วมมือกับไทยหลายประเภท อาทิ การท่องเที่ยว การประมงน้ำจืด การลงทุนด้านการเกษตร และพลังงาน
ส่วนประเทศไทย สนใจความร่วมมือทางวัฒนธรรมหลายๆ ด้านจากอียิปต์เช่นกัน ดังนั้น ระหว่างการเดินทางเยือนอียิปต์ของ "วีระ โรจน์พจนรัตน์" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อเปิดงานฉลองความสัมพันธ์ 60 ปีไทย-อียิปต์ จึงได้ถือโอกาสหารือกับ Dr. Gaber Asfour รมว.วัฒนธรรมอียิปต์ และ Dr.Mamdouh Mohamed Gad El-Damati รมว.โบราณคดี เพื่อเตรียมจัดบันทึกความร่วมมือด้านวัฒนธรรมระหว่าง 2 ประเทศ
"ทั้ง 2 ฝ่ายตกลงจะมีการจัดงานแสดงวัฒนธรรมแลกเปลี่ยนกันในปี 2558 นอกจากนั้น ประเทศไทยได้แสดงความสนใจเข้าร่วมงานเทศกาลภาพยนตร์ซึ่งอียิปต์มีจัดเป็นประจำทุกปี 6 เทศกาลใหญ่" วีระ กล่าว
อียิปต์ เป็นผู้นำวงการภาพยนตร์ในกลุ่มประเทศอาหรับ หากไทยสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในอุตสาหกรรมบันเทิงของที่นี่ได้ ย่อมได้ประโยชน์หลายประการ อย่างไรก็ตาม ไฮไลท์จริงๆ ของการเยือนอียิปต์ครั้งนี้ อยู่ที่การเจรจาความร่วมมือทางด้านโบราณคดีกับดินแดนที่เป็นอู่อารยธรรมของโลกซึ่งคณะของกระทรวงวัฒนธรรมได้มีโอกาสศึกษาดูงานยังแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังระดับโลก เช่น หุบเขากษัตริย์ (Valley of King) ที่เมืองลักซอร์ ซึ่งขุดค้นพบสถานที่ฝังพระศพของฟาโรห์ 62 พระองค์ รวมทั้ง ตุตันคาเมน, พีระมิดกีซ่า และพิพิธภัณฑ์แห่งชาติของอียิปต์ซึ่งมีโบราณวัตถุล้ำค่าจัดแสดงอยู่กว่า 1 แสนชิ้น
วีระ บอกว่า อียิปต์ สามารถใช้ประโยชน์จากโบราณสถานและแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมทำรายได้เข้าสู่ประเทศได้อย่างมาก ทั้งยังมีความเชี่ยวชาญในงานอนุรักษ์จัดการโบราณสถาน เพราะฉะนั้น จึงได้ทำความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ รวมถึงขอให้ทางอียิปต์อบรมให้ความรู้แก่บุคลากรของไทย นอกจากนั้น จะมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการจัดการหอจดหมายเหตุ ห้องสมุดด้วย ในฐานะที่อียิปต์มีห้องสมุดเมืองอเล็กซานเดรียที่เมืองอเล็กซานเดรีย ซึ่งเป็นห้องสมุดชั้นนำของโลก อีกทั้งจะมีการแลกเปลี่ยนความรู้การอนุรักษ์เอกสารเก่าของหอจดหมายเหตุ โดยเฉพาะองค์ความรู้ในการเก็บรักษากระดาษปาปิรุสที่สามารถนำมาปรับใช้กับการอนุรักษ์กระดาษสาซึ่งมีอยู่ในหอจดหมายเหตุจำนวนมาก
ก่อนกลับบ้าน รมว.วัฒนธรรมของไทย ยังเจรจากับทางอียิปต์ ยอมให้ไทยนำโบราณวัตถุมาจัดแสดงในประเทศไทย นับว่า การมาเยือนดินแดนแห่งฟาโรห์ครั้งนี้คุ้มค่า นอกจากจะได้เปิดความสัมพันธ์กันอีกครั้ง เพื่อเปิดทางสู่การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวระหว่าง 2 ประเทศแล้ว ไทยยังได้โอกาสเรียนรู้จากดินแดนอันรุ่มรวยแหล่งโบราณสถานอันดับต้นๆ ของโลกด้วย



