
Asus Fonepad 8 สื่อบันเทิงราคาสุดคุ้ม
14 ธ.ค. 2557
ไอทีรีวิว : Asus Fonepad 8 สื่อบันเทิงราคาสุดคุ้ม
ตลาดไอทีทุกวันนี้เรียกได้ว่าเป็นตลาดของผู้บริโภคอย่างแท้จริง เพราะผู้ผลิตพยายามเอาใจผู้บริโภคในทุกทาง นำเสนอสินค้าต่างๆ ตามกระแสความต้องการในการนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน หลังจากที่ผู้ผลิตกำหนดทิศทางไว้ในช่วงก่อนหน้านี้ว่า ต่อไปนี้ สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตจะเป็นอุปกรณ์พกพาที่ "เกาะหนึบ" ไปกับผู้บริโภคในทุกที่ ทุกเวลา แม้แต่จะนอนอยู่บนเตียง
ด้วยความหลากหลายของสินค้า ทำให้ผู้บริโภคได้สัมผัสกับผลิตภัณฑ์ไอทีราคาประหยัด แต่ประสิทธิภาพกลับสวนทางกับราคา โดยเฉพาะสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต กลุ่มระดับราคาประมาณ 5,000-8,000 บาท ดังที่เป็นอยู่ในเวลานี้
ผมได้รับหนึ่งในผลิตภัณฑ์กลุ่มไอทีราคาประหยัด แต่คุ้มค่า นั่นคือ เอซุส โฟนแพด 8 (รหัส FE380CG) แท็บเล็ตโทรออกได้แบบ 2 ซิม มาทำการทดลองการใช้งาน ตัวเครื่องที่ได้รับเป็นรุ่นสีดำ ขณะที่สติกเกอร์ข้างกล่องบอกว่าเจ้าแท็บเล็ต หน้าจอ 8 นิ้วรุ่นนี้มีให้เลือกด้วยกันถึง 4 สี ขาว แดง และสีทอง
ขนาดหน้าจอ 8 นิ้ว แต่มาในทรงสูง ด้วยอัตราส่วนหน้าจอ 16:9 เป็นเครื่องกำหนดอะไรได้หลายๆ อย่าง ทั้งลักษณะการใช้งาน การจับถือ หน้าจอแบบนี้จะต่างจากไอแพด มินิ ที่มีหน้าจอขนาดใกล้เคียงกัน แต่ไอแพดนั้นจะใช้อัตราส่วนการแสดงผลแบบ 4: 3 ทำให้ตัวเครื่องค่อนไปทางสี่เหลี่ยมจตุรัส ขณะที่เอซุส โฟนแพด 8 จะออกไปทางสี่เหลี่ยมผืนผ้าค่อนข้างยาว ลักษณะหน้าจอแบบนี้ กับคุณสมบัติที่เป็นจอแบบ IPS แถมเคลือบกันรอยนิ้วมือ เป็นเอกลักษณ์ที่เอซุสตั้งใจให้โฟนแพด 8 ค่อนข้างเป็นแท็บเล็ตสำหรับความบันเทิง โดยเฉพาะการชมภาพยนตร์ ที่การใช้อัตราส่วนแสดงผล 16:9 ทำให้รายละเอียดของภาพยนตร์อยู่ครบและมิติดูเป็นธรรมชาติ
ขุมพลังประมวลผลอาศัยซีพียู อินเทล อะตอม Z3560 แบบ 64 บิต ที่ทำงานด้วยความเร็วสูงสุด 1.83 กิกะเฮิรตซ์ (และจะลดความเร็วลงสู่ระดับต่ำสุดที่ 500 เมกะเฮิรตซ์เมื่อมีการใช้งานน้อยเพื่อประหยัดพลังงาน) หน่วยประมวลผลกราฟิกรวมอยู่ในชิพซีพียู แบบPower VR G6430 หน่วยความจำ RAM ที่ให้มา 1 กิกะไบต์ ไม่ได้ถือว่าโดดเด่นมากนัก ส่วนหน่วยความจำ ROM ภายในตัวเครื่องขนาด 8 กิกะไบต์ (เสริมหน่วยความจำภายนอกได้โดยใช้ ไมโคร เอสดี การ์ด สูงสุด 64 กิกะไบต์) ก็ไม่ได้มากมายอะไร ครั้นใช้งานจริงจะเหลือ ROM เพียง 4.27 กิกะไบต์ ก็แทบจะติดตั้งแอพพลิเคชั่นอื่นๆ ลงไปได้ไม่มากนัก เป็นแรงกดดันให้ผู้ซื้อต้องหาการ์ดหน่วยความจำมาเพิ่มไปในที หากต้องการจะใช้แท็บเล็ตตัวนี้ ในการดูหนัง ฟังเพลง
ระบบการสื่อสารภายในตัว รองรับมาตรฐานไวไฟ 802.11 b/g/n บลูทูธ 4.0 และรองรับเครือข่ายมือถือ 3G คลื่น 850/900/1900/2100 ครอบคลุมทุกค่ายมือถือในประเทศไทย จึงสบายใจได้ว่าซื้อมาแล้วจะได้ใช้ 3G แน่ๆ เพียงแต่รุ่นนี้ยังไม่รองรับระบบ 4G LTE เท่านั้น
กล้องหน้า 2 ล้านพิกเซลล์ กล้องหลัง 5 ล้านพิกเซล พร้อมระบบออโต้โฟกัส และถ่ายวิดีโอความละเอียด 720P ก็เพียงพอต่อความต้องการใช้งานในระดับหนึ่ง ไม่ถึงกับโดดเด่น เพียงแต่เอซุสได้เพิ่มซอฟต์แวร์ตกแต่งภาพเข้ามาช่วยภายในตัวเครื่อง ทำให้การถ่ายภาพสนุกขึ้น มีลูกเล่นการถ่าย และปรับแต่งภาพที่หลากหลายพอสมควร
แต่ที่โดดเด่นจริงๆ น่าจะอยู่ที่ระบบเสียง แบบ Sonic Master ที่เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของเอซุส ลำโพงสเตอริโอ ติดตั้งอยู่ทางด้านหน้า ในส่วนบนและล่างของตัวเครื่อง หันหน้าเข้าหาผู้ฟัง ทำให้ได้ยินเสียงที่มีมิติ และ ชัด คม น่าพอใจ ผิดไปจากแท็บเล็ต หรือ สมาร์ทโฟนรุ่นอื่นที่ไม่เน้นการใช้งานด้านความบันเทิง ที่จะติดตั้งลำโพงไว้ทางด้านหลัง ทำให้มิติของเสียงด้อยกว่า Fonepad 8 อย่างเห็นได้ชัด
ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 4.4.2 คิทแคท พร้อม Asus Zen UI มาครอบอีกทีหนึ่ง ทำให้ผู้ที่คุ้นเคยกับสมาร์ทโฟนของเอซุสรุ่นอื่นๆ สามารถใช้งานได้สะดวก ส่วนผู้ที่ยังไม่เคยสัมผัสก็สามารถใช้งานได้ง่ายขึ้น เพราะสัญลักษณ์ต่างๆ นั้นอ่านง่าย และเข้าใจได้ไม่ยาก
เมื่อลองใช้งานจริงนั้น พบว่า การชมภาพยนตร์ออนไลน์ และออฟไลน์จาก เจ้า Fonepad 8 เป็นไปได้ดี การเชื่อมต่อผ่านไว-ไฟ ไม่มีสะดุด สัญญาณนิ่ง ผิดกับรุ่นอื่นๆ ของเอซุส ที่มีเสียงบ่นเรื่องปัญหาไว-ไฟหลุดบ่อย ขณะที่การชมวิดีโอสตรีมมิ่งผ่านระบบ 3G บนเครือข่ายของทรู (ที่ใช้ทดสอบ) ทำได้ดี มีช่วงสัญญาณหลุดบ้างเป็นบางครั้ง อาจเป็นเพราะตำแหน่งที่ใช้ทดสอบอยู่ในอาคารสูง
แต่การใช้โทรศัพท์ค่อนข้างยุ่งยาก เพราะในกล่อง ไม่มีชุดหูฟังพร้อมไมค์มาให้ (ที่จริงน่าจะมี) ต้องอาศัยการเปิดลำโพงอยู่ตลอดเวลา เพราะถ้าเอาแท็บเล็ตขนาด 8 นิ้ว ขึ้นมาแนบหูตอนโทรศัพท์นั้น ค่อนข้างทำได้ลำบาก แม้ตัวลำโพงจะเป็นแนวยาวทำให้การจัดตำแหน่งเข้ากับหูเป็นไปได้ง่ายขึ้นก็ตาม
ในภาพรวมแล้ว Asus Fonepad 8 ที่มีค่าตัวราว 8,000 บาท มีทอนนั้น ถือว่าเป็นแท็บเล็ตราคาคุ้มค่าที่น่าสนใจ หากผู้ใช้เน้นที่ความบันเทิง มากกว่าการใช้งานทั่วไป เพราะนี่นับเป็น "ตัวจริง" ของแท็บเล็ตราคาคุ้มค่าด้านความบันเทิงในเวลานี้ครับ



