ไลฟ์สไตล์

มทร.ธัญบุรีผนึกเอกชนขยายฐานวิจัย

มทร.ธัญบุรีผนึกเอกชนขยายฐานวิจัย

09 ธ.ค. 2557

มทร.ธัญบุรีผนึกเอกชนขยายฐานวิจัยป้อนอุตฯรับอาเซียน : ชุลีพร อร่ามเนตรรายงาน

               ณ วันนี้ นโยบาย "ผลิตบัณฑิตนักปฏิบัติป้อนภาคอุตสาหกรรม" ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ยังยึดมั่นเหนียวแน่น แถมยังรุกต่องานวิจัยเสริมศักยภาพครูอาจารย์ และนักศึกษา เพื่อตอบโจทย์การพัฒนาประเทศไทยได้อย่างแท้จริง

              รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดี มทร.ธัญบุรี แจกแจงว่า การปั้นบัณฑิตให้เป็นนักปฏิบัติได้นั้น นักศึกษาต้องผ่านการบ่มเพาะของครูบาอาจารย์ที่เปี่ยมด้วยคุณภาพในทักษะการปฏิบัติ ดังนั้น มทร.ธัญบุรี จึงร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) และภาคเอกชน จัดโครงการสนับสนุนบุคลากรให้ไปทำงานในสถานประกอบการ เพื่อเรียนรู้จากภาคอุตสาหกรรม เน้นให้อาจารย์ฝังตัวอยู่ในสถานประกอบการ ทำงานวิจัย และนำความรู้กลับมาถ่ายทอดให้นักศึกษา

              "อาจารย์ต้องนำโจทย์หรือปัญหาจากสถานประกอบการมาเป็นโปรเจกท์ให้นักศึกษา เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้สำหรับผลิตผลงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งโครงการนี้มีระยะเวลา 1 ปี ที่อาจารย์จะไปฝังตัวอยู่ในสถานประกอบการและภาคอุตสาหกรรม รวมถึงสร้างงานวิจัยให้ภาคอุตสาหกรรม ซึ่งจะทำให้อาจารย์มีประสบการณ์มากขึ้น ได้เห็นบรรยากาศทำงาน ได้นำองค์ความรู้กลับมาสอนนักศึกษา อาจารย์ทุกคนต้องทำงานวิจัยอย่างน้อย 1 ชิ้นต่อปี แต่ต้องเป็นโจทย์จากภาคอุตสาหกรรม หรือเอสเอ็มอี และปัญหาจากชุมชนสังคมท้องถิ่น" รศ.ดร.ประเสริฐ อธิบาย

              ว่ากันว่า อาจารย์ทำงานวิจัยมี 3 ระดับ ระดับแรกเป็นกลุ่มอาจารย์ 30% ที่มีศักยภาพ สร้างความเชื่อมั่นในการทำงานวิจัยกับภาคอุตสาหกรรมและภาคเอกชน ระดับ 2 อาจารย์ 50% ทำงานวิจัยจับกลุ่มในแต่ละคณะ และสาขาแบบบูรณาการร่วมกัน เพื่อพัฒนางานวิจัยขึ้นเอง เพื่อนำเสนอภาคการผลิต หรือเอสเอ็มอี และ ระดับ 3. อาจารย์รุ่นใหม่และนักวิจัยหน้าใหม่อีก 20% ซึ่งกลุ่มนี้จะต้องก้าวสู่นักวิจัยระดับ 2 ต่อไป และอาจารย์ไม่มีหน้าที่สอนอย่างเดียวแต่อาจารย์ต้องมีศักยภาพสูงกว่านั้น นั่นคือเป็นที่ปรึกษาหรือส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมและชุมชนท้องถิ่น

              "มทร.ธัญบุรี ส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมการผลิตทั้งระดับปลายน้ำ กลางน้ำ และต้นน้ำ ทั้งด้านวิศวกรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีทางการเกษตร และอาหาร ครบทุกด้าน รวมถึงเข้าไปมีส่วนร่วมในการผลักดันงานวิจัยด้านอุตสาหกรรมเอสเอ็มอี และภูมิปัญญา ขณะนี้มีงานวิจัย มทร.ธัญบุรี ที่ถูกนำไปใช้งานในภาคอุตสาหกรรม และเชิงพาณิชย์ เช่น การพัฒนากล่องควบคุมไฟฟ้าอัจฉริยะ เป็นงานวิจัยร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งคาดว่าปี 2558 ภาคเอกชนจะนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ ส่วนงานวิจัยการผลิตสารเสริมรสชาติอาหาร ทำจากยีสต์แทนผงชูรสนั้นอยู่ในขั้นตอนเพื่อเข้าสู่เชิงพาณิชย์ต่อไป"

              ในโลกแห่งความเป็นจริง "โรงงาน" หรือ "สถานประกอบการ" ในภาคอุตสาหกรรม เป็นส่วนหนึ่งของ "ห้องปฏิบัติ" ในสถาบันการศึกษา ซึ่งภาคอุตสาหกรรมเป็น "มหาวิทยาลัย" ที่ดีที่สุดสำหรับนักศึกษา

              "มทร.ธัญบุรี มีหลักสูตรที่ให้ภาคอุตสาหกรรม เจาะจงวิชาการเรียนการสอน 15 หน่วยกิต คือ 5 รายวิชาเลือก มหาวิทยาลัยจะสอนเพิ่มเติมตามสิ่งที่อุตสาหกรรมต้องการ และเปิดให้คนในภาคอุตสาหกรรมเข้ามากำหนดรายวิชา และเข้ามาสอนด้วย ถ้ามหาวิทยาลัยที่เน้นการปฏิบัติแต่ไม่มีความร่วมมือกับภาคเอกชน คงเดินต่อไปข้างหน้าไม่ได้ การเรียนการสอนก็ไม่สมบูรณ์ เพราะนักศึกษาไม่ได้เรียนของจริงจากภาคอุตสาหกรรม และไม่ได้เรียนรู้สังคมในภาคอุตสาหกรรม เมื่อสำเร็จการศึกษาคงเดินออกไปสู่สถานประกอบการไม่ได้"

              เหนืออื่นใด การให้นักศึกษาฝึกงานสหกิจศึกษา เป็นเวลา 11 เดือน หรือ 1 ปี จะทำให้นักศึกษาสำเร็จการศึกษาออกไปทำงานอย่างมั่นใจ "รศ.ดร.ประเสริฐ" กล่าวย้ำว่า นอกจากเสริมทักษะด้านวิชาชีพแล้ว ยังเสริมทักษะด้านไอที และภาษาอังกฤษ เราอยากเห็นนักศึกษา มทร.ธัญบุรี เดินออกไปพร้อมทักษะ ความมั่นใจ มีความสามารถ รู้จักปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ รองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ทำให้บัณฑิต มทร.ธัญบุรี มีงานทำ 100%

              ร่วมพิสูจน์ความจริงว่า "มทร.ธัญบุรี" มีอาจารย์เก่งงานวิจัย ปั้นบัณฑิตนักปฏิบัติ รองรับอาเซียนได้อย่างไร สามารถเข้าร่วมงาน ครบรอบวันสถาปนา 40 ปี ภายใต้แนวคิด "40 ปีราชมงคลธัญบุรี นวัตกรรมสร้างชาติ สร้างอนาคต" พร้อมเปิด บ้าน Open House แต่ละคณะแสดงศักยภาพของบัณฑิตนักปฏิบัติ อาจารย์คุณภาพ สิ่งประดิษฐ์ นวัตกรรมมากมาย และเข้าชมถนนสายวัฒนธรรม ฯลฯ ระหว่างวันที่ 17-20 มกราคม 2558 ได้ฟรี สนใจติดต่อ โทร.0-2549-3010-1