
เปิดโลกการศึกษามุสลิม:กระชับมิตรนักเรียนไทยไคโรฯ
เปิดโลกการศึกษามุสลิม ตอน : กระชับมิตรนักเรียนไทยไคโรฯ
กว่า 9 ปี “เปิดโลกการศึกษามุสลิม” ทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงให้แก่สังคมนักศึกษาไทยทั้งในอียิปต์ ซูดาน ลิเบีย ตุรกี และจอร์แดน และอีกหลายประเทศที่ได้ติดต่อกันเข้ามา โดยเฉพาะในประเทศอียิปต์ ที่มีนักศึกษา กว่า 2,000 คน และมีสมาคมฯ อายุมากกว่ากึ่งศตวรรษที่ยังคงสืบทอดการทำงานเพื่อรับใช้สังคมนักศึกษาของคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ ในแต่ละปี จุดเริ่มต้นของการเขียนคอลัมน์นี้ ด้วยคำพูด คำเขียน และความเข้าใจผิดๆ ของสังคมไทยว่า “การศึกษาด้านศาสนา คือ ต้นตอขอแหล่งก่อการร้าย”
โดยเฉพาะที่น่าจับตา คือ ประเทศอียิปต์ กระบอกเสียงเล็กๆ อันนี้ได้สร้างความชัดเจนในหลายรูปแบบ เพื่อเจาะลึก การเป็นนักศึกษาศาสนา ที่มีค่า มีความสามารถเกินกว่าที่คิดไว้ในหลายมุมมอง จากที่รัฐจับตา ประชาชนทั้งพุทธและมุสลิมสงสัย ก็ได้กระจ่างขึ้นเรื่อยๆ จนวันนี้ ความจริงได้ประจักษ์ด้วยตาของทุกคน ไม่ใช่ง่ายๆ การมาศึกษายังประเทศมุสลิม และจะเป็นมุสลิมที่ดีก็ไม่ใช่ง่ายๆ เช่นกัน
ในประเทศอียิปต์ มีนักศึกษากว่า 2,000 คนที่ ได้เดินทางมาศึกษายังประเทศแห่งนี้ โดยมีสถานเอกอัครราชทูต และ “สมาคมนักเรียนไทยในกรุงไคโรในพระบรมราชูปถัมภ์” ซึ่งถือเป็นแกนกลาง บ้านกลางสำคัญ ที่รุ่นพี่ๆ สมัยก่อนได้ร่วมกันจัดตั้งขึ้นมาเพื่อไว้เป็นที่พักพิงใจของคนไกลบ้าน พบปะสังสรรค์ ทำกิจกรรมร่วมกัน เผยแพร่ความเป็นไทย เป็นมุสลิมไทย จนปัจจุบันนี้ มีนายกรวมกันแล้วก็ 60 คน 60 ปีพอดี คณะกรรมการบริหารสมาคมฯ นำทีมโดยนายกที่ได้ถูกคัดเลือกมา ประสานงานกับข้าราชการของไทย และของอียิปต์ ทุกคนทำไปด้วยหัวใจแห่งศรัทธาและฝึกตัวเองในการรับใช้สังคม
ปีนี้ ลีนวัตร แสงวิมาน นายกสมาคมฯ ปี 2556/2557 และคณะกรรมการ รวมถึงรุ่นพี่ๆ น้องๆ ได้จัดงาน “คืนสู่เหย้า เราชาวอัซฮารี่ยีน” คือหนึ่งโครงการงานระดับชาติก็ว่าได้ โดยมี นายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ นายพีรศักย จันทวรินทร์ เอกอัครราชทูตไทย กรุงไคโร ดร.อับบาส ซูมาน รองเกรนด์อีหม่าม อัลอัซฮัร ดร.มุฮญุดดีน อาฟีฟี่ ผู้อำนวยการสำนักงานวิจัยอิสลาม ดร.อับดุลเราะห์มาน มูซา ที่ปรึกษาเกรนด์อีหม่าม อัลอัซฮัร ดร.อิบรอฮีม อัลฮุดฮุด รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยอัล-อัซฮัร เข้าร่วมว่ากันว่างานในครั้งนี้ เป็นการร่วมด้วยช่วยกันทุกฝ่าย รุ่นพี่ที่เคยศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัยอัลอัซฮัร หลายๆ รุ่น รวมถึงอดีตนายกสมาคมฯ และกรรมการบริหารสมาคมฯ พี่น้องมุสลิมและพี่น้องต่างศาสนิก ต่างร่วมด้วยช่วยกันทำให้งานนี้ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด
นอกเหนือจากการจัดงานแล้ว ปีนี้คณะกรรมการบริหารสมาคมฯ ได้ตกลงกันถึงการเดินทางไปยังสามจังหวัดชายแดนใต้ เพื่อเยี่ยมเยียนปรึกษาหารือ กับสถาบันศึกษาศาสนาในโรงเรียนต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องการดูแลและทำหน้าที่ของสมาคมฯ ในประเทศอียิปต์ ซึ่งถือเป็นการสร้างสะพานเชื่อมต่อระหว่างสถานบันศึกษาศาสนาในประเทศไทยและนักศึกษาในประเทศอียิปต์ สร้างความเข้าใจ เข้าถึง เพื่อการเดินทางไปในทิศทางเดียวกัน อัลอัซฮัร เป็นมหาวิทยาลัยโลก ที่มีนักศึกษาทั่วโลกต่างเดินทางมาศึกษา รวมถึงนักศึกษาไทย สร้างความเป็นหนึ่งของสังคมมุสลิมไทยทั้งในต่างประเทศและในประเทศไทย
"สิ่งที่สำคัญกว่าการหารายได้ คือ ความสามัคคี ที่ต่างทุ่มเท และให้การต้อนรับทั้งภาคกลาง ภาคใต้ ซึ่งถือเป็น “อามานะห์” คำสัญญาที่พวกเราชาวสมาคมฯ จะทำหน้าที่ให้เป็นกลางและทำให้ดีที่สุดยิ่งขึ้น ให้สมกับที่ได้รับการไว้วางใจจากพี่น้องในทุกที่ ขอขอบคุณผู้มาร่วมงาน ผู้ร่วมสมทบทุน และผู้สนับสนุนทุกท่านมา โดยเฉพาะ สำนักจุฬาราชมนตรี สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงไคโร สมาพันธ์ศิษย์เก่าอัซฮัรโลก สมาพันธ์โรงเรียนเอกชนสอนศาสนา สมาคมนักเรียนเก่าอาหรับ ณ ที่นี้ด้วย” นายกสมาคมฯ กล่าวด้วยรอยยิ้ม
การทำงานที่ไม่หวังสิ่งตอบแทนใด นอกจากการทดสอบความศรัทธา ความหวัง ความพยายาม ของตัวเอง ท้ายที่สุด ทุกอย่างก็ลงเอยด้วยดีในทุกๆ การงาน “อัลฮัมดูลิลละห์”



