
หนี้นอกระบบภาคเกษตรกร มหันตภัยร้ายคุกคามชนบท
08 ธ.ค. 2557
หนี้นอกระบบภาคเกษตรกร มหันตภัยร้ายคุกคามชนบท : ดลมนัส กาเจ ... รายงาน
กรณีที่นางสังเวียน รักษาเพ็ชร์ หรือ ป้าสังเวียน เกษตรกรวัย 57 ปี จากหมู่ 2 ต.วังจั่น อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี ตัดสินใจเผาตัวเองในศูนย์บริการประชาชน สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน(ก.พ.) เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2557 เนื่องจากเกิดความเครียด และน้อยใจที่หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องไม่สนใจ ที่นางเดินทางไปยื่นหนังสือหลายครั้งที่ศูนย์บริการประชาชน เพื่อให้ช่วยประนอมหนี้นอกระบบกับนายทุนรายหนึ่งอีกครั้ง หลังจากเคยประนอมหนี้มาแล้ว 1 ครั้ง และกรณีที่นางชื่นจิต จองกะทิ อายุ 44 ปี แม่ค้าขายข้าวเหนียวตลาดแม่สอด เขตเทศบาลนครแม่สอด จ.ตาก ได้แขวนคอตายเพื่อหนีหนี้นอกระบบ เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2557 นั้น คงไม่ใช่รายสุดท้ายที่จะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ หากแต่นั่นเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่า ปัญหาหนี้สินนอกระบบได้ลุกลามถึงภาคเกษตรกรในระดับหมู่บ้าน และจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ในอนาคต เพราะที่ทำกินของเกษตรกรอาจตกเป็นของนายทุนได้หากไม่รีบแก้ปัญหา
ตัวอย่าง นายทิ้ง ชั้นตะ เกษตรกรวัย 79 ปี จากหมู่ 3 ต.คุ้งสำเภา อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท กู้เงินเพื่อนบ้าน 4 หมื่นบาท เมื่อปี 2536 ดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อเดือน โดยใช้โฉนดที่ดิน 46 ไร่ ค้ำประกันเงินกู้ไว้ บางปีส่งดอก บางปีไม่ได้ส่งดอก จนล่าสุดเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2557 ทราบว่าเจ้าหนี้คิดดอกเบี้ยพร้อมเงินต้นเป็นจำนวนเงิน 69,119,154 บาท จึงไม่มีปัญญาจ่าย สุดท้ายเข้าพึ่งศูนย์ดำรงธรรมชัยนาท ช่วยไกล่เกลี่ยเหลือ 1.5 แสนบาท นี่แค่เพียงดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อเดือน แต่พื้นที่อื่นที่มีนายทุนจากต่างถิ่นคิดดอกเบี้ยร้อยละ 20-400 ต่อเดือน ที่โหดร้ายมีการคิดดอกเบี้ยร้อยละ 20 ต่อวันอีกด้วย อย่างที่บ้านคลองใหญ่ ต.คลองใหญ่ อ.ตะโหมด จ.พัทลุง มีนายทุนต่างถิ่นช่วงแรกปล่อยเงินกู้นอกระบบดอกเบี้ยร้อยละ 20 ต่อเดือน พอชาวบ้านไม่มีเงินจ่ายดอกเบี้ย ก็ต้องไปกู้รายอื่นร้อยละ 20 ต่อวัน เพื่อไปจ่ายดอกเบี้ยให้เจ้าหนี้รายแรก
น.ส.โฉมพิไล บุญผลึก ประธานจัดการหนี้นอกระบบราษฎรอำเภอตะโหมด จ.พัทลุง กล่าวว่า หลังจากที่ราคายางพาราตกต่ำจากเดิมที่เคยขายกก.ละ 120-150 บาท เหลือเพียง กก.ละกว่า 40 บาท ทำให้เกษตรกรชาวสวนยางโดยเฉพาะที่บ้านคลองใหญ่ ต.คลองใหญ่ อ.ตะโหมด เงินก็ขาดมือ ขณะที่ค่าใช้จ่ายเหมือนเดิมหรือมากกว่าเดิม ทั้งใช้จ่ายในครัวเรือน ที่สำคัญคนภาคใต้ส่วนใหญ่นิยมส่งลูกเรียนหนังสืออย่างน้อยต้องระดับปริญญาตรี เมื่อไม่มีก็ต้องกู้นอกระบบดอกเบี้ยสูงถึงร้อยละ 20 ต่อเดือน บางคนกู้แล้วไม่สามารถที่จะชดใช้ได้ เพราะรายได้ตกต่ำ ต้องทิ้งบ้าน บางคนผูกคอตาย เพราะถูกเจ้าหนี้มาทวงและข่มขู่ ล่าสุดสภาเกษตรกรจังหวัดพัทลุง ได้ประสานและได้รับความอนุเคราะห์ให้กู้เงินจากธนาคารออมสินภายใต้โครงการธนาคารเพื่อประชาชน ขณะนี้กู้ 130 รายและประสบผลสำเร็จหลายราย แต่ก็ยังอีกจำนวนมากที่กำลังแก้ปัญหาอยู่
จากการสอบถามชาวบ้าน ทราบว่า แหล่งเงินกู้นอกระบบจะมีอยู่ 2 ลักษณะ ส่วนหนึ่งเป็นนายทุนจากต่างถิ่นเอาใบปลิมวมาแจก และติดตามร้านค้าพร้อมเบอร์โทร เงื่อนไขง่ายให้รู้ว่าอยู่บ้านเลขที่เท่าไร เอาสำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน และหาคนค้ำประกันก็สามารถกู้ได้แล้ว อย่างน้อย 3 หมื่นบาทเก็บรายวัน อีกส่วนหนึ่งเป็นนายทุนในพื้นที่ ดอกเบี้ยร้อยละ 20 ต่อเดือน พอชาวบ้านไม่มีเงินให้ มีรายอื่นมาเสนอร้อยละ 20 ต่อวันเพื่อเอาเงินไปจ่ายดอกให้เจ้าแรก สุดท้ายเกษตรกรไม่สามารถหาเงินได้ทัน ต้องหลบหนี ปล่อยให้คนแก่เลี้ยงลูกอยู่ที่บ้าน เพราะไม่เช่นนั้นจะมีชายฉกรรจ์สวมหมวกกันน็อกขับรถจักรยานยนต์ มาเป็นสิบเพื่อข่มขู่ บางครั้งก็ถูกทำร้ายร่างกาย ขณะที่ผู้หญิงบางรายย่อมพลีร่างแลกกับดอกเบี้ยอันแสนมหาโหด
นายสะอาด ไพรพฤกษ์ สมาชิกสภาเทศบาลตำบลคลองใหญ่ บอกว่า ปัญหานี้ถือว่าอันตรายมากในสังคมชนบททุกวันนี้ เมื่อเกิดเหตุการณ์จะพึ่งหน่วยงานรัฐลำบาก ล่าสุดทางสภาเกษตรกรจังหวัดพัทลุงได้ยื่นมือมาช่วยได้ระดับหนึ่ง
ด้าน นายสมคิด สงเนียม ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดพัทลุง กล่าวว่า ปัญหาหนี้สินนอกระบบของเกษตรใน จ.พัทลุง ทางสภาเกษตรกรจังหวัดพัทลุง จัดตั้งโครงการปลดหนี้นอกระบบและส่งเสริมฟื้นฟูอาชีพพัฒนาคุณภาพชีวิตราษฎร อ.ตะโหมด เพื่อแก้ปัญหาหนี้สินของเกษตรกร เนื่องจากเกษตรกรใน อ.ตะโหมด ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก ที่ผ่านมามีเกษตรกรที่เป็นหนี้นอกระบบเข้าร่วมโครงการ จำนวน 510 ราย รวมจำนวนเงินที่เป็นหนี้ทั้งหมดกว่า 102 ล้านบาท จากนี้จะนำเสนอปัญหาให้สภาเกษตรกรจังหวัดทั่วประเทศได้รับรู้ เพื่อนำไปสู่การสร้างความร่วมมือจากภาครัฐ ในการแก้ปัญหาหนี้สินของเกษตรกรต่อไป
ขณะที่นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ ยอมรับว่า เกษตรกรติดหนี้นอกระบบเป็นจำนวนมาก เนื่องจากปัจจุบันราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ แม้กระทั่งภาคใต้ หลังจากที่ยางพาราราคาตกต่ำอย่างต่อเนื่อง เกษตรกรมีรายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย จึงหาทางออกด้วยการกู้นอกระบบที่ดอกเบี้ยสูง สุดท้ายไม่สามารถส่งได้ตามที่ตกลงกันไว้กลายเป็นปัญหาขึ้นมา เพราะดอกเบี้ยทบต้นขึ้นเรื่อยๆ ทางสภาเกษตรกรแห่งชาติเองพยายามที่จะแก้ไขปัญหานี้ โดยร่วมกับสภาเกษตรกรในพื้นที่ กำลังหาแนวทางช่วยเหลืออยู่
"ตัวเลขที่เกษตรกรเป็นหนี้ และจำนวนเงินไม่สามารถระบุตัวเลขได้ชัด เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นการกู้และตกลงกันเอง พอมีปัญหาจึงมาขอความช่วยเหลือ ซึ่งการช่วยเหลือที่จะทำได้คือทางสภาเกษตรกรแห่งชาติ ประสานไปยังกองช่วยเหลือเกษตรกร ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. และธนาคารออมสิน แต่การที่จะเอาเงินจากสถาบันการเงินเหล่านี้มาเป็นเรื่องที่ยุ่งยากพอสมควร เพราะติดกฎระเบียบ และเงื่อนไขมากมาย ขณะเกษตรกรที่ติดหนี้นอกระบบส่วนหนึ่งไม่มีเอกสารสิทธิในการทำกิน จึงเป็นเรื่องที่ต้องหาทางกันต่อไป ซึ่งบางจังหวัดก็สามารถช่วยเหลือได้อย่างที่ จ.พัทลุง ทางออกที่จะทำได้คือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต้องมีนโยบายในการช่วยเหลืออย่างชัดเจน มีการกำหนดระเบียบใหม่ในการกู้เพื่อชดใช้หนี้นอกระบบจึงจะช่วยเหลือได้ง่ายขึ้น" นายประพัฒน์ กล่าว
หนี้นอกระบบเป็นอีกปัญหาที่กำลังซ้ำเติมเกษตรกร และกำลังจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ หากหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องไม่รีบดำเนินการ ก่อนที่เกษตรกรจะล่มสลายในอนาคต
-------------------------
(หนี้นอกระบบภาคเกษตรกร มหันตภัยร้ายคุกคามชนบท : ดลมนัส กาเจ ... รายงาน)



