ไลฟ์สไตล์

เมืองไทยกับค่ายสร้างคนพัฒนาชุมชนบ้านครึ่งใต้

เมืองไทยกับค่ายสร้างคนพัฒนาชุมชนบ้านครึ่งใต้

12 ธ.ค. 2557

เมืองไทยกับค่ายสร้างคนพัฒนาชุมชนบ้านครึ่งใต้ : แพรวพรรณ สุริวงศ์เรื่อง/ภาพ

            “ผมออกค่ายตั้งแต่ปี 2525 อยู่กับค่ายอาสามาตลอด ทำค่ายมากว่าครึ่งชีวิต ทำได้เรื่อยๆ จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต บางคนถามว่าเหนื่อยไหม ผมชินกับเรื่องแบบนี้ ถามว่าลำบากไหมในการคุยกับชุมชน เรารู้เทคนิคและรู้ว่าชุมชนแต่ละพื้นที่มีวัฒนธรรมอย่างไร โดยยึดหลักในหลวง ซึ่งต้องเข้าใจก่อนถึงจะเข้าถึงได้ เมื่อสามารถเข้าถึงได้ก็สามารถพัฒนาได้ นักพัฒนาชุมชนจะต้องเข้าใจเข้าถึงจึงจะพัฒนาได้” สิทธิ์ หลีขาว ที่ปรึกษาค่ายกิจกรรมเพื่อชุมชน บริษัทเมืองไทยประกันชีวิต และผู้ประสานงานโครงการค่ายเมืองไทยประกันชีวิตอาสาพัฒนาชุมชน วัย 50 ปี เล่าถึงประสบการณ์บนเส้นทางนักกิจกรรม และกิจกรรมในโครงการค่ายเมืองไทยประกันชีวิตอาสาพัฒนาชุมชน ครั้งที่ 8 ว่า การทำกิจกรรมค่ายอาสาที่นำนักศึกษาเข้ามามีส่วนร่วม โดยมีเป้าหมายหลัก คือการเรียนรู้ และสร้างประสบการณ์ให้แก่นักศึกษา โดยการออกค่ายแต่ละครั้งให้เด็กพักกับคนในชุมชน เพื่อให้เรียนรู้วิถีวัฒนธรรมในการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในแต่ละพื้นที่

            "การเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนคือเด็กได้ความรู้โดยตรง ได้เรียนรู้การทำงานเพื่อสังคม การใช้ชีวิตร่วมกัน ได้เรียนรู้ศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิต และภูมิปัญญาที่แตกต่าง ซึ่งประสบการณ์ในการทำงาน เขาสามารถเอาไปใช้ประโยชน์ทางสังคมได้ ส่วนของชุมชน สิ่งที่ชุมชนทำหลายอย่างมีประโยชน์อยู่แล้ว บริษัทจึงนำโครงการนี้มาเพื่อให้ชุมชน ได้นำสิ่งที่ช่วยไปต่อยอดอย่างอื่นเพิ่มเติม โดยการทำค่ายอาสาทุกครั้งจะมีการสำรวจพื้นที่และต้องดูความต้องการ ความจำเป็น และความเหมาะสมของชุมชน สิ่งสำคัญคือความร่วมมือของชาวบ้าน เพราะหากชุมชนไม่ให้ความร่วมมือก็จะไม่เกิดผลระยะยาว" ชายวัย 50 ปี ผู้ทำกิจกรรมค่ายอาสามากกว่าครึ่งชีวิต กล่าว

            ล่าสุด “ค่ายเมืองไทยประกันชีวิตอาสาพัฒนาชุมชน ครั้งที่ 8” เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ที่หมู่บ้านครึ่งใต้ อ.เชียงของ จ.เชียงราย นำนักศึกษากว่า 5 สถาบันเข้าร่วมกิจกรรม ได้แก่ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีพะเยา,วิทยาลัยอาชีวศึกษาพาณิชยการเชียงราย, มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี, มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และวิทยาลัยชุมชน จ.น่าน กว่า 80 ชีวิต ร่วมทำกิจกรรมอาสาได้แก่ การสร้างฝายชะลอน้ำ มีประโยชน์การนำน้ำไปชะประปา น้ำใช้ และน้ำในการเกษตร เพื่อตอบสนอง 2 หมู่บ้าน คือบ้านครึ่งใต้ และบ้านประชาภิวัฒน์, สร้างรั้วศูนย์การเรียนรู้ชุมชน, ปรับปรุงป้ายต่างๆ รวมทั้งพื้นที่ใกล้เคียงรอบหมู่บ้านเครือข่าย และกิจกรรมพัฒนากลุ่มอาชีพชุมชน

            “ความสุขบนวิถีชีวิตในการเป็นผู้ให้และเป็นผู้รับในเวลาเดียวกันมันมีความสุขมากกว่าที่จะไปแข่งขันเพื่อได้อะไรมา เราเป็นส่วนหนึ่งที่เป็นผู้ให้ที่ทำให้คนในชุมชนมีความสุขและยิ้มได้ตัวเราเองก็มีความสุขไปด้วยในเวลาเดียวกัน ในฐานะเป็นผู้รับจากชุมชนที่มอบให้แก่เรา” "คุกกี้" บรินทร์ทิพย์ ดรุณพันธ์ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 ม.อุบลราชธานี เล่าถึงความประทับใจที่ได้รับจากการเข้าร่วมกิจกรรมค่ายอาสาว่า เป็นครั้งแรกที่เขาได้ทำค่ายสร้าง โดยได้รับการดูแลจากชาวบ้านอย่างอบอุ่นซึ่งการอยู่ร่วมกับชุมชนทำให้ได้เรียนรู้วิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่แตกต่าง นอกจากนั้นการได้ปฏิบัติงานจริง พบปัญหาจริงทำให้ได้เรียนรู้และแก้ไขด้วยตัวเอง

            คุกกี้ บอกว่า ค่ายสอนเรื่องความอดทนมากเพราะเจอคนหลายรูปแบบ การปรับตัวให้เข้ากับสังคมทั้งความเหมือน ความคิดที่แตกต่างแต่จะทำยังไงให้ทุกคนมีเป้าหมายเดียวกัน เหมือนเป็นการเตรียมความพร้อมที่จะเข้าสู่วัยทำงานจริงๆ เพราะถ้าเราจะไปเจอคนเยอะ และหลากหลายเราจะสามารถปรับตัวยังไงบ้าง เราต้องเตรียมตัวยังไง เปิดใจให้กว้างแค่ไหน และต้องพร้อมที่จะรับทุกอย่างที่เข้ามาในอนาคต

            เช่นเดียวกับกลุ่มนักศึกษาจากวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีพะเยา ที่ร่วมกันเล่าถึงความรู้สึกในการร่วมกิจกรรมว่า เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้นอนพักกับคนในชุมชนซึ่งเป็นประสบการณ์ชีวิตอีกแบบหนึ่งที่พวกเขาเพิ่งเคยได้รับ และประทับใจชาวบ้านที่มีความเชื่อใจให้แก่พวกเขา อีกทั้งยังได้สร้างประโยชน์ให้แก่ชุมชนเป็นความประทับใจที่พวกเขาได้มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือและพัฒนาชุมชน นอกจากนั้นการออกค่ายอาสาในครั้งนี้ยังทำให้พวกเขารู้ประสิทธิภาพในการทำงานของตัวเองว่าพวกเขาก็สามารถทำได้