
จากฟาร์มเลี้ยงสู่โรงงานอาหารสัตว์น้ำ
21 ธ.ค. 2557
ท่องโลกเกษตร : จากฟาร์มเลี้ยงสู่โรงงานอาหารสัตว์น้ำ ภารกิจสุดท้ายก่อนอำลาแม่โขงเดลต้า : โดย...ดลมนัส กาเจ
อิ่มเอิบกับอาหารมื้อเที่ยงที่ร้านอาหารท้องถิ่น "แม่โขง" ที่ จ.เบ๊นแตร หรือเบ๊นแจ ประเทศเวียดนาม ซึ่งเป็นหนึ่งในจังหวัดที่อยู่บริเวณดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง หรือที่เรียกว่า แม่โขงเดลต้า อันเป็นแดนแดนที่อุดมสมบูรณ์ด้วยแหล่งน้ำ ที่แม่น้ำโขงแยกเป็น 9 สายก่อนสู่ทะเลจีนใต้ ห่างจากนครโฮจิมินห์กว่า 100 กม. คณะของเรานำโดย นเรศ พรมผิว รองกรรมการผู้จัดการรับผิดชอบงานแปรรูปและฟาร์มปลา บริษัท ซี.พี.เวียดนาม คอร์ปอเรชั่น จำกัด เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) มุ่งหน้าไปยัง จ.หวิงลอง เป้าหมายชมกิจการฟาร์มเลี้ยงปลาแพนกาเซียสดอร์รี่ ของบริษัท ซี.พี.เวียดนามฯ บนเกาะ บริเวณดินแดนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง ซึ่งเป็น 1 ในจำนวน 8 ฟาร์มที่เลี้ยงปลาแพนกาเซียสดอร์รี่ บริเวณดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง ในพื้นที่ จ.หวิงลอง ด่องทับ อางยาง หวิ๋นลอง ซ็อกจาง และเบ๊นแตร เป็นต้น
คณะของเราไปถึงท่าเรือที่เมืองหวิงลอง ช่วงบ่ายแก่ๆ จากนั้นเรือโดยสารแล่นเอือยๆ ไปตามลำน้ำของแม่น้ำเฮา ซึ่งเป็น 1 ใน 2 สายหลักของแม่น้ำโขง และในระหว่างนั้นเอง เราจะได้แลเห็นถึงวิถีชีวิตของชาวเวียดนาม ที่ประกอบอาชีพด้านการประมง มีทั้งวางตะข่ายดักปลาในแม่น้ำ บ้างก็เลี้ยงปลาในกระชัง ส่วนใหญ่จะเป็นปลานิล ปลานิลสีทองหรือปลาทับทิม บ้างก็เลี้ยงปลาหมอ ปลากด จนเวลาผ่านไปราว 50 นาที ถึงฟาร์มเลี้ยงปลาแพนกาเซียสดอร์รี่ ของบริษัท ซี.พี.เวียดนามฯ บนเกาะ บริเวณดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง
น้องผู้หญิงที่เป็นไกด์นำเที่ยวคนหนึ่ง เล่าให้ฟังบนเรือให้ว่า แม่น้ำโขงช่างมหัศจรรย์ ไหลมาจากประเทศดินแดนหลังคาโลกที่ทิเบต ประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ผ่านพม่า สปป.ลาว ไทย กัมพูชา พอเลยเขตกัมพูชาสู่เวียดนาม แม่น้ำโขงจะแยกตัวเป็น 2 สายหลัก ชาวเวียนามเรียกว่าแม่น้ำเฮา ที่คณะของเราใช้สัญจรในครั้งนี้ ซึ่งแม่น้ำเฮาที่ว่านี้จะแยกตัวอีก 2 สาย ส่วนอีกสายหนึ่งเรียกว่า แม่น้ำเตียน แยกอีก 6 สาย รวมทั้งหมดเป็น 9 สาย ไหลสู่ลงทะเลจีนใต้ ชาวเวียดนามเรียกสายน้ำที่แยกออกเป็น 9 สายที่ประเทศเวียดนามว่า "ซงกู๋ลอง" หรือแม่น้ำ 9 มังกร มีความหมายไม่ต่างจากอู่ข้าวอู่น้ำของดินแดนสุดปลายทะเลตะวันออกแห่งนี้
ฟาร์มเลี้ยงปลาแพนกาเซียสดอร์รี่ ของบริษัท ซี.พี.เวียดนามฯ บนเกาะ บริเวณดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง ซึ่งห่างจากชายตลิ่งแม่น้ำราว 20 เมตร ซึ่งถือเป็นฟาร์มที่ใหญ่และทันสมัยที่สุดเมื่อเทียบกับฟาร์มอื่นๆ อีก 7 แห่ง มีเนื้อที่ทั้งหมด 35 เฮกตาร์ มีคนงานที่ดูแลฟาร์ม 11 คน โดยปลาทั้งหมดส่งไปยังโรงงานแปรรูปที่โรงงานแปรรูปปลาแห่งใหม่ที่ จ.เบ๊นแตร โดยใช้เวลาขนส่งไปทางเรือ 5 ชั่วโมง
สมบัติ สิริพันธ์วราภรณ์ รองกรรมการผู้จัดการ ศูนย์ปรับปรุงพันธุกรรมสัตว์น้ำจืด บริษัท ซี.พี. เวียดนามฯ เล่าว่า ฟาร์มปลาแพนกาเซียสดอร์รี่ของ ซี.พี.ทั้งหมด 8 ฟาร์ม ทั้งหมดในวิธีในการการเลี้ยงด้วยระบบน้ำขึ้นน้ำลงตามธรรมชาติช่วยถ่ายน้ำ อัตโนมัติ เป็นผลดีต่อการเลี้ยงปลาดอร์รี่ที่จำเป็นต้องถ่ายน้ำทุกวัน โดยการเลี้ยงปลา 1 รอบการผลิตใช้เวลาว่า 10 เดือน เน้นปลามีขนาด 900-950 กรัม เป็นที่ต้องการของตลาด จนเวลาผ่านไปกว่า 2 ชั่วโมง เรานั่งเรือและต่อด้วยรถยนต์ ม่งหน้าสู่เมื่องใหญ่อันดับ 3 ของเวียดนามที่ จ.เกิ่นเทอ
รุ่งขึ้นเราไปดูงานเป็นแห่งสุดท้ายสำหรับทริปนี้ที่ที่โรงงานอาหารสัตว์น้ำ จ.เกิ่นเทอ (Can Tho) ซึ่งเป็นโรงงานอาหารสัตว์น้ำใหม่ล่าสุดของ ซี.พี.เวียดนามฯ โดยมี มนูญ เอื้อนุ่น ผู้จัดการทั่วไปดูแลการผลิตอาหารสัตว์น้ำ โรงงานอาหารสัตว์น้ำเกิ่นเทอ บอกว่า โรงงานแห่งนี้เป็นโรงงานอาหารสัตว์น้ำแห่งที่ 3 ของ ซี.พี.เวียดนามฯ จากทั้งหมดมี 3 โรงงาน ได้แก่ โรงงานผลิตอาหารสัตว์น้ำที่ นิคมอุตสาหกรรมบ่าวแซว จ.ด่องนาย โรงงานผลิตอาหารสัตว์น้ำ ที่ จ.เบ๊นแตร หรือเบ๊นแจ ซึ่งเป็นโรงงานที่ที่ทันสมัยและได้ผ่านการรับรองมาตรฐานระดับสากล หรือมาตรฐานการผลิตทางการเกษตรที่ดีและเหมาะสม จากสถาบันอินเทอร์เทค เมื่อช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2555 ที่ผ่านมา
โรงงานแห่งนี้มีเนื้อที่ทั้งหมด 31,282 ตารางเมตร สามารถผลิตอาหารสัตว์น้ำได้เดือนละ 1.3 หมื่นตัน โดยผลิตเพื่อใช้ในกิจการเลี้ยงสัตว์น้ำของ ซี.พี.เอง 50% จำหน่ายให้เกษตรกรในเวียดนาม 50% ส่วนใหญ่จะเป็นอาหารปลาแพนกาเซียสดอร์รี่ 50% ที่เหลือเป็นอาหารปลานิล ทับทิม และปลาหมอ หากรวมทั้ง 3 โรงงานแล้วมีกำลังผลิตปีละ 3.6 แสนตัน มีส่วนแบ่งตลาดในเวียดนามประมาณ 10%
จนเวลาใกล้เที่ยง เราออกจากโรงงานอาหารสัตว์น้ำเกิ่นเทอ ของ ซี.พี.เวียดนามฯ แล้วเราก็อำลาเกิ่นเทอและแม่โขงเดลต้า มุ่งหน้าสู่นครโฮจิมินห์ เพื่อพักผ่อนอีก 1 คืน ก่อนจากเวียดนามสำหรับทริปนี้ในวันรุ่งขึ้น
---------------------------
(ท่องโลกเกษตร : จากฟาร์มเลี้ยงสู่โรงงานอาหารสัตว์น้ำ ภารกิจสุดท้ายก่อนอำลาแม่โขงเดลต้า : โดย...ดลมนัส กาเจ)



