ไลฟ์สไตล์

ผิดนัดชำระหนี้ถูกฟ้อง 'ขาดคุณสมบัติในการกู้ยืมเงิน'

ผิดนัดชำระหนี้ถูกฟ้อง 'ขาดคุณสมบัติในการกู้ยืมเงิน'

17 ธ.ค. 2557

เปิดซองส่องไทย : ผิดนัดชำระหนี้ถูกฟ้อง 'ขาดคุณสมบัติในการกู้ยืมเงิน' : โดย...ลุงแจ่ม

 
                              ดิฉันเป็นประชาชนชาวไทยคนหนึ่งที่ได้กู้ยืมเงินจากกองทุน กยศ. จริงอยู่ว่าดิฉันขาดการติดต่อขอคืนเงินกองทุน แต่เนื่องจากตอนนั้นดิฉันไม่ทราบว่าขั้นตอนการที่จะใช้เงินคืนต้องทำอย่างไรบ้าง และดิฉันเองก็ยังขาดรายได้ที่เพียงพอที่จะใช้คืน ซึ่งการงานตอนนั้นยังไม่ค่อยมั่นคงเท่าไหร่
 
                              และแล้วดิฉันก็ได้รับหมายศาลให้ไปไกล่เกลี่ย และดิฉันได้ปรับตัวให้เข้าสู่ระบบและได้กลับมาใช้คืนเงินกู้ตามระบบ ดิฉันได้รับการศึกษาเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งที่ จ.ปทุมธานี ซึ่งดิฉันก็ได้ทำการขอกู้เงินทุนต่อ และทางกองทุน กยศ.ก็อนุมัติให้ดิฉันกู้ในเทอมแรก แต่พอเทอมที่ 2 กลับตัดสิทธิ์ของดิฉัน โดยบอกว่าดิฉันเคยได้รับหมายศาล ถ้าดิฉันอยากกู้ต่อต้องใช้เงินคืนกองทุนทั้งหมดตามจำนวนที่กู้มา และการที่จะคืนเงินนั้น ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่มากพอสมควรสำหรับสถานะของการที่กำลังศึกษา 
 
                              เหตุผลอีกประการหนึ่ง ทำไมทางกองทุน กยศ.ไม่แจ้งก่อนที่เราจะทำการเสนอกู้เงินทุนในเทอมการศึกษาแรก อยู่ๆ ก็มาตัดระบบกลางคันแบบนี้ คิดว่าสมเหตุสมผลแล้วหรือ และสมควรแล้วหรือ ซึ่งถ้ากองทุน กยศ.แจ้งนักศึกษาตั้งแต่แรกจะมีใครไหมที่จะอยากเป็นหนี้เพิ่มอีก โดยที่ไม่สามารถจะดำเนินการศึกษาต่อได้ ดิฉันอยากที่จะกู้เพิ่มหรือ เราคิดว่าจะสามารถกู้ได้จนจบการศึกษาในระดับปริญญาตรี แต่ถ้าเป็นแบบนี้ก็เหมือนกับเพิ่มหนี้ขึ้นมาอีก ซึ่งไม่มีประโยชน์อะไรเลย แต่กลับเพิ่มภาระและเป็นปัญหาหนักใจมากกว่าเดิม ใครจะรับผิดชอบวันนี้เทอมแรกที่ดิฉันกู้ช่วยบอกดิฉันหน่อยว่าจะทำอย่างไรได้บ้าง 
 
                              ดิฉันอยากทราบว่า ผู้บริหารกองทุนระดับดอกเตอร์หลายๆ ท่านมีความสามารถในการวางแผนระบบการศึกษา และระบบการให้กู้ รู้ว่าเงินการศึกษาไม่ได้แค่นี้หรอก และการที่จะพิจารณาตัดสิทธิ์ของนักศึกษาท่านไม่ได้ดูข้อมูลของนักศึกษาหรืออย่างไร หรือว่าเขาได้กลับมาเข้าสู่ระบบของการเป็นนักศึกษาและกำลังอยู่ระหว่างการศึกษา และอีกประเด็นหนึ่ง หลังจากมีการไกล่เกลี่ยจากศาลได้กลับมาใช้หนี้ตามระบบและทำตัวเป็นลูกหนี้ที่ดี รวมถึงพลเมืองที่ดี ดิฉันขอถามเป็นข้อๆ ดังนี้
 
                              1.ดิฉันอยากร้องเรียนว่า เทอมแรกทางกองทุน กยศ.อนุมัติให้ดิฉันกู้ทำไม ซึ่งทำให้ดิฉันอยู่ในสภาพครึ่งๆ กลางๆ แบบนี้ก็ไม่ประสบผลสำเร็จแน่นอน เสมือนคุณพายเรือพาเราออกจากทะเลแล้วคุณทำเราลงทะเล คุณคิดว่าโอกาสรอดมีมากเพียงใด 
 
                              2.ถ้าคุณแจ้งดิฉันตั้งแต่แรกว่าคุณสามารถกู้ได้แค่เทอมแรกเทอมที่ 2 ไม่สามารถกู้ได้ เนื่องจากคุณเคยผิดนัดการชำระหนี้และได้รับหมายศาลดิฉันจะไม่กู้ต่อ 
 
                              3.จะมีใครสักคนไหมที่ออกมารับผิดชอบตรงนี้และการที่จะพิจารณาสิทธิของการกู้ควรจะมีศีลธรรม จริยธรรมมากกว่านี้หรือเปล่า ถูกต้องแล้วหรือที่ผู้ใหญ่ปล่อยให้เด็กลอยคอกลางน้ำ 
 
 
วิไล 
 
 
ตอบ 
 
 
                              กยศ.คอลเซ็นเตอร์ ชี้แจงว่า เรื่องคุณสมบัติของผู้กู้ยืมเงิน ตามหลักเกณฑ์การให้กู้ยืมเงิน กยศ.ที่กำหนดว่า "กรณีผู้ขอกู้ยืมเงินรายใดเคยกู้ยืมเงินกองทุน กยศ. หรือ กองทุน กรอ.มาแล้ว แต่ผิดนัดชำระหนี้และได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความก่อนฟ้อง และหรือเคยถูกฟ้องร้องดำเนินคดีมาแล้ว ผู้ขอกู้ยืมรายนั้นสามารถกู้ยืมเงินกองทุนต่อไป หากได้ชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ หรือชำระหนี้ตามคำพิพากษาจนเสร็จสิ้น"
 
                              กรณีของผู้ร้องเรียน เป็นผู้กู้ที่เคยกู้ยืมเงินกองทุนแล้วผิดนัดชำระหนี้จนถูกฟ้องคดี และได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความในชั้นศาล จึงถือว่าเป็นผู้ที่ขาดคุณสมบัติในการกู้ยืมเงิน ซึ่งหลักเกณฑ์ดังกล่าวนี้ กองทุนได้แจ้งให้สถานศึกษาและประกาศเผยแพร่โดยทั่วไป ตั้งแต่ยังไม่เปิดการศึกษาในภาคเรียนที่ 1/2557 แต่สาเหตุที่ผู้ร้องเรียนได้รับอนุมัติให้กู้ในภาคเรียนที่ 1/2557 นั้น อาจเป็นเพราะสถานศึกษาที่เป็นผู้พิจารณาคุณสมบัติและอนุมัติการให้กู้ยืมเงินไม่ทราบข้อเท็จจริงในเรื่องที่ผู้ร้องเรียนเคยถูกฟ้องร้องดำเนินคดี เนื่องจากผู้ร้องเรียนไม่ได้แจ้งข้อเท็จจริงให้สถานศึกษาทราบ 
 
                              หากผู้ร้องเรียนอยากทราบถึงปัญหาว่าจะดำเนินการอย่างไร แล้วจะทำอะไรได้บ้าง ติดต่อได้ที่ กยศ.คอลเซ็นเตอร์ โทร.0-2610-4888
 
 
ลุงแจ่ม
 
 
 
สามี(ตัวดี)มีกิ๊ก
 
 
                              ดิฉันมีเรื่องกลุ้มใจอยากถามค่ะ คือว่าดิฉันเพิ่งแต่งงานอยู่กินกับสามี และจดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมายได้ประมาณ 1 ปี แต่ก่อนหน้านั้นเราตัดสินใจใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันก่อนแล้วประมาณ 4 ปี ซึ่งที่ผ่านมาดิฉันไม่เคยทราบมาก่อนเลยว่า ขณะที่สามีของดิฉันอยู่กับดิฉันก่อนแต่งงานนั้น เขาได้มีการพูดคุยและนัดเจอกับหญิงสาวคนหนึ่งอยู่ด้วย
 
                              ดิฉันเพิ่งมารู้เมื่อไม่กี่เดือนผ่านมานี้เอง เมื่อจับได้ สามีบอกว่า ไม่มีอะไร แล้วผู้หญิงก็ยืนยันว่า ไม่มีอะไร ในขณะที่ความเป็นจริงแล้วยังคงมีการติดต่อกันบ่อยๆ 
 
                              ปัญหาขณะนี้คือ ดิฉันไม่อาจทนรับในสภาพอย่างนี้ได้ รู้สึกเครียดค่ะ เลยบอกว่า ถ้าไม่รักกันก็เลิกกันไปดีกว่าไหม อย่าอยู่ด้วยกันเลย แต่สามีไม่ยอม
 
                              ดิฉันอยากหย่าค่ะ อยากทราบว่าจะทำอย่างไรได้บ้างเพื่อจะขอหย่าจากสามีได้ เพราะสามียืนยันไม่หย่าให้อย่างเดียว แต่ดิฉันไม่อยากทนอยู่ในสภาพที่ต้องเห็นเขาติดต่อกันอย่างนี้ เนื่องจากสามีบอกว่าเลิกติดต่อกับผู้หญิงคนนั้นแล้ว แต่ในความเป็นจริงก็ยังติดต่อกันอยู่
 
 
บี 
 
 
ตอบ
 
 
                              ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชน อาจารย์ชลธิชา สมสอาด คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำว่า จากข้อมูลที่คุณให้มาทั้งหมด เป็นเรื่องที่ยากจะใช้มาอ้างเพื่อขอหย่าได้ เพราะหลักฐานยังไม่หนักแน่นถึงขนาดที่จะใช้อ้างเพื่อเป็นเหตุแห่งการฟ้องหย่าได้ ถ้าฟ้องหย่าเรื่องสามีมีชู้ก็ต้องหาหลักฐานที่แน่นหนากว่านี้  
 
                              ทางที่ดีอยากให้ถามตัวเองก่อนว่า อยากจะหย่ากับสามีจริง หรือว่าต้องการทำเพื่อประชดเท่านั้น ถ้าเป็นการทำเพื่อประชดก็อาจจะทำให้คุณเสียใจภายหลัง หากต้องเลิกรากันจริง ดังนั้นถามใจตัวเองก่อนว่าต้องการแบบไหน 
 
                              ถ้าในที่สุดแล้วต้องการจะหย่าจริง เพราะรับไม่ได้กับเรื่องนี้ คุณก็มีสิทธิที่ก้าวออกมาจากจุดนั้น อาจจะแยกออกมาอยู่ต่างหาก แล้วหลังจากนั้นก็ทิ้งระยะเวลาให้ผ่านไปเพื่ออ้างเหตุทิ้งร้าง เพื่อเป็นเหตุของการฟ้องหย่า 
 
                              ซึ่งการทิ้งร้างนั้น มี 2 แบบ คือ ถ้าทิ้งร้าง 1 ปี โดยที่ฝ่ายทิ้งร้างไม่มีสิทธิฟ้องหย่า แต่ถ้าเป็นการทิ้งร้างผ่านไปแล้ว 3 ปี คุณมีสิทธที่จะฟ้องหย่าได้ 
 
                              แต่ในที่สุดแล้วก็อย่างที่บอกไว้ข้างต้นว่า ให้ถามใจตัวเองให้แน่นอนว่า จะเลือกทางไหน แล้วค่อยตัดสินใจ
 
 
ลุงแจ่ม