
ยลพุทธศิลป์แผ่นดินร.9
11 ธ.ค. 2557
ศิลปวัฒนธรรม : ยลพุทธศิลป์แผ่นดิน ร.9
ช่วงเวลาที่คนไทยกำลังอยู่ในห้วงแห่งความสุข กับโอกาสมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษา 87 พรรษา ยังคงตราตรึงอยู่ในจิตใจคนไทยไม่เสื่อมคลาย และเพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติในโอกาสพิเศษดังกล่าว อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ได้นำผลงานเด่นในด้านพุทธศิลป์ ทั้งจิตรกรรม ประติมากรรม พระพุทธรูป ตลอดจนพระและเหรียญบูชาชุดสำคัญมาจัดแสดงให้พี่น้องคนไทยได้ชมเป็นครั้งแรกในนิทรรศการพุทธศิลป์แห่งรัชกาลที่ 9 "ชมพระ ส่องพระ ส่องใจ" บริเวณไลฟ์สไลต์ฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน
ผลงานของ อ.เฉลิมชัย สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อให้เป็นหนึ่งในศิลปะประจำรัชกาลที่ 9 ทั้งด้านสถาปัตยกรรม จิตรกรรม ประติมากรรม และพระเครื่อง ที่ล้วนมีอัตลักษณ์แตกต่างจากทุกยุคทุกสมัยและเป็นหนึ่งเดียวในโลก จัดทำอย่างวิจิตรบรรจงที่สุดเพื่อถวายพระเกียรติและแสดงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จากการที่มีโอกาสได้ถวายงานในฐานะหนึ่งในศิลปินผู้วาดภาพประกอบหนังสือพระราชนิพนธ์เรื่อง "พระมหาชนก" และทรงมีพระราชกระแสรับสั่งที่ทำให้เกิดแรงบันดาลใจสำคัญ
"เมื่อครั้งที่เข้าเฝ้าถวายงานเรื่องพระมหาชนก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับสั่งว่าการเขียนภาพพระมหาชนกนั้นไม่อยากให้ลอกเลียนศิลปะจากสมัยอื่นๆ อยากให้สร้างใหม่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง ภาพพระมหาชนกจึงกลายเป็นงานที่ถูกพระราชหฤทัยมาก แต่การวาดภาพเป็นเพียงผลงานจิตรกรรมเท่านั้นยังไม่ยิ่งใหญ่พอ จึงมีการสร้างวัดร่องขุ่นขึ้นอย่างยิ่งใหญ่และมีสไตล์พิเศษที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้ในสมัยรัชกาลที่ 9 มีงานศิลปะที่มีความสวยงามมากยิ่งขึ้น" อ.เฉลิมชัย กล่าว
ขณะเดียวกัน เจ้าของผลงานอธิบายพร้อมกล่าวเชิญชวนร่วมชมนิทรรศการยิ่งใหญ่ว่า ในส่วนของพระเครื่องนั้นที่ผ่านมาการสร้างพระเสมือนกับการทำลายพระ เพราะขี้เหร่มากไม่มีความสวยงามเลย นั่นทำให้พุทธศิลป์ของชาติตกต่ำไปด้วย จึงรู้สึกสะเทือนใจและไม่ภูมิใจกับพระที่สร้างขึ้น เวลาตลอด 3 ปีที่ผ่านมาจึงทุ่มเทสร้างขึ้นมาใหม่อย่างสวยงาม เพื่อให้เป็นมาตรฐานแก่วงการพระเครื่อง ทั้งยังอยากปรับมาตรฐานสุนทรียภาพของคนไทยว่าพระที่สวยงามนั้นเป็นอย่างไร ซึ่งจะส่งผลให้พุทธศิลป์ของชาติดูดีขึ้นตามไปด้วย เมื่อเราเป็นศิลปินที่เกิดในสมัยรัชกาลที่ 9 ก็จะพยายามทำให้งานศิลป์ของรัชสมัยนี้สวยงามยิ่งใหญ่และมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และอยากเชิญชวนคนไทยให้มาชมความสวยงามกันเยอะๆ เพราะหลังจากนี้จะไม่จัดแสดงงานใหญ่แบบนี้ที่ไหนอีกแล้ว ต้องตามไปชมที่วัดร่องขุ่น จ.เชียงรายเท่านั้น
"สำหรับผลงานชิ้นสำคัญที่จัดแสดงได้แก่ ภาพจิตรกรรมสีอะคริลิกบนผ้าใบ "ความเบิกบานแห่งรัชสมัย ร.9" พ.ศ.2557 สื่อความหมายถึงพระจันทร์ เลข 9 หมายถึงสวรรค์แทนความสุขและความเบิกบาน รูปนกกัณฑิมา หมายถึง ประชาชนชาวไทยที่อยู่อาศัยให้พระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ส่วนดอกบัวและใบบัว หมายถึง ปวงประชาต่างแซ่ซ้องยกย่องในทศพิธราชธรรมของพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ส่วนภาพจิตรกรรมสีอะคริลิคบนผ้าใบ "พระเมตตาบารมี" พ.ศ.2557 เลข 9 ในภาพที่ล้อมกรอบด้วยแสงเหลืองแห่งจันทรา หมายถึง พระเมตตาของพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 โดยแสงสีแดงรอบนอก หมายถึง พระบารมี แสงทองที่แผ่ออกไปเป็นจุดทอง 4 ชั้น หมายถึง พรหมวิหาร 4 ประการของพระองค์ ขณะที่พระเนตรหลังเลข 9 หมายถึงทรงเฝ้ามองความทุกสุขของประชาชนอยู่เสมอ ขณะที่ผลงานไฮไลท์ คือ พระพุทธรูปหล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ สูง 3 เมตรชื่อ “พระพุทธเมตตาแห่งรัชกาลที่ 9” พ.ศ.2557 ซึ่งเป็นงานชิ้นใหญ่ที่สุดใช้เวลาในการสร้างกว่า 3 ปี สร้างขึ้นเพื่อให้เป็นพุทธศิลป์ร่วมสมัยที่มีเอกลักษณ์ประจำยุคสมัยรัชกาลที่ 9 ที่มีพุทธลักษณะที่ไม่เหมือนพระพุทธรูปยุคสมัยใดๆ ทั้งสิ้นเป็นปฏิมากรรมที่แสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่สง่างามขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ประทับอยู่เหนือบังลังก์ทิพย์แวดล้อมไปด้วยครุฑและนาค แสดงให้เห็นถึงพลังความรู้สึกสัมผัสที่แตกต่างไปจากงานปฏิมากรรมในอดีตทั่วๆ ไป" ศิลปินล้านนาแจงรายละเอียด
นอกจากนี้ยังมี พระพุทธรูปและเหรียญบูชาต่างๆ ที่ได้คัดสรรเฉพาะชุดที่เป็นหมายเลข 9 เท่านั้น กับชุดพิเศษที่คัดไว้เป็นของสะสมส่วนตัว ที่ไม่มีใครเคยเห็นและไม่สามารถประเมินมูลค่าได้ มีรายละเอียดที่ประณีตงดงามให้ชื่นชมด้วยการส่องผ่านเลนส์ขยาย โดยนิทรรศการพุทธศิลป์แห่งรัชกาลที่ 9 "ชมพระ ส่องพระ ส่องใจ" เปิดให้ชมตั้งแต่วันนี้ จนถึง 14 ธันวาคม บริเวณไลฟ์สไลต์ฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน



