
ผลงานจากใจถวายแด่ในหลวง
18 ธ.ค. 2557
ศิลปวัฒนธรรม : ผลงานจากใจถวายแด่ในหลวง
เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระชนมพรรษา 87 พรรษา 5 ธันวาคม 2557 หน่วยงานทั้งราชการและเอกชน ต่างร่วมใจกันจัดงานเพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย เช่นเดียวกับศูนย์การค้า โอ.พี.เพลส ที่จับมือกับกลุ่มศิลปินจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ "จากดวงใจ ถวายพ่อหลวง 87 พรรษา" โดยได้รับเกียรติจาก ท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ รองราชเลขาธิการในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สำนักราชเลขาธิการ มาเป็นประธานในพิธีเปิด บริเวณอีเวนท์ฮอลล์ 2 ชั้น 3 อาคารโอ.พี.เพลส วันก่อน
นิทรรศการครั้งนี้ได้รวบรวมผลงานอันเกี่ยวเนื่องกับพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผลงานของศิลปินชั้นนำกว่า 20 ท่าน อาทิ อ.ประสงค์ ลือเมือง, อ.ธนฤทธิ์ ทิพย์วารี, อ.สุวิทย์ ใจป้อม, อ.ชัชวาลย์ รอดคลองตัน, อ.ธนาเศรษฐ์ ศิรอภิวัลย์, อ.วัชระ กล้าค้าขาย, อ.สุวัฒน์ วรรณมณี เป็นต้น นำผลงานมาร่วมจัดแสดงกว่า 80 ชิ้น นอกจากนี้ยังภายในงานยังได้จัดให้มีการประมูลผลงานศิลปะเพื่อสมทบทุนการศึกษาแก่นักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์
หนึ่งในทีมศิลปิน อ.สุวิทย์ ใจป้อม เจ้าของผลงาน "พ่อหลวง" เปิดเผยว่า ภาพที่นำมาร่วมจัดแสดงในนิทรรศการนี้เป็นภาพที่ใช้เทคนิคการเขียนชาโคล (ถ่าน) บนผืนผ้าใบ ใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ ก่อนจะสร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้ขึ้นมาได้เห็นรูปจากปกหนังสือเล่มหนึ่ง ขนาดเล็กกว่ากระดาษ เอ 4 ได้เห็นแววพระเนตรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีพระเมตตา และทรงมีความมุ่งมั่นในการทรงงานเพื่อพัฒนาประเทศ รู้สึกประทับใจภาพดังกล่าว จึงนำมาเป็นต้นแบบในการวาดภาพนี้ขึ้นมา
"ผมเริ่มต้นวาดภาพพระองค์ท่านตั้งแต่เรียนอยู่ชั้น ป.2 ครูสั่งให้วาดก็วาดโดยที่ไม่รู้ว่าท่านเป็นใคร พอโตขึ้นรู้ว่าพระองค์ท่านเป็นใครก็ตั้งใจวาดมาเรื่อยๆ หลายคนก็ชมว่าสวย จากวันนั้นมาถึงวันนี้ก็นับเป็นพันรูปแล้ว และหลังจากนี้ตั้งใจจะวาดรูปพระองค์ท่านต่อไป อีกทั้งผมยังน้อมนำแนวพระราชดำริในเรื่องของความเพียร จากบทพระราชนิพนธ์พระมหาชนกมาใช้ในชีวิตประจำวันด้วย อย่างที่ผ่านมาผมเคยทำงานชิ้นใหญ่เป็นเรื่องราวต่อเนื่องความยาวกว่า 15 เมตร ผมก็ยึดตรงนี้ คือมีความตั้งใจและความเพียร อย่างที่พระองค์ท่านสอนว่า ถ้าเรามีความเพียรก็จะสามารถทำทุกอย่างได้สำเร็จ ซึ่งผมก็นำคำสอนนี้มาใช้ในการทำงานตลอดมา และจะยึดถือตลอดไปด้วย" อ.สุวิทย์ เปิดเผยด้วยสีหน้าและแววตาปลื้มปีติ
อีกหนึ่งศิลปินอิสระอย่าง อ.ชัชวาลย์ รอดคลองตัน ก็บอกเช่นกันว่า ครั้งนี้วาดภาพมาร่วมจัดแสดง 2 ภาพ โดยเลือกใช้เทคนิคสีน้ำมันบนผ้าใบ ภาพแรกชื่อ "ในหลวงในดวงใจ" เป็นภาพที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงยืนแหงนพระพักตร์เหมือนกำลังทอดพระเนตรอะไรบางอย่าง สะท้อนถึงความมุ่งมั่นที่ทรงพัฒนาประเทศไทย คอนเซ็ปต์คือต้องการเลือกใช้สีเหลือง ซึ่งเป็นสีประจำวันพระบรมราชสมภพเป็นสีหลัก แล้วใช้สีน้ำเงิน ซึ่งหมายถึงพระมหากษัตริย์ เป็นตัวเดินเส้น ส่วนอีกภาพชื่อว่า "เปล่งบุญญาสมสง่าบารมี" ภาพนี้ตั้งใจเขียนให้ดูสดใสกว่าภาพแรก โดยใช้ฉากหลังเป็นรูปภูเขาหรือดอยสูงเหมือนเป็นโครงการหลวงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพัฒนา ซึ่งทั้ง 2 ภาพนี้ใช้เวลาราว 2 สัปดาห์จึงแล้วเสร็จ
ขณะที่ อ.ธนาเศรษฐ์ ศิรอภิวัลย์ เจ้าของภาพพิมพ์ไม้แกะสลัก "พ่อหลวง 87" เล่าว่า จากโจทย์ของงานทำให้นึกถึงภาพที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกมหาสมาคม ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม มีประชาชนสวมใส่เสื้อสีเหลืองมารับเสด็จเป็นจำนวนมาก ซึ่งตนเองก็เป็นหนึ่งในคนเหล่านั้นด้วย และภาพในวันนั้นยังคงติดตรึงอยู่ในใจมาตลอด และเชื่อว่าจะอยู่ในความทรงจำและอยู่ในดวงใจของคนไทยทุกคนด้วย จึงนำมาถ่ายทอดด้วยการแกะสลักเป็นลายเส้นธรรมดาสะท้อนถึงความพอเพียง แต่ในลายเส้นง่ายๆ ก็มีการบอกเล่าเรื่องราวหลายๆ อย่างสอดแทรกไปในภาพด้วย ที่จริงอยากเล่าเรื่องราวมากมายที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทำเพื่อประชาชนคนไทย แต่คงเล่าได้ไม่หมดเพราะมีมากมายเหลือเกิน จึงเลือกใช้ลายเส้นมาถ่ายทอดความประทับใจในอีกรูกปแบบหนึ่ง
นอกจากนี้ภายในงานยังมีผลงานน่าชื่นชมอีกมากมาย ผู้สนใจสามารถเข้าชมทุกวันตั้งแต่วันนี้จนถึง 21 ธันวาคม ระหว่างเวลา 10.30-19.30 น.



