
แท็กซี่ขอเหมา...ไม่ยอมกดมิเตอร์
16 ธ.ค. 2557
เปิดซองส่องไทย : แท็กซี่ขอเหมา...ไม่ยอมกดมิเตอร์ : โดย...ลุงแจ่ม
ได้ยินปัญหาแท็กซี่ขอคิดเหมาปิดมิเตอร์มานาน แล้วก็ได้เห็นข่าวจากกรมการขนส่งทางบกว่า มีมาตรการป้องกันแก้ไขอยู่เนืองๆ ส่วนตัวเคยเจอปัญหาแท็กซี่มาบ้าง โดยเฉพาะเวลาเรียกจากสถานบันเทิง หรือห้างสรรพสินค้าที่มักมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ ขอบวก 50 บาทจากมิเตอร์ ซึ่งก็พอรับได้ นึกซะว่าเรียกมาจากสนามบินแล้วกัน แต่ล่าสุดเมื่อเร็วๆ นี้ ดิฉันกลับจากไปทำงานที่ จ.นครราชสีมา ลงจากรถเพื่อนที่สี่แยกสุทธิสาร-วิภาวดี เมื่อเวลาประมาณ 04.30 น. เพื่อเรียกแท็กซี่กลับบ้านย่านสำโรง
จากที่คิดว่าใช้เวลาไม่นานก็น่าจะได้รถ ซึ่งก็มีรถว่างจำนวนมาก แต่ปรากฏว่าไม่จอดรับ มาทราบภายหลังว่าเวลาดังกล่าวรถจะมุ่งหน้าเข้าหมอชิตเพื่อรับคน เพราะเป็นเวลารถเข้าและเป็นช่วงวันหยุดยาวที่จะมีคนเดินทางเยอะ กระทั่งเรียกได้รถแท็กซี่เขียวเหลือง ทะเบียน มฎ 2257 คนขับยอมจอดแต่อ้างว่าจะกลับบ้านแล้ว และบ้านอยู่รัชดา ถ้าจะให้ไปส่งก็กลัวไม่มีคนเรียกกลับ (ทั้งที่สำโรงคนเยอะมาก) ขอเหมา 300 บาท ปิดมิเตอร์ ไม่รวมค่าทางด่วนอีก 50 บาท ส่วนตัวรู้สึกว่าถูกเอาเปรียบอย่างแรง เพราะปกติเรียกจากสุทธิสารมาบ้านแค่ร้อยกว่าบาทเท่านั้น แต่ด้วยสภาพร่างกายที่ต้องการพักผ่อนอย่างเร็วที่สุด ก็ต้องจำยอมจ่ายไปตามนั้น ฝากลุงแจ่มถามกรมการขนส่งด้วยค่ะว่า เมื่อไหร่จะแก้ปัญหาแบบนี้ได้เสียที
ปิยะอร
ตอบ
กองตรวจการขนส่งทางบก กรมการขนส่งทางบก ชี้แจงว่า กรณีรถแท็กซี่ทะเบียน มฎ 2257 กรุงเทพมหานคร ไม่ใช้มาตรมิเตอร์ (จ้างเหมา) เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2557 กองตรวจการขนส่งทางบก กรมการขนส่งทางบก ได้จัดส่งผู้ตรวจการดำเนินการติดตามตัวผู้ขับรถตามข้อร้องเรียนดังกล่าวมาสอบสวนข้อเท็จจริงแล้วเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ผลการดำเนินการดังนี้
1.รถคันหมายเลขทะเบียน มฎ 2257 กรุงเทพมหานคร เป็นรถยนต์สาธารณะส่วนบุคคล สีเขียว-เหลือง โดยมีนายพิทักษ์ เป็นเจ้าของรถและเป็นผู้ขับรถในขณะเกิดเหตุ โดยมีใบอนุญาตทุกประเภท ชนิดที่ 2 วันอนุญาต 15/08/2533 วันสิ้นอายุ 12/02/2560 ออกโดยสำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1
2.นายพิทักษ์ ได้ให้การยอมรับว่า ได้กระทำผิดตามที่ถูกร้องเรียนจริง ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ มาตรา 5(2),58 ข้อหาไม่ใช้มาตรมิเตอร์ (จ้างเหมา) จึงได้ดำเนินการลงโทษเปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 500 บาท (ห้าร้อยบาทถ้วน) ตามใบเสร็จเล่มที่ 14 ก 01163 เลขที่ 116278 พร้อมทั้งได้กำชับให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด หากมีการกระทำความผิดในลักษณะเช่นนี้อีกจะลงโทษสถานหนักต่อไป
อนึ่ง กรมการขนส่งทางบก ได้มีมาตรการพักใช้ใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ กรณีที่ผู้ขับรถกระทำความผิดซ้ำซาก โดยเฉพาะ 3 ข้อหาหลัก คือ ไม่ใช้มาตรค่าโดยสาร, ปฏิเสธไม่รับผู้โดยสาร และไม่ส่งคนโดยสารตามที่ตกลง ดังนี้
กระทำผิดครั้งที่ 1 ปรับ
กระทำผิดครั้งที่ 2 ปรับ และพักใช้ 7 วัน
กระทำผิดครั้งที่ 3 ปรับ และพักใช้ 15 วัน
กระทำผิดครั้งที่ 4 ปรับ และพักใช้ 30 วัน
กระทำผิดครั้งที่ 5 เป็นต้นไป ปรับ และพักใช้ 6 เดือน
ลุงแจ่ม
เสียดายยกเลิกโครงการดีๆ
ผมมีความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก อยากให้ช่วยประสานงานไปยังสำนักงานเขตหลักสี่ กทม.ให้ด้วย คือเมื่อก่อนนี้ ทางกทม.ได้กำหนดให้มีวันทิ้งของ หรือทิ้งขยะ และวันตัดกิ่งไม้ โดยสำนักงานเขตหลักสี่จะดำเนินการจัดรถบรรทุกมารับเพื่อให้ทิ้งถึงที่บ้าน ตามวัน เวลา ที่ทางสำนักงานเขตกำหนด ประมาณ 2-3 เดือนต่อครั้ง
เพราะชาวบ้านไม่มีปัญญาที่จะขนพวกขยะ กิ่งไม้ไปทิ้งได้ บางคนก็ไปทิ้งในที่ว่างเปล่า ทำให้ดูสกปรกเลอะเทอะเป็นอย่างมาก
โครงการดีและมีประโยชน์อย่างนี้ ทำไมเขตหลักสี่ถึงได้ยกเลิกไปได้ เป็นเรื่องที่น่าเสียดายเป็นอย่างมาก แต่ผมได้ยินข่าวว่าบางเขตก็ยังทำกันอยู่ แต่ทางเขตหลักสี่กลับยกเลิกโครงการดีๆ นี้ไปได้ จึงทำให้ก่อเกิดขยะ และกิ่งไม้วางเกะกะขวางทางเท้า
ชน / ทุ่งสองห้อง
ตอบ
นายปกครอง พลเมือง หัวหน้าฝ่ายรักษาความสะอาดและสวนสาธารณะ สำนักงานเขตหลักสี่ ชี้แจงว่า ทางสำนักงานเขตได้ตั้งเป็นโครงการเก็บของเหลือใช้ โดยทางเขตจะมีถึง 80 ชุมชนด้วยกัน จะทำการหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันไปเก็บ โดยชุมชนหนึ่งกว่าจะเข้าไปเก็บได้ก็ประมาณ 2-3 เดือนครั้ง โดยจะเข้าไปเก็บกิ่งไม้ และจำพวกของเหลือใช้ต่างๆ ในชุมชน
บางทีอาจจะครั้งเข้าไปแล้วแต่เจ้าของบ้านอาจจะไม่อยู่ แต่ก่อนที่จะเข้าไปทำการเก็บทางเขตจะประชาสัมพันธ์ก่อนว่าจะเข้ามาเก็บวันไหน โครงการนี้ยังมีอยู่ เป็นการเก็บของเหลือใช้ หมุนเวียนไปเก็บขยะชิ้นใหญ่ โดยจะใช้รถกระบะเข้าไปเก็บ เพราะถ้าเป็นรถขยะจะเก็บได้ไม่หมด การเก็บสิ่งของเหลือใช้ก็จะเก็บตามบ้านที่นำออกมาไว้ให้ เช่น ตู้ โต๊ะ เตียง เก้าอี้ ที่นอน หมอน ฟูก
ปัญหาคือผู้ร้องเรียนไม่ได้บอกว่าอยู่ชุมชนไหน จะได้ดูว่าเป็นชุมชนที่เคยเข้าไปเก็บหรือยัง แต่ผู้ร้องเรียนอาจจะไม่อยู่บ้านก็ได้เลยไม่ได้ทิ้งสิ่งของ และที่เก็บช้าก็เพราะชุมชนเยอะต้องหมุนเวียนกันเข้าไปเก็บกว่าจะถึงชุมชนอีกแห่งก็นานประมาณ 2-3 เดือน ก็ต้องรอหน่อย
โครงการดีๆ แบบนี้ไม่ยกเลิกแน่นอน
ลุงแจ่ม
เดือดร้อนเพราะเพื่อน
ดิฉันมีปัญหาเรื่องค้ำประกันซื้อรถให้เพื่อนค่ะ คือว่า เพื่อนอยากออกรถเพื่อเอามาใช้ขายของ เนื่องจากเขาไม่มีเงินเดือนเป็นรายได้ประจำ ทำให้ไม่สามารถค้ำประกันได้ โดยใช้ชื่อของเพื่อนเป็นคนซื้อ แล้วดิฉันค้ำให้ ก็เห็นว่าเป็นเพื่อนที่คบกันมาตั้งแต่สมัยเรียนหนังสือตั้งแต่เด็กๆ แล้ว ดูแล้วก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร จึงได้ช่วยเหลือกัน
หลังจากส่งรถได้ประมาณปีกว่า เพื่อนดิฉันก็ได้รับอุบัติเหตุเสียชีวิต ดิฉันเห็นสามีเขายังขับรถเรื่อยมา ก็ไม่เคยคิดว่าจะมีปัญหาเรื่องขาดส่ง จนกระทั่งเมื่อเดือนที่แล้วมีเจ้าหนี้มาทวงกับดิฉันว่าจะมายึดรถ และถ้าไม่มีรถดิฉันต้องใช้หนี้เพราะเขาตามลูกหนี้ไม่ได้
ทำให้ดิฉันเครียดมากค่ะ เพราะสามีก็ไม่รู้เรื่องนี้ แล้วดิฉันมีลูก 2 คน มีภาระของตัวเองอยู่แล้ว หลังจากทราบเรื่องก็พยายามติดตามสามีของเพื่อน แต่หาตัวไม่เจอเหมือนกันค่ะ พยายามไปตามที่อยู่ที่เขาเคยอยู่กับเพื่อนก็ปรากฏว่าเขาย้ายออกไปแล้ว เนื่องจากเป็นบ้านเช่า
อยากทราบว่า ดิฉันต้องรับใช้หนี้แทนจริงๆ หรือคะ แล้วจะทำอย่างไรได้บ้าง หรือมีวิธีไหนที่จะต้องใช้หนี้แทนเขาได้บ้าง
แก้ว
ตอบ
ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชน อาจารย์ชลธิชา สมสอาด คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำว่า เรื่องนี้เป็นปัญหาที่ยากต่อการจะปัดความรับผิดชอบ ซึ่งก็เหมือนกับที่เคยบอกในหลายๆ ครั้งว่า เมื่อได้ไปค้ำประกันให้ใครก็เท่ากับว่าคุณเป็นลูกหนี้คนที่สองตามกฎหมาย สามีของเพื่อนเป็นลูกหนี้คนที่หนึ่ง ในเมื่อเจ้าหนี้ตามลูกหนี้คนที่หนึ่งไม่ได้เขาก็มีสิทธิที่จะมาตามกับคุณ ซึ่งเป็นลูกหนี้คนที่สอง
ในเบื้องต้นพยายามติดตามหาสามีของเพื่อนให้ได้ โดยอาจจะคุยกับเจ้าหนี้ก่อนแล้วขอดูเอกสารทะเบียนบ้านขณะที่ใช้เพื่อซื้อรถว่า เป็นที่อยู่ที่ไหน แล้วหลังจากนั้นก็ไปตามตามที่อยู่ ถ้าเป็นที่อยู่ตามภูมิลำเนาก็อาจจะตามไปที่จุดนั้น เพื่อที่จะได้รู้ว่าเขาจะเอาอย่างไร หรือได้เพียงแต่รถมาคืนก็ยังดี เพราะจะทำให้คุณต้องชดใช้หนี้น้อยลง
ถ้าเจ้าหนี้ไม่ตามหา คุณช่วยตามหาถ้าเจอก็บอกให้เจ้าหนี้ไปตามเอาเอง อย่างนี้ก็จะช่วยได้มาก แต่ถ้าไม่ตามหา หรือตามหาแล้วไม่เจอ สุดท้ายแล้วเจ้าหนี้ก็คงต้องฟ้องคุณและสามีของเพื่อน เจ้าหนี้มักจะฟ้องทั้งสองคนพร้อมกันเลย
เมื่อถึงเวลานั้นก็คงต้องอยู่ที่การพิจารณาของศาลว่าคุณจะต้องใช้หนี้แทนเพื่อนมากน้อยแค่ไหน
ลุงแจ่ม



