ไลฟ์สไตล์

ผันจากแม่แตง-แม่งัดสู่เขื่อน'แม่กวง'กณีศึกษาดึงน้ำจากแม่โขง

ผันจากแม่แตง-แม่งัดสู่เขื่อน'แม่กวง'กณีศึกษาดึงน้ำจากแม่โขง

22 ธ.ค. 2557

ผันจากแม่แตง-แม่งัดสู่เขื่อน'แม่กวง' กณีศึกษาดึงน้ำจาก'แม่โขง'สู่อีสาน : ดลมนัส กาเจรายงาน

                หากดูตัวเลขปริมาณน้ำในอ่างเก็บของเขื่อนขนาดใหญ่ทั่วประเทศ 33 แห่ง เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประกาศขอความร่วมมือจากเกษตรกรให้งดการทำนาปรังแล้ว ยังมีปริมาณน้ำทั้งหมด 45,067 ล้าน ลบ.ม. จากความจุของอ่างเก็บน้ำทั้งหมด 70,370 ล้าน ลบ.ม. หรือ 64% แต่ปริมาณน้ำที่ใช้ได้จริงเพียง 21,564 ล้าน ลบ.ม. หรือ 31% โดยเฉพาะเขื่อนขนาดใหญ่ 3 เขื่อน คือเขื่อนศรีนครินทร์ ที่ จ.กาญจนบุรี มีปริมาณน้ำ 13,043 ล้าน ลบ.ม.หรือ 74% จากความจุทั้งหมด17,745 ล้าน ลบ.ม. แต่น้ำที่ใช้ได้จริงเพียง  2,778 ล้าน ลบ.ม. หรือ 16%  ส่วนเขื่อนภูมิพล จ.ตาก มีปริมาณน้ำ 6,210 ล้าน ลบ.ม. หรือ 46% จากความจุน้ำ 13,462 ล้าน ลบ.ม. ใช้ได้จริงจำนวน 2,410 ล้าน ลบ.ม.หรือ 18% ขณะที่เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ มีปริมาณน้ำที่เหลือ  5,959 ล้าน ลบ.ม. หรือ 63% จากความจุ 9,510  ล้าน ลบ.ม. ใช้ได้จริง จำนวน 3,109 ล้าน ลบ.ม. หรือ 33%

เขื่อนแม่กวงอุดมธาราวิกฤติที่สุด

                ล่าสุด กรมชลประทานได้นำคณะสื่อมวลชนแขนงต่างๆ จากส่วนกลางลงพื้นที่สำรวจแหล่งน้ำในพื้นที่ภาคเหนือที่ จ.เชียงใหม่ รวมถึงที่เขื่อนแม่กวงอุดมธารา พบว่า มีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเพียง 48 ลบ.ม. หรือ 18% จากความจุทั้งหมด 263 ล้าน ลบ.ม. ในจำนวนนี้น้ำที่ใช้ได้จริง 34 ลบ.ม. หรือ 12.59% เท่านั้น ถือว่าวิกฤติที่สุดเมื่อเทียบกับอ่างเก็บอื่นๆ ทั่วประเทศ และวิกฤติที่สุดเท่าที่สร้างเขื่อนนี้ขึ้นมาเมื่อปี 2536 อีกด้วย
 
                นายอภิวัฒน์ ภูมิไธสง ผู้อำนวยการส่วนจัดสรรน้ำและบำรุงรักษาสำนักชลประทานที่ 1 ซึ่งรับผิดชอบโครงการชลประทานในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ลำพูน และแม่ฮ่องสอน บรรยายสรุปว่า สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บของเขื่อนต่างๆ ในเขตพื้นที่รับผิดชอบรวมทั้งหมดทั้งเขื่อนขนาดเล็กขนาดกลางและขนาดใหญ่ มีปริมาณน้ำ 290 ล้าน ลบ.ม. จากความจุ 649 ล้าน ลบ.ม. หรือ 44% แต่ในจำนวนนี้น้ำที่สามารถใช้ได้จริง เพียง 245 ล้าน ลบ.ม. หรือ 39% เนื่องจากปริมาณฝนใน จ.เชียงใหม่ ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันมีเพียง 847.80 มิลลิเมตร น้อยกว่าค่าเฉลี่ยปกติของปริมาณฝนสะสม 16.98%

                ด้วยเหตุนี้ทำให้หลายเขื่อนมีปริมาณน้ำค่อนข้างวิกฤติโดยเฉพาะเขื่อนแม่กวงอุดมธารา ที่เหลือน้ำที่ใช้ได้เพียง 34 ล้าน ลบ.ม. หรือ 12.59% ยกเว้นเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล มีปริมาณน้ำ 189.550 ล้าน ลบ.ม. หรือ 71% จากความจุทั้งหมด 265 ล้าน ลบ.ม. จึงมีการวางแผนเพาะปลูกพืชฤดูแล้งในเขตชลประทานปี 2557/2558  จำนวน 260,709 ไร่ น้อยกว่าปี 2557 ที่ปลูกทั้งหมด 380,492 ไร่ โดยเฉพาะการทำนาปรังให้งดการทำนาปรังก่อน เนื่องต้องสำรองน้ำต้นทุนเพื่ออุปโภค บริโภค และรักษาความสมดุลของระบบนิเวศ เนื่องจากอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่กวงฯ ถือเป็นแหล่งน้ำดิบ 1 ใน 3 ที่ผลิตน้ำประปาใช้ จ.เชียงใหม่

ขุดอุโมงผันน้ำ"แม่แตง-แม่งัด"สู่แม่กวงฯ

                ด้าน นายวุฒิชัย  รักษาสุข ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเขื่อนแม่กวงอุดมธารา กล่าวว่า ปัญหาปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำของเขื่อนแม่กวงฯ มีมาตลอด ยกเว้นในปี 2554 ที่น้ำล้นเพียงครั้งเดียว เนื่องจากพื้นที่รองรับน้ำฝนให้ไหลเข้าสู่อ่างเก็บน้ำของเขื่อนแม่กวงฯ จำนวน 569 ตร.กม. นั้น มีปริมาณน้ำฝนน้อยทุกปี เพราะเป็นพื้นที่ไม่ได้อยู่ในรัศมีของความกดอากาศต่ำนั่นเอง

                อย่างไรก็ตาม กรมชลประทานได้มีการศึกษาถึงปริมาณน้ำไหลผ่านในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ พบว่า มีเกือบ 1,000 ล้าน ลบ.ม. โดยเฉพาะน้ำในแม่น้ำแม่แตงมีถึง 622 ล้าน ลบ.ม. และในแหล่งน้ำของแม่งัดอีก 332 ล้าน ลบ. ทางกรมชลประทานมีโครงการเพิ่มปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่กวงฯ ด้วยการขุดอุโมงค์เพื่อผันน้ำเข้าสู่อ่างเก็บน้ำของเขื่อนแม่กวงฯ 2 ช่วง คืออุโมงค์ส่งน้ำช่วงแม่แตง-แม่งัด ขนาด 4x 4 เมตร มีความยาว 25.624 กม. จะสามารถส่งน้ำได้สูงสุด 28.50 ลบ.ม./วินาที จะผันน้ำช่วงฤดูฝนราวเดือนกรกฎาคม-พฤศจิกายนของทุกปี จะสามารถเก็บน้ำสู่อ่างเก็บน้ำในเขื่อนแม่งัด เพื่อส่งต่อไปยังเขื่อนแม่กวงฯ ได้ปีละ 133.63 ล้าน ลบ.ม.

                ส่วนอีกช่วงหนึ่งเป็นอุโมงค์ส่งน้ำช่วงแม่งัด-แม่กวง ขนาด 4.20x4.20 เมตร มีความยาว 22.975 กม. จะมีปริมาณน้ำ ผ่านอุโมงค์สูงสุด 26 ลบ.ม./วินาที เมื่อ 2 โครงการนี้เสร็จ จะสามารถเก็บน้ำจากแม่แตงเข้าสู่อ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่งัด และส่งต่อมายัง อ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่กวงฯ ได้ปีละ 113 ล้าน ลบ.ม. และผันน้ำจากแม่งัดเข้าเขื่อนแม่กวงฯ อีก 47 ล้าน ลบ.ม. เท่ากับเสร็จโครงการนี้จะสามารถผันน้ำทั้งหมดเข้าอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่กวงฯ ได้ปีละ 160 ล้าน ลบ.ม. 

เล็งเมืองเลยจุดผันน้ำแม่น้ำโขง

                ขณะที่ ว่าที่ ร.ต.ไพเจน มากสุวรรณ์ รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า โครงการเพิ่มปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่กวงฯ ด้วยการขุดอุโมงค์เพื่อผันน้ำเข้าสู่อ่างเก็บน้ำของเขื่อนแม่กวงฯ นั้น ในส่วของอุโมงค์ส่งน้ำช่วงแม่แตง-แม่งัด ได้เปิดประมูลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อุโมงค์ส่งน้ำช่วงแม่งัด-แม่กวง จะใช้งบประมาณปี 2559 จะเปิดประมูลในเร็วๆ นี้ และจะเริ่มก่อสร้างในปี 2558 และจะเสร็จสมบูรณ์ในปี 2564 เมื่อ 2 โครงการนี้เสร็จ จะสามารถเก็บน้ำสู่อ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่กวงฯ ได้ 160 ล้าน ลบ.ม. เพียงพอต่อภาคการเกษตรแน่นอน 
 
                "โครงการนี้เสร็จ ผลประโยชน์ที่จะได้คือ ทำให้ประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่แตง-แม่งัด-แม่กวง ได้รับประโยชน์ในด้านการเกษตร การอุปโภคบริโภค ด้านอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยว ทำให้เกิดผลผลิตภาคการเกษตรในฤดูแล้งเพิ่มมากขึ้นด้วย เนื่องจากที่ผ่านมาเราประสบปัญหาภัยแล้งมาตลอด ยิ่งปีนี้วิกฤติมากที่สุดในรอบหลายปี ทางกรมชลประทานจึงขอความร่วมมือให้เกษตรกรงดการทำนาปรังไปก่อน" ว่าที่ ร.ต.ไพเจน กล่าว

                รองอธิบดีกรมชลประทานมองวิกฤติภัยแล้งในประเทศไทยว่า นับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะในภาคอีสาน ทางกรมชลประทานได้มีการศึกษาถึงความเป็นไปได้ในการที่จะผันน้ำจากแม่น้ำโขงสู่ภาคอีสาน โดยจะผันน้ำในพื้นที่ของ จ.เลย กระจายไปยังพื้นที่ต่างๆ ในรูปแบบของก้างปลา โดยเริ่มต้นเป็นช่วงๆ แต่ปัญหาในเรื่องของงบประมาณ ที่ต้องใช้งประมาณ 1 ล้านล้านบาท หากดำเนินการตามนี้ในอนาคตปัญหาภัยแล้งในภาคอีสานจะหมดไป

                การผันน้ำจากแม่แตง-แม่งัด สู่แม่กวง เป็นเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างในการที่จะแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำได้ระดับหนึ่งและทำลายสิ่งแวดล้อมน้อยด้วย ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลควรจะนำแนวทางนี้ไปแก้ปัญหาในพื้นที่แห้งแล้ง โดยเฉพาะการผันน้ำจากแม่น้ำโขงสู่พื้นที่การเกษตรในภาคอีสาน ถือเป็นการแก้ปัญหาภ้ยแล้งได้อย่างยั่งยืนอีกด้วย