ไลฟ์สไตล์

ยาขมสำหรับ 'นักกินสินบน-กินตามน้ำ' (1)

ยาขมสำหรับ 'นักกินสินบน-กินตามน้ำ' (1)

08 ธ.ค. 2557

ลุงแจ่มเตือนภัย : ยาขมสำหรับ 'นักกินสินบน-กินตามน้ำ' (1)

 
                         สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้ผ่านร่าง พ.ร.บ.การอํานวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ วาระ 3 ไปเรียบร้อยแล้ว
 
                         รอเพียงประกาศในราชกิจจานุเบกษา ก็มีผลบังคับใช้เป็นกฎหมายทันที
 
                         กฎหมายใหม่ฉบับนี้ เสนอโดย คสช.
 
                         มีเนื้อหาสาระที่เป็นการเพิ่มสิทธิประโยชน์แก่ประชาชนอย่างชัดเจน
 
                         บังคับเจ้าหน้าที่รัฐ-ข้าราชการ จะต้องทำงานมีประสิทธิภาพขึ้น ลดช่องโหว่ที่เคยทำให้มีการทุจริตเรียกรับสินบน เพิ่มโทษเจ้าพนักงานที่พิจารณาคำขออนุญาตล่าช้า ถูกฟ้องอาญาได้
 
                         1) ที่ผ่านมา การขออนุญาตในเรื่องต่างๆ จากหน่วยงานของรัฐ มักปรากฏว่ามีความล่าช้า มีหลายขั้นตอน ไม่มีความชัดเจนว่าจะเสร็จสิ้นเมื่อใด ทำให้เกิดต้นทุนเกินจำเป็น แถมยังเป็นช่องทางให้เกิดการทุจริต เรียกรับสินบน จ่ายสินบน เพื่อจะได้ลดขั้นตอนหรือเร่งการพิจารณาของเจ้าหน้าที่รัฐให้รวดเร็วขึ้น คล้ายๆ กับการหยอดน้ำมันหล่อลื่น
 
                         แต่กรณีนี้ ใช้เงินสินบนเป็นน้ำมันหล่อลื่น การพิจารณาอนุญาตจะได้ลื่นไหล
 
                         2) ล่าสุด งานวิจัยเรื่อง “คอร์รัปชั่นในระบบราชการไทย การสำรวจทัศนคติและประสบการณ์ของหัวหน้าครัวเรือน” โดย ศ.ดร.ผาสุก พงษ์ไพจิตร ดร.ธานี ชัยวัฒน์ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ดร.ยงยุทธ ไชยพงศ์ นำเสนอในงานสัมมนา “คอร์รัปชั่นในระบบราชการ ต้องทำอะไรต่อ?” เนื่องในโอกาสครบรอบ 15 ปี วันสถาปนาสำนักงาน ป.ป.ช. ปรากฏข้อมูลการเรียกรับสินบนที่น่าสนใจ
 
                         ระบุว่า ข้อมูลปี 2557 หน่วยงานที่หัวหน้าครัวเรือนไปติดต่อและถูกเรียกสินบนบ่อยที่สุด ได้แก่ สำนักงานที่ดิน ร้อยละ 7.2, สถานีตำรวจ ร้อยละ 6.1, กรมศุลกากรร้อยละ 2.4 และกรมการขนส่งทางบก ร้อยละ 1.9
 
                         หน่วยงานที่หัวหน้าครัวเรือนไปติดต่อแล้วมีการเรียกเงินสินบนก้อนใหญ่เกิน 1 แสนบาทต่อราย เหลือเพียงที่เดียว คือ สำนักงานที่ดิน ส่วนกรมศุลกากร ตำรวจ และกรมสรรพากรยังคงเป็นหน่วยงานที่หัวหน้าครัวเรือนไปติดต่อแล้วมีการเรียกเงินสินบนก้อนใหญ่ แต่ลดลงมาอยู่ที่ 10,000-100,000 บาทต่อราย และมีสองหน่วยงานที่มีการเรียกเงินสินบนเพิ่มขึ้นมา ได้แก่ โรงเรียนของรัฐ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
 
                         หากพิจารณาจากมูลค่าเงินสินบน พบว่า หน่วยงานที่หัวหน้าครัวเรือนไปติดต่อแล้วถูกเรียกสินบนมากที่สุด ได้แก่ สำนักงานที่ดิน ร้อยละ 39 (1,922 ล้านบาท), รองลงมาคือสถานีตำรวจ ร้อยละ 36 (1,792 ล้านบาท), โรงเรียนของรัฐบาล ร้อยละ 13 (640 ล้านบาท), กรมการขนส่งฯ ร้อยละ 4, ศุลกากร ร้อยละ 3, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร้อยละ 3, สรรพากร ร้อยละ 1 และหน่วยงานอื่นๆ ร้อยละ 1 คำนวณจากมูลค่าการเรียกเงินสินบนรวม 4,944 ล้านบาท
 
                         3) ประโยชน์ของ พ.ร.บ.การอํานวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ ที่เพิ่งผ่านการพิจารณาของ สนช.ในวาระ 3 ไปแล้ว เช่น
 
                         กำหนดให้หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่พิจารณาอนุญาตในเรื่องต่างๆ จะต้องจัดทําคู่มือสําหรับประชาชน (มาตรา 7) ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วย หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข (ถ้ามี) ในการขออนุญาต, ขั้นตอนและระยะเวลาในการพิจารณาอนุญาต และรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องใช้ประกอบการขออนุญาต
 
                         ทั้งนี้ ผู้มีหน้าที่อนุญาตจะต้องจัดทําคู่มือสําหรับประชาชนดังกล่าวให้เสร็จภายใน 180 วันนับตั้งแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศใช้กฎหมายกำหนดไว้ด้วยว่า ในขั้นตอนการขออนุญาตนั้น เจ้าหน้าที่รับคําขอต้องตรวจสอบคําขอและรายการเอกสารหรือหลักฐาน หากไม่ถูกต้องครบถ้วนต้องแจ้งผู้ขออนุญาตทันที และเมื่อรับคำขอพร้อมเอกสารไปหมดแล้ว จะต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ โดยจะบ่ายเบี่ยง ปฏิเสธ หรือเรียกเอกสารเพิ่มเติมจากประชาชนอีกไม่ได้ ถ้าไม่อนุญาตตามเวลาที่กำหนด ก็จะต้องมีคำอธิบายที่ชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษรแก่ประชาชน
 
                         มีบทลงโทษแก่เจ้าหน้าที่รัฐที่ละเว้น ละเลย และหากความล่าช้านั้น ทำให้ประชาชนเกิดความเสียหาย ผู้เสียหายสามารถฟ้องร้องดำเนินคดีอาญากับเจ้าหน้าที่รัฐได้ด้วย
 
 
 
 
 
 
(อ่านต่อฉบับหน้า)