"อยากให้เด็กไทยสื่อสารภาษาอังกฤษกันได้ แต่เวลาสอบวัดผลเข้ามหาวิทยาลัยยังวัดด้วยหลักไวยากรณ์ หรือทักษะทางด้านภาษาอยู่เลย คือ ระบบมันไม่ได้ไปด้วยกัน ถ้าอยากให้เด็กพูดได้ ฟังเข้าใจ เวลาประเมินหรือสอบวัดผลก็ต้องเน้นในเรื่องของการสื่อสารมากกว่าไปโฟกัสที่จุดอื่น" เป็นปัญหาการเรียนภาษาอังกฤษของระบบการศึกษาไทยในทัศนะของ อาธรณ์ หมื่นศร หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (มัธยมศึกษาตอนปลาย) โรงเรียนสตรีวิทยา 2 ในพระราชูปถัมภ์ฯ และผู้จัดการศูนย์พัฒนาการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ (ERIC) สพม.2
อ.อาธรณ์ บอกต่อว่า ภาษาอังกฤษต้องเรียนรู้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยเริ่มจากการฟัง และพูดควบคู่ไปพร้อมๆ กับหลักไวยากรณ์ เช่นเดียวกับในชั้นเรียนภาษาอังกฤษที่ต้องจัดสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะกิจกรรมที่มีทั้งเรียนและเล่นไปด้วยกัน
"เรียนภาษาอังกฤษให้ได้ผล เด็กจะต้องฟังมากๆ พูดมากๆ โดยเฉพาะกับครูชาวต่างชาติ เราจะจัดครูให้เด็กในทุกระดับชั้นเพื่อจะได้ฝึกพูด ฝึกฟังผ่านกิจกรรมในชั้นเรียน เช่น เกม การสนทนา เพราะภาษาเป็นเรื่องสำคัญ ปัจจุบันเรามีครูชาวต่างชาติทั้งหมด 20 คน ส่วนครูไทยรวมอัตราจ้างประมาณ 20 คน ซึ่งเราจะบอกเด็กอยู่ตลอดว่า ถ้าไม่ได้พื้นฐานภาษาอังกฤษ เราจะขาดโอกาสอะไรไปบ้าง" อ.อาธรณ์เผย
ด้วยความพยายามที่จะทำให้ภาษาอังกฤษเป็นเรื่องใกล้ตัวเด็ก นอกจากครูไทย และครูชาวต่างชาติที่จะต้องเน้นพูด เน้นกิจกรรมแล้ว สื่อมัลติมีเดียคือตัวช่วยพัฒนาภาษาอังกฤษได้อย่างดีเยี่ยม ครูที่นี่จะเปิดโอกาสให้เด็กได้สื่อสารในชั้นเรียน โดยเน้นย้ำกันเสมอว่า จะต้องใช้ภาษาอังกฤษในห้องเรียนให้มากที่สุด แต่ในเรื่องของหลักไวยากรณ์อาจจะต้องมีภาษาไทยเข้ามาช่วยอธิบายบ้าง แต่หลักๆ แล้วเราจะพยายามพูดและสอนเป็นภาษาอังกฤษเพื่อให้เด็กคุ้นชินกับภาษา
นอกจากนี้ ยังมีสื่อไอซีที และมัลติมีเดียเข้ามาช่วยสอน เช่น แล็ปท็อป คอมพิวเตอร์พกพา โดยทุกห้องจะสามารถเชื่อมต่อกับอินเทอเน็ตได้ ซึ่งจะใช้ควบคู่กับบทเรียนเพื่อให้เด็กได้เรียนอย่างสนุก ไม่น่าเบื่อ โดยแหล่งเรียนรู้ในอินเทอร์เน็ตถือว่าเป็นแหล่งข้อมูลของครูได้มาก อีกหนึ่งตัวช่วยที่ทางโรงเรียนนำมาใช้ก็คือ โปรแกรมสอนภาษาในรูปแบบมัลติมีเดีย "อิงลิช ดิสคัฟเวอรี่" โดยเริ่มนำร่องจากผู้บริหาร และหัวหน้ากลุ่มสาระฯ ก่อน เพื่อฝึกและพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ หากมีงบประมาณเพียงพอ คาดว่าจะนำมาใช้กับครู และเด็กในแต่ละระดับชั้นต่อไป
ไม่เพียงแต่กิจกรรมในชั้นเรียนแล้ว อ.อาธรณ์ ยังบอกด้วยว่า ทางโรงเรียนยังมีการจัดกิจกรรมนอกห้องเรียน เช่น ค่ายภาษาอังกฤษทั้งในและต่างประเทศ รวมไปถึงกิจกรรมในวันวิชาการ เช่น วันคริสต์มาส หรือวันพิเศษต่างๆ รวมไปถึงโครงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมในต่างแดน ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการส่งเด็กนักเรียนไปแลกเปลี่ยนมาแล้วหลายประเทศ เช่น สิงคโปร์ นิวซีแลนด์ อังกฤษ เป็นต้น
"มายด์" กุลฎา วิลัยสัมพันธ์ อายุ 19 ปี นักเรียนชั้น ม.6 กล่าวว่า ทักษะภาษาอังกฤษเกิดจากการได้ฟัง ได้พูดบ่อยๆ ซึ่งการได้มีโอกาสไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ประเทศสหรัฐอเมริกาช่วยพัฒนาทักษะการฟัง การพูดได้ดีทีเดียว โดยเฉพาะสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการใช้ภาษาอังกฤษ สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่อเมริกา 2 ปี วันแรกพอฟังออก แต่ไม่เข้าใจว่าครูสั่งงานอะไร พออยู่ไปเรื่อยๆ ได้ฟังบ่อยๆ ก็เข้าใจไปเอง
"คือจริงๆ ไม่ต้องพูดถูกหลักไวยากรณ์เป๊ะๆ ก็ได้ ถ้าสื่อสารให้เข้าใจมันก็โอเคแล้วค่ะ ส่วนสำเนียงก็ไม่ได้สำคัญ พูดสำเนียงไทยก็ได้ แต่ต้องพูดแล้วเข้าใจ ส่วนตัวคิดว่า ประเทศไทยควรจะโฟกัสไปที่ความเข้าใจในการสื่อสารมากกว่า อย่างที่สตรีวิทยา 2 จะมีครูจากรัสเซีย ฟิลิปปินส์ แล้วก็อเมริกาค่ะ เน้นการสื่อสารฟังพูดควบคู่กับหลักไวยากรณ์" มายด์ แชร์ประสบการณ์
เช่นเดียวกับ "วิ้งกี้" มัชฌิมา ลีละวัฒน์ นักเรียนชั้นเดียวกัน เคยไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนเหมือนกัน และเคยเข้าร่วมแข่งขันพูดสุนทรพจน์ภาษาอังกฤษ บอกว่า ภาษาอังกฤษไม่ยาก สามารถฝึกทักษะภาษาอังกฤษด้วยตัวเองง่ายๆ ผ่านการดูหนัง ฟังเพลง ซึ่งการฟังบ่อยๆ ไม่นานก็จะสื่อสารได้อย่างเข้าใจ
"ส่วนตัวจะฝึกภาษาอังกฤษด้วยการดูและฟังในสิ่งที่ชอบ เริ่มจากหนัง เพลง หรือเวลาเจอชาวต่างชาติก็อย่าไปกลัวค่ะ ผิดๆ ถูกๆ บางทีเขาจะช่วยสอนเราเอง อันดับแรกต้องมั่นใจค่ะ ถ้ามั่นใจ ความเข้าใจภาษาอังกฤษก็จะไม่ไกลเกินเอื้อม" วิ้งกี้ทิ้งท้าย