วันสุดท้ายของวันหยุดยาวช่วงวันพ่อ ถ้ายังไม่หน่ำใจกับการอยู่รวมกันพร้อมหน้าในครอบครัว ก่อนแยกย้ายไปทำงานในวันพรุ่งนี้เรามารำลึกเรื่องราวดีๆ ผ่านมื้ออาหารไทยกันเสียหน่อย ไม่ฟันธงว่าไทยแท้ๆ หรือไม่เพราะทุกบ้านย่อมติดใจรสชาติไม่เหมือนกัน บางบ้านอาจติดหวาน บางบ้านชอบรสจัดซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของอาหารไทยที่มีทุกรสในสำรับมื้อเดียว รับรองว่าต้องตรงกับบ้านใครสักเมนูหนึ่ง เป็นรสมือบ้านๆ ที่อร่อย โดยไม่ต้องเปิดเตานั่งทำกันเองสักหนึ่งวัน เพียงแค่นัดแนะกันมาที่ "มิสสยาม" ห้องอาหารภายในโรงแรมหัวช้าง เฮอริเทจ ร่ำลือกันว่าแม้จะอยู่ในโรงแรมหรูในกลางเมือง แต่ที่นี่ก็ไม่ทำรสชาติง้อทัวร์งัดสำรับตำรับเด็ดแบบไทยๆ มาให้ทั้งชาวไทยและแขกต่างชาติได้ลิ้มลองแบบถึงพริกถึงขิง ปรุงรสโดยผู้รอบรู้เครื่องแกงและวัตถุดิบอาหารไทยอย่างดีของ "เชฟบอมเบย์" ไพโรจน์ ประไพรักษ์ ตั้งใจทำให้เห็นอาหารไทยเป็นเรื่องเข้าถึงง่ายและอยากอนุรักษ์สูตรอาหารโบราณรุ่นปู่-ย่า ให้คนยุคใหม่ได้ลิ้มลองแบบไม่ปรับเปลี่ยนรสชาติ
บรรยากาศที่นี่ตกแต่งให้ดูอบอุ่นรองรับลูกค้าที่มากันเป็นครอบครัว รอบด้านโปร่งให้แสงธรรมชาติลอดผ่านดูไม่คับแคบ ตกแต่งภายในสไตล์โมเดิร์นพื้นกระเบื้องลายโบราณสีดำตัดกับเฟอร์นิเจอร์ขาว-เทาสะอาดแบบตะวันตก ลบภาพว่าร้านอาหารไทยแท้ต้องเป็นเรือนไม้โบราณ สำคัญที่รสชาติไทยเดิมยังอยู่ได้กับทุกไลฟ์สไตล์ไม่ว่าจะทำรับประทานที่ประเทศไหน บรรยากาศไหนก็มีคนชื่นชอบ พอได้ที่นั่งมุมเหมาะเปิดเมนูมาเลือกความอร่อยแดนสยามที่ยังจำฝังใจว่าได้ทานตั้งแต่เด็กกันสักหน่อยตั้งแต่ ของว่าง รวมสาวสยาม ไว้ทานรองท้องประกอบด้วยปอเปี๊ยะปู กุ้ง ตัวอวบๆ พร้อมค้างคาวเผือก ขนมแป้งรูปสามเหลี่ยมยัดไส้เผือกนำไปทอดจนเหลืองสวยใส่ในชะลอมจิ๋ว กรอบนอกนุ่มหวานธรรมชาติจากด้านใน และยังมีสเต๊ะหมู ไก่ เนื้อ ราดน้ำอาจาดมาอย่างละนิดหน่อยพอให้อยู่ท้อง ก่อนที่เมนูผักจิ้มน้ำพริกเขียวชอุ่มทั้งมะเขือม่วง มะเขือเปราะ มะระขี้นก แตงกวา ถั่วฝักยาว ฯลฯ มาเสิร์ฟยกถาดพร้อม น้ำพริกกับปลาทูทอด และหลนเนื้อปูกับปลาฟู จิ้มทานสลับความเปรี้ยวเผ็ดไทยแท้จากน้ำพริกกะปิ สลับหวานมันครบครื่องจากหลนเพลินๆ จะทานกับข้าวเปล่าหรือจิ้มน้ำพริกเฉยๆ ก็ได้อรรถรส
ต่อด้วย หมี่ขยุ่ม ยำหมี่ขาวฟูๆ รสเปรี้ยวหวานกับถั่วพูแกล้มผักรสเปรี้ยวไม่เหมือนมะนาวเท่าไหร่ออกจะหอมและหวานปนกันไป จึงสอบถามได้รู้ว่าที่นี่เขาใช้น้ำส้มซ่าแทนมะนาวในหลายเมนู ซึ่งปัจจุบันหายากมากเชฟต้องสั่งล่วงหน้าจากสวนใน จ.นนทบุรี และตลาดอีกไม่กี่แห่งในกรุงเทพเพื่อให้ได้มาปรุงรสทุกๆ วัน ยังไม่ทันหายเปรี้ยวแซ่บลิ้นก็มาลองชอม กุ้งสะดิ้ง อันขึ้นชื่อว่าเนื้อสดเด้งอร่อยน้ำสะเออะ ซึ่งได้มาจากการบีบตัวกุ้งแช่กับน้ำมะนาวและดีเกลือ นำมาทำเป็นน้ำยำต่อราดลงไปในตัวกุ้งอีกครั้งเท่านี้ก็ครบรสเผ็ดนิดๆ หวาน เปรี้ยว กลมกล่อม ตัดเข้ารสมันหอมอีกกับ แกงเผ็ดปูใบชะพลู เครื่องเทศเข้มข้นและเนื้อปูก็ขาวโพลนเต็มจานขอบอกว่าไม่มีรสเลี่ยนกะทิ น้ำแกงที่ซึมไปในเนื้อปูจะตักทานเปล่าๆ ก็ได้ แต่แนะนำราดไปกับข้าวหอมมะลิร้อนๆ จะยิ่งหอมหวานอร่อยมากขึ้นอีก
เคล็ดลับความอร่อยแบบไทยเดิมยังมีแฝงอีกเกือบทุกเมนู เมื่อ ปลากระพงทอดสามรส มาเสิร์ฟร้อน ชิมได้รสกลมกล่อมเปรี้ยวหวานแต่แปลกลิ้นไปจากมะนาวและส้มซ่าอีก เชฟบอกว่าเป็นอีกสูตรชูลิ้นที่ใช้น้ำสัปปะรดแทนน้ำมะนาวเพราะเข้ากับเนื้อปลานุ่มๆ และดับคาวได้ดีพอกับส้มซ่า แต่ให้รสที่ละมุนลิ้นกว่า พอรู้เคล็ดลับและวัตถุดิบก็ยิ่งภูมิใจอาหารไทยเข้าไปใหญ่ พร้อมรับประทานได้อีกแบบลืมอิ่ม ก่อนจบด้วยการพักท้องล้อมวงคุยไปกับ ศรีตอง เมนูขนมหวานไทยจัดใส่พานใบตอง ทานคู่กับชาวิททาร์ตจากอังกฤษ มีให้เลือกหลากรส วันนี้ลองเป็นชาเบอรี่สีชมพูอ่อนมีรสแกลมเปรี้ยวนิดๆ ไว้ตัดกับความหวานของ ฝอยทอง ลูกชุบ ล่าเตียง ขนมทองเอก ขนมมันสัมปะหลัง สังขยาฟักทอง ในเซต แต่แนะนำว่าควรทานเรียงจากของกึ่งคาวก่อน ได้แก่ ข้าวตังเมี่ยงลาว กะหรี่พัฟ หม้อแกงถั่ว ปอเปี๊ยะปู หมี่กรอบทรงเครื่องโบราณและค่อยเข้าสู่การจิบชาพร้อมขนมหวาน ให้ผ่อนคลายเบาท้อง
เมนูคาวหวานที่นี้ยังมีให้ลิ้มลองตื่นตาอีกเพียบ เปิดบริการทุกวันตั้งแต่เวลา 10.30 น.- 22.30 น. คุณแม่บ้านชิมแล้วใคร่สงสัยเคล็ดลับความอร่อยแบบตำรับไทยสอบถามเชฟบอมเบย์ได้โดยตรงรับรองได้ข้อมูลดีๆ กลับไปทำเป็นการบ้านเพียบ ติดต่อห้องอาหารมิสสยาม โทร 02-217-0777