ไลฟ์สไตล์

ไทรทันใหม่4WD M/T6ห่วงหน้าพะวงหลัง

ไทรทันใหม่4WD M/T6ห่วงหน้าพะวงหลัง

13 ธ.ค. 2557

เปิดโลกยนตกรรม : ไทรทันใหม่ 4WD M/T6 ห่วงหน้าพะวงหลัง : โดย...ยุทธพงษ์ ภาษี

 
             หลังจากที่ค่ายมิตซูบิชิได้ฤกษ์ เปิดตัวปิกอัพไทรทันใหม่ ในรอบเวิลด์ พรีเมียร์ ไปแล้ว เหมือนว่า ความอึดอัดที่เป็นความในใจของมิตซูบิชิที่เก็บงำมา 2 ปีได้สิ้นสุดลงพอๆ กับการได้เห็นโฉมหน้ารถใหม่ถือเป็นความสำคัญอย่างยิ่งของมิตซูบิชิ เพราะมันคือ เรือธงของสินค้าตรามิตซูบิชิที่ทำยอดขายเป็นกรอบเป็นกำให้บริษัท เพราะว่าในตลาดรถเก๋งนั้นมิตซูบิชิไม่ได้แข็งแกร่งในตลาดบ้านเราและในตลาดโลกเหมือนอดีต
 
             ไทรทันออกมา เสียงตอบรับก็มีความเห็นแตกต่างกันไป โดยเฉพาะหน้าตาและรูปทรง มิตซูบิชิทำรถออกมาห่างไกลรถต้นแบบที่หลายคนคาดว่าอย่างน้อยก็น่าจะละม้ายคล้ายกันมาบ้าง แต่พอตัวจริงออกปุ๊บก็รู้ว่า ข้อสอบเก่าที่ทำไว้ไม่ได้เหลือไว้เลย พอมาเทียบกับรถรุ่นก่อนหน้า ยิ่งเป็นการทิ้งทุกอย่าง ยกเว้น ตัวบอดี้รูป "J" หรือตัวเจ ที่ยังคงเส้นเดิมไว้และได้ประโยชน์จากห้องโดยสารที่กว้างขวาง ผมเชื่อว่า พอเห็นรถใหม่นี้แล้วแฟนมิตซูบิชิ บางคนชอบไทรทันรุ่นก่อนหน้านี้มากกว่า ผมอยากจะเรียนว่า ความรู้สึกนี้ ก็ไม่ได้เป็นปัญหาใหม่ของผู้ผลิตเวลาเปลี่ยนแปลงอะไรต่อมิอะไรก็เจออารมณ์นี้เช่นกัน ประมาณปี 2546 แฟนรถค่ายใหญ่ๆ อย่างบีเอ็มดับเบิลยู ก็เคยอาฆาต คริสโตเฟอร์ เอ็ดเวิร์ด แบงเกิล ที่วาดหน้าตาบีเอ็มดับเบิลยูโฉมใหม่ เสียหวานแหวว ไม่ได้เป็น  "The Ultimate Driving Machine" อย่างที่เคยเป็นมา แบงเกิล ก็ต่อสู้ฟาดฟันเรื่องนี้นานทีเดียวกว่าจะผ่านมาได้
 
             ผมรับเอารถไทรทันใหม่ 4 ประตู เกียร์ธรรมดา 6 สปีด มาเป็นรถทดลองขับเป็นตัวแรก (ผมตั้งใจจะหาทางขับทุกตัวถ้ามีโอกาส) ไทรทันแบบ 4 ประตูที่มีเนวิเกเตอร์ติดมาเป็นมาตรฐาน ถือว่าตัวนี้เป็นตัวเด่น ตัวท็อปของเกียร์ธรรมดา สำหรับนักขับตัวจริงเท่านั้น เหนือไปกว่านี้คงเป็นเวอร์ชั่นที่เป็นเกียร์ออโต้ 5 สปีด (ทำไมไม่เป็น 6 สปีดหนอ) การที่มีโอกาสขับโดยเลือกเกียร์ธรรมดา คืออยากได้สัมผัสของใหม่หมด ตั้งแต่บอดี้ เครื่องยนต์และเกียร์ธรรมดา 6 สปีด จากเดิมไทรทัน เสนอเกียร์ธรรมดา 5 สปีด
 
             เรื่องการออกแบบถือว่า มิตซูบิชิ ดูห่วงหน้าพะวงหลังไปไหม มิตซูบิชิ ละแนวทางสปอร์ตของอดีต มาเดินทางหรู มิตซูบิชิเลือกให้รถออกมาทางรถนั่งหรือรถเอสยูวี เส้นสายต่างๆ สอดคล้องกันแต่ขาดความหนักแน่นของรถบรรทุกไป ผมเชื่อว่ามิตซูบิชิ พะวงช็อตต่อไปว่า ปาเจโร่ สปอร์ต จะทำหน้ายากมากหากเน้นไปทางบรรทุก เข้ามาดูภายใน เราได้เห็นการออกแบบภายใน แบบเก๋งชัดๆ อีกค่าย ซึ่งก็ไม่แปลกที่ค่ายรถปิกอัพจะหันมาในแนวทางนี้ ไม่ว่า นาวาร่า หรือมาสด้า เพราะบางอย่างใช้ชิ้นส่วนร่วมกับเก๋งได้ และรสนิยมของตลาดก็ถูกทำให้เชื่อว่ากระบะที่ทำเหมือนเก๋ง เป็นการยกเกรดคุณภาพให้ดีขึ้น
 
             วัสดุของไทรทัน ปรับปรุงขึ้นมาก เช่นเดียวกับโครงสร้างของการวางตำแหน่งอุปกรณ์ที่ปรับปรุงในเกียร์ธรรมดา ระบบกุญแจแบบสะดวก ใช้  (ระบบกุญแจอัจฉริยะ KOS (Keyless Operation System)) จะเข้าจะออกมันรู้เสร็จสรรพ ไม่ต้องสั่งเยอะเมื่อเข้ามาเริ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ สมองของผมถูกสั่งให้ ย้อยไปผิดหวังกับเสียงของประตู ที่ปิดแล้วรู้สึกเสียงไม่เพราะ บางในความรู้สึกจริงๆ ไทรทันใหม่ น่าจะทำให้เสียงปิดประตู มันขึงขังกว่านี้
 
             เกียร์ธรรมดา มีระบบเซฟตี้ คลัทช์ ขณะต้องการสตาร์ทเครื่องยนต์ กดปุ่ม พร้อมเหยียบคลัทช์ด้วยไม่งั้นไม่ติดนะครับระบบแบบนี้ในรถเกียร์ธรรมดาควรมีทุกคัน ค่ายไหนไม่ใส่มาถือว่าลดต้นทุนจนน่าเกลียดเกินไป
 
             ไทรทันใหม่ หันมาใช้ระบบควบคุมเกียร์ขับ 4 แบบไฟฟ้าแล้ว ทำให้มันไม่มีก้านเกียร์ทด ที่ภาษาบ้านผมเรียก เกียร์สโลว์ อีกต่อไป มิตซูบิชิเรียกเกียร์ใหม่นี้ว่า ระบบ ES4 (Easy Select  4 WD) ส่วนนี้ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญถ้าท่านไม่ใช่นักขับออฟโรด ตัวจริงๆ ก็ไม่น่ามีข้อสงสัย แต่คอออฟโรดคงเสียดายฟังก์ชันดีๆ ของเกียร์ขับ 4 เดิม
 
             ในรถที่ขับแม้จะเป็นรุ่นท็อปๆ ของเกียร์ธรรมดาแล้วแต่ก็ยังขาดๆ เกินๆ หรือผมหาตาไม่ดี ของที่อยากได้ไม่เจอเอง เช่น ปลั๊กไฟ 12 โวลล์ มาหาเอาเวลาจะติดกล้องวิดีโอ ผมหาไมเจอจริงๆ แกะตรงเบ้าที่คาดว่าจะเป็นที่อยู่ของมันก็พบรูกลวงๆ ไม่มีซ็อกเก็ตเลยไม่ได้ใช้ อีกอย่างผมเคยชินกับรถที่มีที่วางแก้วเยอะๆ กว่าปกติ พอไปใช้รถที่มันมีแบบปกติก็ไม่ค่อยชินอีก
 
             ในไทรทันใหม่ผมคิดว่ามี 2 อย่างที่ยังเป็นมรดกไว้ให้คิดถึงคือ  อารมณ์ของการเหยียบคลัทช์เหมือนเดิม น้ำหนักไม่เปลี่ยน ก้านเกียร์ ต้องโยกกว้าง สองอย่างนี้ดูจะเป็นมรดกที่เด่นชัดและพอสื่อให้รู้ว่า นี่ยังเป็นรถบรรทุกอยู่นะ นอกนั้นไทรทัน ทำให้คิดถึงรถเก๋ง โดยเฉพาะการเก็บเสียงในห้องโดยสาร ความนุ่มนวลของช่วงล่าง และอัตราเร่งรวมถึงการตอบสนองของเครื่องยนต์ สำหรับผมแล้ว เครื่องยนต์และความเงียบของห้องโดยสาร ให้เต็ม 10 ไว้เลย ช่วงล่างนั้นความนุ่มดีมาก แต่บางช่วงความเร็วๆ กริปถนนบางไปผมชอบของเดิมมากกว่า
 
             อัตราเร่ง ก็บอกว่า 10 คะแนนเต็มเพราะว่าความเร็วเฉลี่ยของการเดินทางกลายเป็นเหมือนรถเก๋ง ความเร็วเดินทางเฉลี่ยสูงขึ้น จาก 80-90กม. เป็น 120 กม./ชม. ขับรีบๆ เก๋งดีเซลจากยุโรปก็เถอะ อาจจะน้ำตาร่วงได้ การเรียกความเร็ว ใช้เวลาไม่มากและไต่ระดับไปได้ที่ ใกล้ 185กม./ชม.
 
             ตอนนี้ผมขับรถไป 1,000 กิโลเมตร ผมวิจารณ์ไทรทันไว้เท่านี้ก่อน หลังกิจกรรม ลองขับอย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง ในเร็วๆ นี้จะกลับมาเล่ารายละเอียด
 
 
ขุมพลัง ‘ไทรทัน ใหม่’
 
 
             ดีเซล4D56 - มิตซูบิชิ “ไทรทัน ใหม่” ในรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ จะวางเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.5 ลิตร ดีเซล เทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์ ให้สมรรถนะสูงสุด 128 แรงม้า ที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 240 นิวตัน-เมตร ที่ 1,500-3,500 รอบ/นาที
 
             ในขณะที่รุ่นซิงเกิ้ลแค็บขับเคลื่อน 4 ล้อ มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 2.5  วีจีเทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์ให้สมรรถนะสูงสุดที่ 178 แรงม้า ที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 400  นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 รอบ/นาที
 
             เบนซิน 4G64 -เครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 2.4 ลิตร มาพร้อมระบบควบคุมการจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงแบบ อีซีไอ ที่ควบคุมจ่ายเชื้อเพลิงด้วยระบบหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ แรงม้าสูงสุด 128 แรงม้า ที่ 5,250  รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 194 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที
 
             ดีเซล 4N15 -เครื่องยนต์ใหม่ รหัส 4N15   แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว MIVEC วีจีเทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์ 2,442 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 181 แรงม้าที่ 3,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 430 นิวตันเมตรที่  2,500 รอบต่อนาที ประหยัดน้ำมันมากขึ้นถึง 20% และลดมลพิษลงได้ถึง 17% พร้อมการทำงานของเครื่องยนต์ที่เงียบขึ้น เมื่อเทียบกับรุ่นที่ผ่านมา โดยมีองค์ประกอบหลักคือ
 
             -อะลูมิเนียม อัลลอย บล็อก ที่น้ำหนักเบา ประกอบกับการใช้เทคโนโลยีการลดน้ำหนัก ช่วยให้สามารถลดน้ำหนักของเครื่องยนต์โดยรวมได้ถึง 35 กิโลกรัม แต่ยังคงความแข็งแกร่งและทนทาน  ระบายความร้อนได้ดีเยี่ยม ช่วยให้ประหยัดเชื้อเพลิง  นอกจากนี้การใช้กระบอกสูบแบบเหล็กกล้า (Steel Cylinder Liner) และการติดตั้งโซ่ไทม์มิ่งจะให้ความทนทาน ช่วยยืดอายุการใช้งานและลดค่าใช้จ่ายเรื่องการบำรุงรักษาได้เป็นอย่างดี
 
             -เทอร์โบ แปรผัน (VG Turbo) ให้การทำงานของเครื่องยนต์มีกำลังสูงทั้งในรอบต่ำ รอบกลางและรอบสูงอย่างต่อเนื่อง ตอบสนองการขับขี่ได้ทันใจในทุกรอบความเร็ว
 
             -ครั้งแรกในรถกระบะกับการติดตั้งระบบ  MIVEC (Mitsubishi Innovative Valve Timing Electronic Control System) ลิขสิทธ์เฉพาะมิตซูบิชิ กับระบบควบคุมการปิด-เปิดวาล์วไอดี แบบแปรผันที่ทำงานสอดคล้องกับความเร็วของเครื่องยนต์ ช่วยให้เครื่องยนต์มีแรงบิดดีขึ้นในรอบต่ำ และได้แรงม้ามากยิ่งขึ้นในรอบสูงให้เครื่องยนต์มีอัตราเร่งดีเยี่ยม เผาไหม้หมดจด ลดมลพิษ