
บุกวายอาร์เอเข้าคอร์ส'บิ๊กไบค์'เรียนเพื่อความปลอดภัย
บุกวายอาร์เอเข้าคอร์ส'บิ๊กไบค์'เรียนเพื่อความปลอดภัย : เปิดโลกยนตรกรรม ยุทธพงษ์ ภาษี
ตลาดรถจักรยานยนต์กำลังจะเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงเพราะว่าจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ หรือเรียกว่า บิ๊กไบค์ นั้นมีราคาที่คนทั่วไปสามารถเป็นเจ้าของได้ง่าย แต่ด้วยความที่บ้านเรายังคงเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับคนทั่วไปที่จะเข้ารับการฝึกขับขี่ก่อนจะขับขี่จริงๆ ทำให้อุบัติเหตุเกิดขึ้นมาก ดังนั้นทีมงาน "เปิดโลกยนตกรรม" เลยลองไปเข้าคอร์สฝึกบิ๊กไบค์เพื่อนำประสบการณ์มาถ่ายทอดผู้อ่าน
สองล้อขนาดไหนเรียกบิ๊กไบค์
รถบิ๊กไบค์หรือบางคนพิมพ์ง่ายๆ ในโซเชียลมีเดีย ว่า BB นั้นดูเหมือนจะเรียกกันเป็นคำกว้างๆ เข้าใจกันโดยทั่วๆ ว่าสองล้อที่ใหญ่กว่า 125 หรือ 150 ซีซี ที่เราคุ้นเคยกัน เรียกมันว่าบิ๊กไบค์ทั้งหมด แต่ในระดับสากลแล้ว เขามีรถขนาดกลาง หรือมิดไซส์ มากั้นอยู่ ดังนั้นรถ 250 ซีซี หรือ 300 ซีซี ยังไม่เรียกว่าบิ๊กไบค์ เอาเข้าจริงๆ ค่ายมอเตอร์ไซค์ก็แบ่งบิ๊กไบค์ไม่เหมือนกันอีก เช่น บางคนตัดที่ 1,000 ซีซี ขึ้นไป บางค่ายก็ 800 ซีซีขึ้นไป แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่ว่ารถจักรยานยนต์อะไร ไม่ว่า รถเล็กรถใหญ่ ก่อนจะขับขี่ ควรหาความรู้เรื่องความปลอดภัย ด้วยการรับการฝึกฝนอย่างถูกวิธี
รู้จักวายอาร์เอ
สถาบันฝึกอบรมขับขี่รถจักรยานยนต์ยามาฮ่า (YRAYamaha Riding Academy (YRA) ก่อตั้งโดยยามาฮ่า มอเตอร์ ประเทศไทย เมื่อปี 2550 โดยให้บริการฝึกอบรมการขับขี่จักรยานยนต์อย่างปลอดภัย ตามหลักสูตรจากบริษัท ยามาฮ่ามอเตอร์ (ประเทศญี่ปุ่น)
เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดแก่ผู้ใช้รถจักรยานยนต์ นอกจากนี้ยังมีความพร้อมโดยให้บริการ จัดอบรม การทำใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ ภายใต้การควบคุมของกรมการขนส่งทางบก สำหรับ หลักสูตรที่ทีมงานไปร่วมกิจกรรม คือ หลักสูตรการขี่จักรยานยนต์บิ๊กไบค์เบื้องต้น ซึ่งใช้เวลาอบรม 1 วันเต็ม
อุปกรณ์พร้อมสรรพ
ที่วายอาร์เอนั้นมีความพร้อม โดยทีมงานได้จัดเตรียมรถจักรยานยนต์ภาคปฏิบัติขับขี่ พร้อมอุปกรณ์ความปลอดภัยในการฝึกอบรม เช่น สนับแขน หมวกกันน็อก สนับเข่า ที่สำคัญคือรถ ที่มีทั้งรถเกียร์ธรรมดา, รถคลัทช์, รถออโตเมติก หลักสูตรบิ๊กไบค์ก็ใช้รถขนาดใหญ่ เริ่มต้นแต่ รถตัวเจ็บของปี MT-09 เครื่อง 3 สูบ 850 ซีซี ใหม่เอี่ยม ยามาฮ่า F08 เครื่อง 4 สูบ 800 ซีซี แม้จะไม่ใช่รุ่นล่าสุด แต่เป็นตัวที่ผมถูกใจสุดๆ รถเกียร์ออโต้ ตระกูลสกู๊ตเตอร์ ขนาดใหญ่ ทีแม็ก รถที่ดูเท่มากอย่างโบลล์ และรถคลาสสิก SR400 และมี R15 คันสีแดง ราคา 8.5 หมื่นบาท ไว้ให้ซ้อมมืออีก 1 คัน
อนุบาล บิ๊กไบค์
วันที่ไปเรียน ได้รับเกียรติจากครูช้าง เป็นผู้ควบคุมการฝึกพร้อมด้วนทีมงานวิทยากรอีก 5 ชีวิต ในขณะที่นักเรียนกลุ่มพิเศษนี้มีแค่ 6 คน โดยเริ่มต้นจากการทำพรีเทสต์เพื่อวัดความรู้คะแนนเต็ม 20 คะแนน หลังเรียนจบจะมีการเทสต์อีกที ครูช้างเริ่มต้นสอนตั้งแต่เครื่องแต่งกายที่จำเป็นสำหรับการขี่จักรยานยนต์ การเลือกใช้หมวกกันน็อกซึ่งมาตรฐานใหม่ ใครซื้อหมวกตอนนี้ถ้าเป็นมาตรฐานใหม่ให้สังเกตที่ตรงตัวปลดสายรัดคางจะมีสัญลักษณ์เป็นผ้าสีแลบออกมาเพื่อให้คนกู้ภัยรู้ว่าจะปลดล็อกคางตรงไหนเวลาเข้าไปช่วย ว่าด้วยเรื่องทฤษฎีไปครึ่งชั่วโมงก็ได้ลงสนามกัน
เรียนบิ๊กไบค์ อย่างแรกไม่ได้เริ่มต้นที่การขับ แต่เริ่มต้นที่การใช้ "ขาตั้ง" ตั้งแต่การใช้ขาตั้งกลาง วิธีการยืน วิธีการเก็บเนื่องจากรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่นั้นมีน้ำหนักมากเกือบ 200 กิโล หรือมากกว่านั้น ถ้าไม่มีวิธีที่ถูกต้องอาจล้มง่ายๆ จากนั้นก็มาเรื่องการจูงรถ เดินหน้าและถอยหลัง ตรงนี้สำคัญมาก ขี่ได้จูงไม่ได้นี่อายเขาแน่นอน หรือขี่เก่ง พอจูงล้ม เสียฟอร์มบิ๊กไบค์หมด การจูงต้องมีการจับและการวางเท้าที่ถูกต้อง
ปรับท่าขับขี่
จากนั้นก็จะเริ่มขี่กัน แต่ยังไปไม่ได้ ต้องขึ้นรถให้เป็น วางตำแหน่งการนั่งให้ถูก เมื่อถูกแล้ว ก่อนออกรถต้องหันไปมองด้านหลังทุกครั้ง ดังนั้นเราจะเห็นครูในสนามฝึก มองหลังเป็นสูตรสำเร็จของเขาทุกครั้งก่อนออกรถเสมอ ช่วงแรกเป็นการฝึก ออกรถ การหยุดรถ และการเปลี่ยนเกียร์ ใครไม่เคยจับบิ๊กไบค์ก็จะตื่นเต้น ช่วงนี้นักเรียนหลายคน บิดคันเร่งกระตุกๆ เกินบ้างขาดบ้าง
ฝึกใช้เบรก
นักเรียนได้ฝึกการออกรถ และการเบรกโดยเฉพาะสัดส่วนการใช้เบรกระหว่างเบรกหน้ากับเบรกหลัง ซึ่งครูฝึกได้สอนเทคนิคต่างๆ เช่น การใช้เบรกหน้าเมื่อความเร็วรถลดลงให้ใช้บรกแรงขึ้นเป็นลำดับและการใช้เบรกหน้าและหลังทุกครั้งรถต้องตั้งตรงเสมอ และห้ามย้ำเบรกเด็ดขาด พอเบรกได้ทีแล้วก็หัดควบคุมความเร็วขณะเข้าโค้ง โดยเฉพาะเรื่องการเลี้ยวโค้งกับความเร็ว ซึ่งจะต้องประกอบไปด้วยท่าทางขณะขับขี่ในโค้งและการใช้สายตา ตรงนี้เป็นการฝึกเอียงตัว แต่ศีรษะตั้งตรง ซึ่งส่วนใหญ่เราไม่คุ้นเคยมากนักเพราะว่า จะต้องเอียงให้สัมพันธ์กับแรงหนีศูนย์กลางของรถ
ยิ่งฝึกยิ่งช้า
ใครๆ ก็คิดว่าการขับขี่บิ๊กไบค์ จะต้องฝึกกันที่เร็วและแรงแต่ว่า บทเรียนต่างๆ ของท้ายหลักสูตรวันนั้น ที่ยากที่สุดๆ คือ การฝึกขี่รถบิ๊กไบค์ด้วยความเร็วต่ำ ยิ่งช้ายิ่งยากโดยเฉพาะสถานีการทรงตัวที่ความเร็วต่ำ การขับขี่รูปตัวเอส และโค้งรูปเลข 8 สถานีการขับในทางแคบ การขับสลาลอม หรือการขับที่คดเคี้ยวและมีสิ่งกีดขวาง ซึ่งมันยากตรงที่มันช้าและเลี้ยวโค้งแคบๆ
อนุบาลบิ๊กไบค์ จบวันการฝึกด้วยความอ่อนล้าเพราะว่าแดดแรงแถมเราพยายามจะขี่ให้ได้ประสบการณ์มากที่สุด อย่างหนึ่งที่เราได้จากการเข้าอบรมคือ การได้รับความรู้ที่ถูกต้อง เข้าใจถึงที่ไปที่มา ได้ทำให้เราตระหนักว่า ขับรถ ขับจักรยานยนต์ ต้องได้รับการอบรมอย่างจริงๆ จังๆ แล้วท่านจะปลอดภัย
ขอขอบคุณ ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด



