
'บ้าน+ตึกแถวไม่บาน'ย่าน'บางบัวทอง'
20 ธ.ค. 2557
"บ้าน+ตึกแถวไม่บาน" ย่าน "บางบัวทอง" : คอลัมน์ บ้านไม่บาน โดย... อาจารย์เชี่ยว
สัปดาห์นี้ผมภูมิใจนำเสนอรูปแบบ “บ้าน + ตึกแถวไม่บาน" ในฝันของบรรดาแฟนๆ ประเภทชาวบ้านร้านตลาดที่อาศัยอยู่ในเขตชุมชนเมือง เป็นอาคารประเภท “ไฮบริจลูกผสม" ระหว่าง “บ้านพักอาศัย" กับ “ตึกแถว" หรือเรียกโก้ๆ ว่า อาคารพาณิชย์, โฮมออฟฟิศ จัดได้ว่าเป็น “บ้านไม่บาน" ประเภท “3 in 1” คือ สามารถทำกิจการการค้า สามารถประยุกต์ดัดแปลงเป็นออฟฟิศ หรือสำนักงานและในขณะเดียวกันก็สามารถใช้เป็นที่อยู่อาศัย จึงจัดได้ว่าเป็นอาคารที่ถึงพร้อมกับกิจกรรมทุกประเภทของการใช้งานอย่างแท้จริง เหมาะสมเป็นอย่างยิ่งในสภาวะปัจจุบันที่เศรษฐกิจตกสะเก็ด การเงินฝืดเคือง ทั้งราคาน้ำมัน ทั้งทอง ทั้งหุ้น ก็พากันตกร่วงกันกราวรูด ในสภาวะที่ “ผลผลิตมวลรวม" ของประเทศชาติ หรือเรียกภาษาเทคนิคว่า “จีดีพี” อยู่ในสภาวะถดถอย ที่เคยประเมินไว้ว่า จะเติบโตขึ้น 3-4% ต่อปี โดยประมาณ แต่ผลออกมากลับตาลปัตรไม่เป็นอย่างที่คาด ผลการขยายตัวของ “จีดีพี" ต่ำกว่า 1% เผลอๆ อาจจะติดลบด้วยซ้ำครับ
สำหรับผมแล้วในสถานการณ์แบบนี้คงไม่มีอะไรดีกว่าการกลับไปสู่วิถีของความ “พอเพียง" ในการใช้ชีวิต ในทุกมิติของ “ปัจจัย 4" ไม่ว่าจะเป็นข้าวปลาอาหาร จะกินทิ้งกินขว้าง กินกันอย่างสุรุ่ยสุร่าย กินเฉพาะของมีราคาแพง ตามภัตตาคารหรือตามเหลาก็ต้องชะลอไปก่อน คงต้องกลับไปสู่เมนูแบบราคาประหยัดเดิมๆ สมัยปู่ย่าตาทวด เช่น น้ำพริกปลาทู, ผัดผัก,ไข่เจียว, แกงส้ม, แกงจืด ฯลฯ บรรดาหมูหัน, หูฉลาม, เป่าฮื้อ หรือพระกระโดดกำแพง ที่ต้องจ่ายมื้อละหลักพันหลักหมื่น คงต้องชะลอไปก่อน เอาไว้เศรษฐกิจฟื้นตัวค่อยนัดทานโต๊ะจีนกันใหม่ เป็นเวลาที่ต้องรัดเข็มขัดกันอย่างจริงจังครับ สิ่งใดจำเป็นต้องใช้ก็ใช้ สิ่งใดไม่จำเป็นต้องใช้ก็อย่าคิดอ่านทำอะไรให้เกินตัว ขอให้เดินตาม “ศาสตร์พระราชา" ที่ว่าด้วยความ “พอเพียง" อย่างเคร่งครัด แล้วท่านจะ “อยู่รอด+ปลอดภัย"
ส่วนปัจจัยที่ 2 และ 3 คือ เครื่องใช้ไม้สอย เครื่องนุ่งห่ม ตลอดจนยารักษาโรค ก็ต้องพิจารณากันเป็นกรณีๆ ไปตามความเหมาะสม และปัจจัย 4 ข้อสุดท้ายที่สำคัญที่สุดคือ ที่อยู่อาศัย ก็ต้องหารูปแบบที่เหมาะสมกับตัวท่านเองและบรรดาสมาชิกในครอบครัวท่าน ตลอดจนงบประมาณที่ท่านมี หากคิดจะเป็นหนี้ก็ต้องเป็นหนี้ที่ต่ำที่สุดและควรจะเป็นหนี้ที่ก่อให้เกิดรายได้ ที่สร้างภาระกับตนเองและครอบครัวน้อยที่สุด จะต้องไม่ “เล็งผลเลิศ” หากคิดอ่านจะทำกิจการงานใด ก็ขอให้ทำด้วยสติและปัญญา รวมทั้งการเปิด “ทางถอย” ครับ
ในสัปดาห์นี้ผมขอนำเสนอรูปแบบ “บ้านไม่บาน" ที่ไม่มีวันล้มหายตายจากไปบนผืนแผ่นดินไทย เพราะ “บ้าน+ตึกแถวไม่บาน” ได้มาแพร่หลายใน “สยามประเทศ” ตั้งแต่ “ต้นรัตนโกสินทร์" และมาแพร่หลายอย่างจริงจังในสมัย “พระพุทธเจ้าหลวง" เมื่อครั้งเสด็จประภาส “ชวา” และ “สิงคโปร์" ทำให้ “บ้าน+ตึกแถว" ได้เจริญเติบโตเฟื่องฟูขึ้นนับแต่นั้นเป็นต้นมา ดังจะเห็นได้จากการเกิดขึ้นของตึกแถวในย่าน ท่าช้าง, วังหลวง, ท่าเตียน, แพร่งสภา, เจริญกรุง ฯลฯ ที่ยังคงเค้าโครงความงดงามไม่เสื่อมคลายมาจนถึงปัจจุบัน และที่น่าสนใจคือ อาคารประเภทนี้สามารถปรับเปลี่ยนตัวเองให้เข้ากับสภาพ เศรษฐกิจ สังคม ที่แปรเปลี่ยนไป ก็ถือว่าเป็นอาคารไม่กี่ประเภทหรอกครับ ที่ทั้ง อึด ทั้งทนเป็นที่สุด
สำหรับ “ตึกแถวไม่บาน" ในสัปดาห์นี้ เป็น “บ้าน+ตึกแถวไม่บาน" ในย่าน “บางบัวทอง” ที่มีทำเลที่ตั้งอยู่กลางตลาด และมีบรรยากาศของการค้าขาย สำหรับผมแล้วก็ถือว่าเป็นโจทย์ที่ท้าทายเป็นอย่างยิ่งครับ นอกจากจะต้องทำ “บ้าน+ตึกแถวไม่บาน" ให้สวยงามแล้ว จะต้องมีค่าก่อสร้างที่ประหยัด สามารถใช้งานได้จริง โดยเฉพาะชั้นล่างที่ต้องทำกิจการค้า ในพื้นที่ย่าน “บางบัวทอง” นั้น นอกจากยังต้องสามารถสู้กับวิกฤติทางเศรษฐกิจแล้ว ยังต้องสามารถสู้กับภัยทางธรรมชาติ คือ “น้ำท่วม" ซึ่งพื้นที่นี้เคยประสบพบมาอย่างหนักหนาแสนสาหัส กับสภาพน้ำท่วมใหญ่ครั้งที่แล้ว
ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีการยกพื้นสูงชั้นล่างให้สูงพ้นจากระดับน้ำท่วม แต่ในขณะเดียวกันต้องออกแบบให้บรรดาผู้ที่จะเข้ามาซื้อหาจับจ่ายใช้สอยสามารถเข้ามาได้สะดวก ก็ถือว่าเป็นโจทย์ที่ท้าทายเป็นอย่างยิ่ง ส่วนชั้น 2 ก็ถูกออกแบบให้เป็นส่วนออฟฟิศที่ทำงาน สำหรับบรรดาลูกๆ หลานๆ ส่วนชั้น 3 และ 4 ก็เป็นบริเวณห้องพัก ก็เรียกว่าถึงพร้อมครับ สำหรับ “บ้าน+ตึกแถวไม่บาน" แบบ “3 in 1” หลังนี้ครับ
สิ่งที่ผมมีความภูมิใจ + ความสุขใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้สานฝันของเจ้าของ “บ้าน+ตึกแถวไม่บาน" หลังนี้ คือ ผมเห็นความรัก ความผูกพันของคน 3 รุ่น ตั้งแต่รุ่น ย่า รุ่นแม่ และรุ่นลูก ในการประชุมกับผมทุกครั้งก็มีคุณย่า ที่มีอายุ 80 กว่าปี อาจจะหลงๆ ลืมๆ ไปบ้างตามสภาวะของสังขาร และรุ่นแม่ที่มีอายุ 40-50 ปี และรุ่นลูกที่มีอายุ 25-30 ปี เข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็น มีเห็นด้วยบ้าง ไม่เห็นด้วยบ้าง ก็เป็นเรื่องปกติของความคิดที่แตกต่างกันของคน 3 วัยครับ ที่ในอนาคตจะต้องใช้ชีวิตร่วมกันอยู่ใน “บ้าน+ตึกแถวไม่บาน" หลังนี้
ในใจลึกๆ ผมคิดว่า ครอบครัวนี้โชคดีนะครับ ที่มีคน 3 รุ่น อยู่รวมกัน อีกไม่นานหากมีรุ่นที่ 4 คือ รุ่นหลานก็ยิ่งจะทำให้ “บ้าน+ตึกแถวไม่บาน” หลังนี้คึกคักครึกครื้น ผมจึงรู้สึกอิจฉาครอบครัวนี้ และรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ร่วมงานกับครอบครัวนี้ ถึงงบประมาณในการก่อสร้างจะไม่มากมายนัก เพราะเป็นครอบครัวที่มีทุนทรัพย์ไม่มาก อันเป็นผลมาจากการเก็บหอมรอมริบมาเป็นเวลายาวนานจากการประกอบสัมมาอาชีวะอย่างสุจริต สามารถส่งเสียลูกหลานและเล่าเรียนจบ ได้รับปริญญาตามกำลังความรู้ความสามารถ ก็ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นที่สุดแล้วครับ
ผมนึกถึงคำสอนของ “ในหลวง" ให้เรา “เดินทีละก้าว กินข้าวทีละคำ" และ “ทำทีละอย่าง" จะเห็นได้ว่า “บ้าน+ตึกแถวไม่บาน" หลังนี้สามารถตอบโจทย์ได้อย่างครบถ้วน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เนื่องจากมีข้อจำกัดในเรื่องงบประมาณและไม่อยากเป็นหนี้สินให้เป็นภาระให้รุ่นลูกหลาน “สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น" ครับ ท่านผู้อ่านก็ลองพิจารณารูปลักษณ์ภายนอกของ “บ้าน+ตึกแถวไม่บาน” หลังนี้กันดู สำหรับผมแล้วผมได้ทำหน้าที่ทาง “จริยธรรม" ของผมอย่างดีที่สุดแล้ว และผมเชื่อว่า เมื่อก่อสร้างเสร็จก็จะเป็น “บ้าน + ตึกแถวไม่บาน” อีกหลังที่สวยที่สุด สะท้อนถึงความงดงามที่สุดของการใช้ชีวิตและสะท้อนความรักความผูกพันของบรรดาสมาชิกภายในบ้านหลังนี้อย่างสมบูรณ์แบบและถึงพร้อมที่สุดแล้วครับ
.......................................
(หมายเหตุ "บ้าน+ตึกแถวไม่บาน" ย่าน "บางบัวทอง" : คอลัมน์ บ้านไม่บาน โดย... อาจารย์เชี่ยว)



