
ปิดเมืองเชียงใหม่โชว์ศิลป์หลากไอเดีย
25 ธ.ค. 2557
ศิลปวัฒนธรรม : ปิดเมืองเชียงใหม่ โชว์ศิลป์หลากไอเดีย
"เชียงใหม่" ถือเป็นศูนย์รวมความเจริญของจังหวัดในแถบภาคเหนือ ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ ศิลปวัฒนธรรมที่มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ สถานที่ท่องเที่ยวสวยงามจนกลายเป็นจุดหมายปลายทางของบรรดานักท่องเที่ยว ทั้งยังเป็นแหล่งรวมด้านศิลปะหลากหลายแขนง และเมื่อไม่นานนี้เชียงใหม่ยังได้รับเลือกให้เป็นสถานที่จัดเทศกาลงานออกแบบครั้งแรกในประเทศไทย "เชียงใหม่ ดีไซน์ วีค 2014" จัดโดย ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (ทีซีดีซี) เชียงใหม่ เพื่อเป็นสะพานเชื่อมโยงศักยภาพของนักออกแบบและนักสร้างสรรค์สู่โอกาสในตลาดสากล
ภายในงานมีการรวบรวมผลงานเชิงสร้างสรรค์มากกว่า 51 โชว์เคส 26 เวิร์กช็อป และ 25 งานบรรยาย ร่วมกับกว่า 100 แบรนด์ดังในท้องถิ่น หน่วยงานภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษาและองค์กรระหว่างประเทศ มาจัดแสดงทั่วเมืองเชียงใหม่ภายใต้ธีมหลัก "บอร์น ครีเอทีฟ" ซึ่งสะท้อนถึงการเติบโตของเมืองเชียงใหม่ที่เป็นมากกว่าจุดหมายของนักเดินทาง แต่ยังเป็นพื้นที่บ่มเพาะความสร้างสรรค์ให้งอกเงย และเผยให้เห็นถึงพลังของความสร้างสรรค์ไม่รู้จบ นำเสนอผ่านเรื่องราวของงานออกแบบกับเมือง งานออกแบบกับสังคม และงานออกแบบกับชีวิตในหลากหลายรูปแบบ อาทิ นิทรรศการ เวิร์กช็อป การเสวนา งานบรรยาย งานประชุมสัมมนา การแสดงผลงานศิลปะจัดวาง งานเปิดตัวคอลเลกชั่นล่าสุดและตลาดดีไซน์ที่รวบรวมสินค้าผู้ประกอบการหน้าใหม่
การจัดงาน "เชียงใหม่ ดีไซน์ วีค 2014" แบ่งเนื้อหาออกเป็น 5 ส่วน ได้แก่ 1.ดีไซน์ โชว์เคส: การแสดงพลังสร้างสรรค์ผ่านผลงานคอลเลกชั่นใหม่ล่าสุดที่ออกแบบมาเพื่อเทศกาลงานออกแบบโดยเฉพาะ จากฝีมือนักออกแบบ ผู้ผลิต และผู้ประกอบการระดับไอคอนที่จะสร้างแรงกระเพื่อมทางความคิดให้แก่เมือง 2.ครีเอทีฟ สเปซ เวิร์กช็อป: โอกาสดีที่ชาวเชียงใหม่และผู้สนใจในพื้นที่ใกล้เคียงจะได้ร่วมวงสร้างสรรค์ผลงานชั้นเยี่ยมกับนักออกแบบ สตูดิโอ และนักการตลาดมือทอง ที่จะมาต่อยอดและถ่ายทอดประสบการณ์แบบมืออาชีพผ่านการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เพื่อเรียนรู้เคล็ดลับและกลยุทธ์ในการสร้างธุรกิจ 3.ซิตี้ อินสตอลเลชั่น แอนด์ ทัวร์ : สัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษจากกิจกรรมที่เกิดขึ้นจากการปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนกับคน คนกับไอเดียสร้างสรรค์ และคนกับเมือง ผ่านพาเหรดกิจกรรมซึ่งผสานทุกศาสตร์แห่งงานออกแบบสู่ผลงานระดับสากล 4.บิสิเนส โปรแกรม: กิจกรรมทางธุรกิจที่จะเปิดเวทีเจรจา ช่วยเสริมสร้างเครือข่ายทางธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการสร้างสรรค์ นักธุรกิจ และนักออกแบบ โดยการจับคู่ทางธุรกิจระหว่างผู้ผลิตและผู้ส่งออกกับคู่ค้าชั้นนำระดับประเทศและภูมิภาค 5.ครีเอทีฟ ไดอะล็อก: เวทีรวบรวมเหล่านักคิด นักเขียน นักสร้างสรรค์ นักออกแบบ และผู้ประกอบการ จากหลากหลายสาขาอาชีพ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการพูดคุยและถกเถียงในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับงานออกแบบในวงกว้าง ด้วยการบรรยายจากวิทยากรจากองค์การระหว่างประเทศ
สำหรับผลงานหลากไอเดียที่นำมาโชว์ในงานก็อย่าง "อินเคลย์ สตูดิโอ" โดย "ชิ" จิระวงศ์ วงษ์ตระหง่าน ใช้เวลากว่า 6 ปีในการฝึกฝนและพัฒนาทักษะงานด้านเซรามิก งานแต่ละชิ้นของที่นี่มีเอกลักษณ์ต่างจากเครื่องเซรามิกทั่วไป ด้วยการใช้เคลือบธรรมชาติ 4 ชนิดได้แก่ ขี้เถ้าไม้ลำไย ขี้เถาเผา ขี้เถ้าไม้กอ แกลบฟางข้าว และล่าสุดขี้เถ้ากากกาแฟ ซึ่งทำเพื่องานนี้โดยเฉพาะ ส่วนลวดลายที่นำมาตกแต่งล้วนได้แรงบันดาลใจจากประสบการณ์และธรรมชาติรอบตัว ลายเด่นๆ ได้แก่ลายลาเต้ ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากฟองนมในถ้วยกาแฟ นอกจากการสร้างสรรค์ผลงานสู่ตลาดเซรามิกใน จ.เชียงใหม่ แล้ว ที่นี่ยังเปิดสอนให้ผู้สนใจอยากลองทำได้มาเรียนรู้กระบวนการสร้างสรรค์ตั้งแต่คุณลักษณะของดิน ไปจนถึงการปั้นด้วยการขึ้นรูปด้วยมือ ขั้นตอนการเผาและการตกแต่งชิ้นงาน
ด้าน "Jaritt by Harnn" เป็นแบรนด์เครื่องแต่งกายสำหรับผู้หญิงภายใต้เครือ Harnn จิรัฏฐ์ บุญทา ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ เผยว่า คอลเลกชั่นที่นำมามาโชว์ในงานนี้ชื่อว่า "หน้านาง" เป็นผลงานชนะเลิศอันดับ 1 รางวัลนวัตกรรมแฟชั่น ทีฟ่า อวอร์ด 2014 จากกรมส่งเสริมการส่งออก แรงบันดาลใจคือการเล่าเรื่องการใช้จีบหน้านางของผู้หญิงสมัยก่อน นำมาปรับให้โมเดิร์นและผสมผสานให้ทันสมัยขึ้น มีลูกเล่นตรงการใส่ที่สามารถตัดต่อได้ตามขนาดของผู้สวมใส่ ทั้งยังสามารถนำมาใส่ได้จริงในชีวิตประจำวันด้วย
ขณะที่ ลาโมน่า ชีสแมน ผู้ดูแลกิจการสตูดิโอแน่นหนา ทั้งยังเป็นผู้ออกแบบเสื้อผ้า กระเป๋า และเครื่องประดับ ผลิตภัณฑ์ของที่นี่เป็นผ้าทอมือสวยๆ ย้อมด้วยสีธรรมชาติและสีเคมีที่ไม่มีสารก่อมะเร็ง โดยเน้นสีครามอ่อนและเข้มเป็นหลัก สินค้าของทางร้านจะไม่ตามกระแสแฟชั่นเหมือนกับแบรนด์อื่นๆ แต่จะเน้นที่การใช้งาน ลูกค้าที่ซื้อไปสามารถสวมใส่ได้ในระยะยาว ซึ่งกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ ทางร้านจึงรับหน้าที่เป็นผู้หาวัตถุดิบที่แตกต่างมาให้คนทอและย้อมสีให้ตามโทนสีที่ตลาดต้องการ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ที่ออกมาถูกใจกลุ่มลูกค้า



