
กว่าจะมาเป็น 'ม้าก้านกล้วย' เส้นทางชีวิต 'ภวรัญชน์ คงเดช'
11 ธ.ค. 2557
หนักเอาเบาสู้ : กว่าจะมาเป็น 'ม้าก้านกล้วย' เส้นทางชีวิต 'ภวรัญชน์ คงเดช' : โดย...นิศานาถ กังวาลวงศ์
จากเด็กนักเรียนที่อยากมีรายได้ช่วยเหลือครอบครัว จึงเกิดแนวคิดทำขนมลูกชุบขาย ด้วยเงินลงทุนก้อนแรก 1 บาทเพื่อใช้เป็นค่าถ่ายเอกสารสูตรขนมลูกชุบจากห้องสมุด ปรับสูตรให้เหมาะสมลงตัว พร้อมที่จะนำออกจำหน่าย สร้างรายได้ระหว่างเรียน จนเกิดมาเป็น "ม้าก้านกล้วย" ขนมไทยใส่ไอเดีย เน้นงานทำมือด้วยความประณีต
สำหรับ ภวรัญชน์ คงเดช เจ้าของร้านม้าก้านกล้วย เริ่มทำขนมลูกชุบจำหน่ายตั้งแต่เรียนอยู่มัธยมศึกษาที่จังหวัดพิษณุโลก ร่วมกับน้องสาว น.ส.มัทรี อุปชฌาย์ จากเงินลงทุน 1 บาท ถ่ายเอกสารสูตรมาปรึกษากับแม่ เพื่อให้แม่จัดเตรียมของให้ และเริ่มลงมือทำ และได้พัฒนาสูตรมาอย่างต่อเนื่อง และมองว่าสูตรโบราณที่ได้มามีความยุ่งยากและเก็บไว้ได้ไม่นาน เนื่องจากกะทิไม่ได้ผ่านการพาสเจอร์ไรซ์ จึงได้ปรับเปลี่ยนสูตรจนเกิดการลงตัวและไม่หวานมาก
จุดเด่นของขนมลูกชุบที่ทำจะไม่อบควันเทียน เนื่องจากกลิ่นไม่เป็นธรรมชาติ จึงใช้น้ำลอยดอกมะลิเป็นส่วนผสมลงไป เพื่อให้ได้กลิ่นที่เป็นธรรมชาติมากที่สุด รูปแบบของลูกชุบที่ทำจำหน่ายจะปั้นเป็นรูปสัตว์ต่างๆ รวมทั้งยังอิงกับรูปแบบเดิมคือปั้นเป็นผักผลไม้ สามารถผลิตได้ 300 ลูกต่อวัน จำหน่ายลูกละ 1 บาท ในช่วงแรกจำหน่ายในตลาดตอนเย็นหลังเลิกเรียน ที่ จ.พิษณุโลก และทำในลักษณะขายส่งให้แก่โรงเรียนด้วย แต่เมื่อเข้าเรียนในระดับอุดมศึกษาจึงได้หยุดทำลูกชุบไป
แต่เมื่อช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมาหลังจากที่ต่างแยกย้ายไปทำงานประจำ ได้เกิดความคิดอยากที่จะทำงานที่ตัวเองถนัด ประกอบกับได้ย้ายครอบครัวมาอยู่เชียงใหม่ จึงได้พลิกฟื้นการทำลูกชุบเพื่อจำหน่ายในเชียงใหม่ โดยใช้ชื่อว่า ม้าก้านกล้วย ขนมไทยใส่ไอเดีย เริ่มผลิตขนมลูกชุบจำหน่ายโดยไม่มีหน้าร้านประจำ แต่จะทำจำหน่ายทุกวันอาทิตย์ที่ถนนคนเดินเชียงใหม่ และผลิตออเดอร์ตามสั่งเข้ามาเท่านั้น ซึ่งได้รับความสนใจจากลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างประเทศอย่างมาก
ส่วนกำลังการผลิต ในปัจจุบันสามารถผลิตได้ 3,000 ชิ้นต่อวัน ส่วนใหญ่เป็นออเดอร์ตามสั่งร้อยละ 70 ที่เหลือเป็นการสั่งเพื่อนำไปจัดเบรกประชุมสัมมนา สินค้าในปัจจุบัน มีลูกชุบ ไข่นอนรัง และวุ้นลูกชุบ จุดเด่นของการผลิตขนมม้าก้านกล้วย คือเป็นงานฝีมือที่มีความละเอียดประณีต โดยไม่ใช้เครื่องจักรเข้ามาช่วย ที่ผ่านมาเคยทดลองนำพิมพ์ เครื่องช่วยปั้นเข้ามาผลิตแต่สินค้าที่ได้ไม่มีความเป็นเอกลัษณ์เฉพาะตัว จึงได้เน้นที่งานฝีมือมากกว่า สำหรับที่บริเวณถนนคนเดินจะผลิตไปจำหน่ายประมาณ 7,000 ชิ้นต่อครั้ง มีรายได้ประมาณสัปดาห์ละ 8,000 บาท
กลุ่มลูกค้าที่สนใจเข้ามาใช้บริการ ส่วนใหญ่เป็นหน่วยงานรัฐ เอกชน ธนาคาร และกลุ่มที่ให้ความสนใจขนมลูกชุบมากในปัจจุบันคือกลุ่มวัยรุ่น ซึ่งหันมาให้ความสนใจขนมไทยมากขึ้น สิ่งหนึ่งอาจจะเป็นที่รูปแบบของร้านเองที่นำไอเดียใส่ลงไป เพื่อให้เกิดความแปลกตา สร้างจุดเด่นให้แก่สินค้า นอกจากนั้นกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ ก็เริ่มให้ความสนใจด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยว อินโดนีเซีย สิงคโปร์ จีน อังกฤษ โดยจะสั่งซื้อสินค้ากลับไปเป็นของฝาก
--------------------------
(หนักเอาเบาสู้ : กว่าจะมาเป็น 'ม้าก้านกล้วย' เส้นทางชีวิต 'ภวรัญชน์ คงเดช' : โดย...นิศานาถ กังวาลวงศ์)



