ไลฟ์สไตล์

'มุสลีมะห์'ไม่ใช่แค่ช้างเท้าหลัง

'มุสลีมะห์'ไม่ใช่แค่ช้างเท้าหลัง

04 ธ.ค. 2557

เปิดโลกการศึกษามุสลิมตอน : 'มุสลีมะห์'ไม่ใช่แค่ช้างเท้าหลัง

              คอลัมน์เปิดโลกการศึกษามุสลิม วันนี้ขอนำเสนอ เรื่องราวของสตรีอิสลาม หรือ มุสลีมะห์ คนเก่งคนหนึ่ง ที่ภูเก็ต เจ้าของ “ร้านอาหารปันตัย”  ที่ไม่ใช่เก่งเฉพาะจับจวัก แต่ยังเก่งด้านการฉีดยา เพราะเธอคือ “นางพยาบาล” และยังเป็น “ผู้จัดการ” ด้านการโรงแรมอีกด้วย

              “คุณนุช” หรือ นงนุช ทองย่น เป็นคน จ.ภูเก็ต มาตั้งแต่กำเนิด ได้รับประกาศนียบัตรสาธารณสุขศาสตร์ จากวิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จ.ตรัง สาธารณสุขศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พยาบาลศาสตรบันฑิต วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี จ.สงขลา ปัจจุบันกำลังศึกษาหลักสูตรการบริหารสาธารณสุข มหาวิทยาลัยรามคำแหง พร้อมทั้งประจำการที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ต.ป่าคลอก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ในตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพ 

              นงนุช เล่าว่า เป็นการทำงานในชุมชน ให้บริการด้านสุขภาพแก่ประชาชนในพื้นที่ รับผิดชอบงานเกี่ยวกับการควบคุมป้องกัน “โรคไม่ติดต่อ” ปัจจุบันพบว่าโรคไม่ติดต่อ เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ ซึ่งโรคเหล่านี้เป็นโรคที่เกิดจากการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต เพราะปัจจุบัน ความเจริญก้าวหน้าทำให้คนเกิดการเลียนแบบตะวันตก มีการแข่งขันด้านเศรษฐกิจ ทำให้ทุกๆ อย่างเร่งรีบ โดยเฉพาะพฤติกรรมการบริโภค พฤติกรรมสุขภาพไม่เหมาะสม และที่สำคัญที่สุดถือว่าเป็นภัยเงียบ งานพยาบาลในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเป็นหน่วยบริการด่านหน้า หน่วยบริการระดับปฐมภูมินั้น เน้นการส่งเสริมสุขภาพมากกว่าการรักษาโรค ต้องทำให้ประชาชนมีสุขภาพดี ดูแลสุขภาพตนเองได้

              ส่วนการเปิดร้านอาหาร นงนุช เล่าว่า ได้มาจากแนวคิดที่ว่าอยากมี “ร้านอาหารมุสลิม” เพื่อให้กลุ่มลูกค้าทั้งมุสลิมและลูกค้าทั่วไป มีทางเลือกมากขึ้น เพราะว่าตัวเองมีต้นทุนเดิมอยู่แล้ว มีทำเลที่ตั้งที่เหมาะสม คือมีบรรยากาศทะเล ที่หาได้ยากมาก เพราะส่วนใหญ่ที่ดินเหล่านี้จะเป็นของนายทุนมากกว่า หรืออาจจะมีการขายที่ดินต่อให้แก่ชาวต่างชาติ แล้วชาวต่างชาติหรือนายทุนต่างๆ ก็จะมาเปิดธุรกิจ ประกอบกิจการเกี่ยวกับโรงแรมและร้านอาหารไว้บริการนักท่องเที่ยว

              ก่อนหน้าประมาณปี 2554 ได้เปิดกิจการห้องพัก เป็นห้องพักขนาดเล็ก ซึ่งทำเป็นธุรกิจของครอบครัว ไว้บริการให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งก็เริ่มคิดว่าการทำกิจการห้องพักถ้ามีร้านอาหารไว้รองรับลูกค้าที่มาพักในโรงแรมของเรา โดยเฉพาะอาหารฮาลาล ซึ่งต่อไปจะเป็นธุรกิจที่สามารถเติบโตได้ ไว้บริการนักท่องเที่ยวทั่วไป

              "ตอนแรกที่เปิดร้านอาหารคิดไว้ว่าจะเปิดเป็นร้านอาหารเล็กๆ เปิดขายเฉพาะกาแฟ เบเกอรี่ และอาหารจานเดียว อาหารตามสั่ง อาหารฟาสต์ฟู้ด แต่พอเปิดจริงๆ ลูกค้าก็เริ่มถามหาอาหารโน่น อาหารนี่มากขึ้น ก็เริ่มขยายมาเรื่อยๆ แล้วเริ่มมีกลุ่มทัวร์ Agency มาติดต่อเพื่อขอพาลูกค้ากลุ่มมุสลิม ปลายปีที่แล้วจึงเปิดร้านอาหารชื่อ “ร้านอาหารปันตัย” มีอาหารหลากหลายประเภทให้ลูกค้าได้เลือก ส่วนใหญ่ อาหารฮาลาลทั้งหมด 100 เปอร์เซ็นต์ ได้รับรองอาหารฮาลาล จากคณะกรรมอิสลามประจำจังหวัด และอยู่ระหว่างการขอรับรองอาหารฮาลาลเพื่อการท่องเที่ยวด้วย"

              พนักงานหรือลูกจ้างของร้าน ต้องการคนที่เอาใจใส่ในงานมากกว่า เพราะงานร้านอาหารถือว่าเป็นงานบริการ จะเน้นบุคลิกภาพ เพราะความสามารถเฉพาะสามารถฝึกฝนกันได้ ที่นี่น้องๆ มาอยู่ การศึกษาเขาอาจจะไม่สูง แต่เขาอดทนมากกว่า ต้องฝึกภาษาทุกๆ วัน ก็เก่งกันทุกคน และก็อยู่กันแบบพี่ๆ น้องๆ ที่คอยให้คำปรึกษา เพื่อที่อนาคตพวกน้องๆ เหล่านี้อาจกลับไปเปิดร้านเป็นของตัวเองก็ได้ ไม่เคยคิดว่าพวกน้องๆ คือ ลูกจ้าง แต่คิดว่าพวกน้องๆ คือพี่น้องของเราเอง

              นงนุช บอกว่า ผู้หญิงต้องศึกษาให้มากทั้งด้านศาสนาและสามัญ เพราะผู้หญิงคือสิ่งที่เติมเต็มให้แก่ชีวิตลูกผู้ชาย เรื่องบางเรื่องใช่ว่าผู้ชายทำได้โดยลำพัง บางครั้งก็ต้องให้ผู้หญิงเป็นคนทำถึงจะไปได้ดี ชีวิตมีการเติมเต็มให้กันและกัน แต่การยึดมั่นและอยู่ในกรอบคำสอนศาสนา มั่นใจในอัลลอฮ์ รับรู้ทุกอย่างในสิ่งที่เราทำ งานการและชีวิตจึงสำเร็จไปในทุกๆ ด้าน