
ชวนชิม : กรุ่นกลิ่น 'ไทย' ในต่างแดน
14 ธ.ค. 2557
ชวนชิม : กรุ่นกลิ่น 'ไทย' ในต่างแดน
คนไทยที่ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านเรา เรื่องของอาหารการกินแบบไทยๆ ดูจะหาทานได้ง่ายและเป็นเรื่องปกติธรรมดา หากแต่ต้องจากบ้านไปทำงานต่างถิ่น หรือไปท่องเที่ยวนานๆ เป็นต้องคิดถึงอาหารไทยกันบ้างล่ะ ด้วยรสชาติที่เข้มข้นกลมกล่อมจนชาวต่างชาติยังติดใจ คงไม่มีทางที่คนไทยจะลืมได้ลง เมื่อช่วงต้นฤดูหนาวที่ผ่านมามีโอกาสเดินทางไปทำงานที่สวิตเซอร์แลนด์ ดินแดนอันสวยงามที่หลายคนต่างปรารถนาจะไปสักครั้งในชีวิต ทว่าเรื่องของอาหารอาจยังไม่ถูกปากนัก หลังจากบริโภคเนื้อ นม ไข่ มาหลายมื้อ สมองก็พลันนึกถึงอาหารประจำชาติขึ้นมา และเมื่อได้ยินว่าที่เจนีวามีร้านอาหารไทยรสชาติดีอยู่บริเวณใจกลางเมือง จึงไม่รีรอที่จะสาวเท้าปรี่ไปที่ร้านในทันที ไม่ต้องเดินหาให้เหนื่อยเพราะชื่อร้าน "ไทย" ก็บ่งบอกถึงความหมายชัดเจนในตัวเองอยู่แล้ว
ก้าวเข้าไปในร้านบรรยากาศเสมือนเดินทางกลับบ้านเกิดอีกครั้ง ด้วยการตกแต่งอย่างหรูหรา โอ่โถง แต่แฝงไปด้วยความอบอุ่นสบายๆ เป็นกันเอง ร้านแบ่งเป็น 2 ชั้น ต้อนรับลูกค้าได้ราว 60 คน แต่ถ้ามาเป็นกรุ๊ปอย่างคณะของเรา ทางร้านจะแยกให้นั่งแบบเป็นสัดส่วนเฉพาะ สามารถกิน ดื่มได้อย่างสะดวก ขณะหันซ้ายหันขวาชมความสวยของร้านอยู่ พนักงานก็ออกมาต้อนรับด้วยรอยยิ้มและทักทายด้วยภาษาอันคุ้นหู ไม่ต้องจินตนาการเลยว่าจะมีความสุขมากขนาดไหน ทั้งยังเล่าให้ฟังด้วยว่า ร้านเปิดให้บริการมากว่า 10 ปี เพื่อให้ลูกค้าต่างชาติได้ลิ้มรสความอร่อยของอาหารไทยอันเลื่องชื่อ รวมไปถึงลูกค้าคนไทยที่ห่างหายอาหารไทย ซึ่งแม้จะเป็นต่างบ้านต่างเมืองแต่การันตีว่า อร่อยไม่แพ้ทานที่เมืองไทยเลยทีเดียว เพราะพ่อครัวและแม่ครัวส่วนใหญ่ก็ส่งตรงมาจากเมืองไทยแทบทั้งนั้น
อาหารของร้าน "ไทย" แม้จะไม่ได้มีให้เลือกทานมากมายอย่างบ้านเรา แต่สำหรับคออาหารไทยที่อยากลิ้มรสชาติแบบไทยแท้ มาที่นี่รับรองไม่ผิดหวัง เมนูแนะนำประเดิมด้วยอาหารทานเล่นอย่าง ปอเปี๊ยะสดเจ กับแป้งนุ่มๆ ห่อด้วยเครื่องนานาชนิดทั้ง อะโวคาโด แตงกวา แครอท ถั่วงอก ส่วนทีเด็ดต้องยกให้น้ำจิ้มสูตรเฉพาะ เข้มข้นมากๆ แต่ไม่เน้นเผ็ด จานต่อมาต้องไม่พลาด ส้มตำไทยสไตล์ฝรั่ง รสชาติไม่จัดจ้านเท่าไหร่นัก แต่ทานแล้วก็พอหายคิดถึงบ้านไปได้บ้าง ทั้งยังเป็นเมนูขายดีอีกด้วย ยังคงตอกย้ำความอร่อยด้วยเมนูทานเล่นอย่าง ไก่สะเต๊ะ ร้านนี้เขาเลือกใช้เฉพาะส่วนที่เป็นสันในไปหมักให้เนื้อไก่นุ่ม นำไปย่างจนส่งกลิ่นหอมกรุ่นได้ที่ ก่อนทานราดด้วยซอสสะเต๊ะสูตรเด็ด!! อร่อยจนหยุดไม่อยู่ทีเดียว
ลองเมนูทานเล่นไปหลายอย่างจนท้องเริ่มอิ่ม เป็นสัญญาณบอกว่าได้เวลาของอาหารจานหลักกันแล้ว ทางร้านแนะนำเป็น ปลากะพงนึ่งมะนาว แค่เพียงเห็นสีของพริกก็รับรู้ได้ถึงความจัดจ้านของรสชาติ ทว่าเชฟรีบบอกว่าไม่ได้เผ็ดมากมายอย่างที่คิด เพราะทางร้านเลือกใช้พริดสดมาสับแบบหยาบๆ เพื่อลดความเผ็ดลง อีกเมนูที่มาถึงร้านนี้ถ้าไม่ได้ซดต้มยำต้องถือว่ายังมาไม่ถึง เพราะเป็นอีกเมนูแนะนำของทางร้านที่ใครมาก็ต้องสั่งแม้กระทั่งฝรั่งตาน้ำข้าวยังติดใจ แล้วสาวกอาหารไทยอย่างเราจะพลาดได้อย่างไร ว่าแล้วทางร้านก็จัด ต้มยำกุ้งน้ำข้น ใส่เห็ดแชมปิญองมาให้ซดกันแบบคล่องคอ ด้วยน้ำต้มยำของเขารสชาตกลมกล่อมแถมกุ้งตัวโตก็เป็นกุ้งเลี้ยงธรรมชาติ เนื้อจึงหวานกรุบกรอบ ตอกย้ำความอร่อยด้วยเห็ดแชมปิญองเนื้อนุ่ม
อีกเมนูที่มาแล้วต้องสั่งคือ ผัดไทกุ้งสด ที่นี่เขาเลือกใช้เส้นเหนียวนุ่ม ส่งตรงจากประเทศไทย มาผัดกับเครื่องปรุงผัดไทสารพัดชนิด ส่วนความพิเศษของจานนี้อยู่ที่กุ้งสดตัวโต ที่ใส่มาให้ได้ทานกันอย่างจุใจ นอกจากเมนูแนะนำที่เสนอไปแล้ว ของหวานก็มีทีเด็ดไม่แพ้กันกัน ที่อยากนำเสนอเห็นจะเป็นข้าวเหนียวมะม่วง ซึ่งมะม่วงทางร้านจะเลือกเฉพาะพันธุ์น้ำดอกไม้หวานฉ่ำส่งตรงจากเมืองไทย หั่นพอดีคำ แล้วทานคู่กับข้าวเหนียวมูนที่มูนกันสดๆ ทุกวัน ราดด้วยน้ำกะทิเข้มข้นหวานมัน รับรองว่าทานแล้วต้องติดใจ
หากมีโอกาสผ่านไปย่านใจกลางเจนีวา อย่าลืมแวะเวียนไปอุดหนุนกันได้ หากหาร้านไม่เจอถามใครก็รู้จัก เพราะเป็นร้านอาหารไทยเพียงร้านเดียวในย่านนั้น



