
ไม่ให้ใช้เตาแก๊สโรงเรียน
24 ธ.ค. 2557
เปิดซองส่องไทย : ไม่ให้ใช้เตาแก๊สโรงเรียน : โดย...ลุงแจ่ม
ดิฉันอยากให้ช่วยถาม ผอ.วิทยาลัยเทคโนโลยีพณิชยการราชดำเนิน 2 ข้อ คือ
1.โรงเรียนได้เก็บค่าอุปกรณ์ของสาขาการโรงแรมไปคนละ 600 หรือ 700 บาท ไปทำไม ให้เด็กทำโครงการขายของ เด็กจะใช้เตาแก๊สของโรงเรียนและถ้วยชามก็ไม่ให้ แถมหักเปอร์เซ็นต์จากเด็กที่ขายได้อีก 10% หรือ 20% ไปอีกด้วย หลังจากจบโครงการ
2.อาจารย์สั่งเด็กอัดวิดีโอและให้ส่งงานภายในเที่ยงคืนของวันนั้น เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 ธันวาคม 57 เด็กได้ทำถึงตี 2 ตี 3 ก็ยังไม่เสร็จ อาจารย์ก็ไลน์มาบอกว่าหมดเวลาส่งงานแล้ว ทำเอาทั้งเด็กและผู้ปกครองไม่ต้องนอนกันเลย อัดวิดีโอมีการตัดต่อและให้ส่งทางเน็ต โรงเรียนนี้เขาสั่งงานและให้ทำโครงการแบบนี้หรือ ส่วนการขายของก็ให้เด็กหาเตาแก๊สเอง ผู้ปกครองไปถามที่ร้านขายแก๊ส ราคาใบละ 1,500 หรือ 1,600 บาท เด็กมีปัญญาซื้อไหม ช่วยถามให้หน่อย ปัญหา 2 ข้อนี้
ผู้ปกครองเด็กสาขาการโรงแรม (ปวช.3)
ตอบ
ภาควิชาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการโรงแรม วิทยาลัยเทคโนโลยีพณิชยการราชดำเนิน ชี้แจงว่า กรณีวิทยาลัยได้เก็บค่าอุปกรณ์ของสาขาการโรงแรม ไปคนละ 600 หรือ 700 บาท ทางวิทยาลัยได้จัดเก็บค่าเครื่องมือและอุปกรณ์พิเศษ คนละ 610 บาท โดยเป็นค่าครุภัณฑ์ และค่าพัสดุภัณฑ์ของทางวิทยาลัยที่ใช้ในการเรียน ส่วนค่าอุปกรณ์พิเศษ คือ ค่าอุปกรณ์ที่ใช้ในการเรียนในรายวิชาที่มีการปฏิบัติ และอุปกรณ์ที่ใช้ในการเรียนวิชาเบเกอรี่
กรณีเด็กทำโครงการขายของ ไม่อนุญาตให้ใช้เตาแก๊สและถ้วยชามของวิทยาลัย ตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ ได้กำหนดให้นักศึกษา ต้องเรียนวิชาโครงการ เพื่อให้เกิดความสอดคล้องกับมาตรฐานการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาว่า ผู้เรียนมีความรู้และทักษะในการวางแผนธุรกิจและมีรายได้ระหว่างเรียน ซึ่งมีการจัดการเรียนการสอนโดยอาจารย์ผู้สอนจะแบ่งกลุ่มให้ กลุ่มละ 3 คน ซึ่งผู้เรียนจะต้องเป็นคนระดมความคิดว่าในกลุ่มจะจำหน่ายผลิตภัณฑ์อะไร หาซื้อวัตถุดิบได้จากที่ไหน ซึ่งนักศึกษาต้องเป็นผู้วางแผน กำหนดบทบาทหน้าที่ และบริหารจัดการกับการจัดทำโครงการนี้เอง โดยมีอาจารย์เป็นผู้ควบคุมดูแล คอยให้คำแนะนำตลอดการจัดทำโครงการ และมีลำดับขั้นตอนในการนำเสนอเปิด และนำเสนอปิดวิชาโครงการอย่างเป็นขั้นตอน
และที่นักศึกษาจะใช้เตาแก๊ส หรือถ้วยชามก็ไม่ให้ใช้ เรื่องเตาแก๊ส เนื่องจากภาควิชาฯ ได้ให้ผู้เรียนกำหนดผลิตภัณฑ์ที่ผู้เรียนต้องการจำหน่าย นั้นคือบทบาทและหน้าที่ความรับผิดชอบของนักศึกษาในกลุ่มนั้นที่จะบริหารจัดการเอง ตลอดจนรายได้ หรือกำไรทั้งหมดนักศึกษาก็เป็นคนที่ได้รายรับนี้เอง ส่วนทางภาควิชาฯ มีหน้าที่จัดหาที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ ทำการโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้นักศึกษาสาขาอื่นๆ ได้รับทราบการทำโครงการ
ส่วนเตาแก๊สที่มี มีไว้สำหรับใช้ในการฝึกปฎิบัติ ก่อนการทดลองจำหน่ายจริง โดยวิทยาลัยมีจำนวนเตาแก๊สที่มีจำนวนจำกัด ฉะนั้นวันที่ผู้เรียนจำหน่ายจริง ผู้เรียนจึงต้องเป็นผู้รับผิดชอบจัดหาทั้งอุปกรณ์และวัตถุดิบมาเอง และในช่วงระยะเวลา 2 สัปดาห์แรกภาควิชาฯ ได้ให้ผู้เรียนใช้วัสดุถ้วยชามอย่างเต็มที่ แต่เนื่องจากผู้เรียนหลายๆ กลุ่มไม่ดูแลรักษาอุปกรณ์ที่นำไปใช้ จนทำให้เกิดการเสียหาย ทำให้ภาควิชาฯ มีการกำหนดการใช้วัสดุขึ้น นักศึกษาหลายคนรับทราบเนื่องจากทางภาควิชาฯ มีการแจ้งให้ผู้เรียนทราบถึงเหตุผลในการใช้เตาแก๊สและถ้วยชาม ก่อนวันจำหน่ายจริง
กรณีการหักเปอร์เซ็นต์จากเด็กที่ขายได้อีก 10% หรือ 20% หลังจากจบโครงการ จากเหตุผลดังกล่าวที่นักศึกษาไม่รักษาและดูแลวัสดุที่นำไปใช้ทำให้ภาควิชาฯ ได้มีการประชุมและกำหนดกรอบในการใช้วัสดุดังนี้เพื่อให้นักศึกษาสามารถใช้ถ้วยชามได้ตามจำนวนที่นักศึกษาขอเบิก และแจ้งเตือนว่าถ้ากรณีมีวัสดุชำรุดหรือแตกหักจากการนำไปใช้หรือจากการสะเพร่าของนักศึกษา นักศึกษาจะถูกหัก 10% ซึ่งกรณีนี้เป็นเพียงกระบวนการสร้างให้ผู้เรียนตระหนัก และรักษาวัสดุภัณฑ์ที่เบิกไปใช้นั้นเอง นักศึกษาหลายคน ก็ปฏิบัติตามโดยตระหนักและเก็บรักษาวัสดุอุปกรณ์ทุกชิ้นที่นำไปใช้ และสุดท้ายก็ไม่มีการเรียกเก็บเงินใดๆ ทั้งสิ้น จากนักเรียนในกลุ่มทั้งสิ้น เนื่องจากนักศึกษาเริ่มตระหนักและรักษาวัสดุมากขึ้น
กรณีที่อาจารย์สั่งให้นักศึกษาบันทึกวิดีโอและให้ส่งงานภายในเที่ยงคืนของวันนั้น จากการสอบถามอาจารย์ผู้สอน ในรายวิชาแกะสลักผักและผลไม้ ได้สั่งให้นักศึกษาอัดวิดีโอนี้จริง เพื่อให้นักศึกษาได้ประมวลความรู้ในสิ่งที่นักศึกษาได้เรียนมา ผ่านการอัดวิดีโอ และส่งงานทางอีเมล โดยมีกำหนดการทำงานชิ้นนี้ 3 สัปดาห์ก่อนวันสุดท้ายของการส่งงาน ซึ่งนักศึกษาบางคนส่งก่อนวันที่กำหนดและก็มีนักศึกษาบางคนที่ไม่ส่งงานตามกำหนดเช่นเดียวกัน สุดท้ายก็จะเป็นคะแนนเก็บของนักศึกษาที่ได้คะแนนนั้นไป ตามข้อตกลงที่อาจารย์ผู้สอนได้แจ้งนักศึกษาก่อนที่ถึงวันสุดท้ายของการส่งงาน ทั้งนี้นักศึกษารับทราบและรู้ถึงคะแนนเก็บต่างๆ จากอาจารย์ผู้สอนในรายวิชาแกะสลักผักและผลไม้ เพราะอาจารย์ผู้สอนจะมีการแจ้งให้ผู้เรียนรับทราบคะแนนเป็นระยะๆ
ลุงแจ่ม
ต้องใช้หนี้แทน
ดิฉันมีเรื่องอยากทราบค่ะ คือว่า ดิฉันได้ค้ำประกันให้เพื่อนเพื่อซื้อบ้าน เนื่องจากเพื่อนค้าขายแต่ดิฉันทำงานบริษัทก็เลยอยากช่วยเพื่อน ดิฉันเห็นว่า บ้านราคาไม่สูงมาก และเพื่อนก็เป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เด็ก จึงได้ตัดสินใจค้ำประกันให้
ปรากฏว่า เวลาผ่านไป 4 ปี ดิฉันก็ไม่ได้ติดตามอะไร แต่คิดว่าเพื่อนคงส่งมาตลอดจึงไม่มีปัญหา แต่พอเริ่มเข้าสู่ปีที่ 5 ปรากฏว่า เพื่อนของดิฉันเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ และพอเริ่มเข้าปีที่ 6 ดิฉันก็ได้รับจดหมายให้ไปขึ้นศาล เนื่องจากครอบครัวของเพื่อนได้ติดค้างหนี้ชำระบ้านไว้ ซึ่งก่อนหน้านั้นดิฉันไม่ทราบมาก่อนเลย มาทราบอีกทีก็เมื่อมีหมายศาลให้ไปขึ้นศาลนี่เอง จึงรู้สึกร้อนใจมาก เพราะไม่คิดว่า การช่วยเหลือเพื่อนแบบหวังดีจะกลายเป็นสิ่งที่ทำให้ตัวเองเดือดร้อนในช่วงนี้
อยากทราบว่า กรณีนี้ดิฉันควรจะต้องไปด้วยหรือไม่ หรือว่าควรจะทำอย่างไร แล้วดิฉันต้องร่วมใช้หนี้ด้วยหรือเปล่า
แตน
ตอบ
ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชน อาจารย์ปราชญา อ่อนนาค คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำว่า จากข้อมูลที่ให้มาไม่แน่ใจว่าเรื่องนี้เพื่อนของคุณได้ใช้ชื่อซื้อบ้านคนเดียว หรือ มีผู้กู้ร่วมด้วย เพราะถ้ามีการกู้ร่วมด้วย ในกรณีนี้เจ้าหนี้ต้องตามหนี้จากผู้ที่มีชื่อกู้ร่วมกับเพื่อนของคุณก่อน เนื่องจากว่า คนคนนั้นเป็นลูกหนี้คนที่หนึ่ง ส่วนคุณเป็นลูกหนี้คนที่สอง แต่ถ้าเพื่อนคุณเป็นคนซื้อบ้าน แล้วมีชื่อเพื่อนเพียงคนเดียว กรณีอย่างนี้ เจ้าหนี้ก็ต้องตามทวงหนี้เอากับคุณแต่เพียงผู้เดียว ในฐานะที่คุณเป็นผู้ค้ำประกันให้ เพราะไม่สามารถตามจากลูกหนี้คนที่หนึ่งได้อีกแล้ว
ตามกฎหมายแล้ว เรื่องของการค้ำประกัน ในฐานะที่เป็นผู้ค้ำประกัน ซึ่งเปรียบเหมือนเป็นลูกหนี้คนที่สอง หากเจ้าหนี้ตามลูกหนี้คนที่หนึ่งไม่ได้ก็ต้องตามทวงหนี้เอากับลูกหนี้คนที่สอง จึงยากที่จะปัดความรับผิดชอบในเรื่องนี้ได้
กรณีนี้แนะนำว่า ทางที่ดีควรไปตามวันเวลาที่มีหมายศาลมาให้ไปขึ้นศาล เพื่อจะได้รู้ว่า จะต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป ได้มีการเจรจากับเจ้าหนี้ และศาลจะให้ความเป็นธรรมกับคุณ เพราะถ้าคุณไม่ไปตามศาลนัด แล้วมีการตัดสินฝ่ายเดียว จะยิ่งทำให้คุณเสียเปรียบ ไม่รู้เรื่องอะไรเลย พร้อมกับไม่ได้ชี้แจงข้อมูลให้ศาลรับทราบด้วย
เพราะอย่างไรเสีย ในฐานะคนค้ำประกัน อย่างไรเสีย คุณปัดความรับผิดชอบในเรื่องนี้ไม่ได้
ลุงแจ่ม



