ไลฟ์สไตล์

กรมหม่อนไหมเปิดไอทีพัฒนาการผลิตและตลาดไหมไทย

กรมหม่อนไหมเปิดไอทีพัฒนาการผลิตและตลาดไหมไทย

03 ธ.ค. 2557

กรมหม่อนไหมจับมือเนคเทค เปิดตัวระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการจัดการกระบวนการผลิตและการตลาดไหมไทย ตั้งเป้ายกระดับอาชีพเกษตรกรไหมไทยก้าวไกลสู่ตลาดด้วยไอที

              เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.2557ที่ผ่านมา  ณ   จิมทอมป์สันฟาร์ม อ.ปักธงชัย    จ.นครราชสีมา   กรมหม่อนไหม จับมือเนคเทค/สวทช. เปิดตัวระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการจัดการกระบวนการผลิตและการตลาดไหมไทย ตั้งเป้ายกระดับอาชีพเกษตรกรไหมไทย ก้าวไกลสู่ตลาด ด้วยระบบสารสนเทศ เชื่อมั่นเกษตรกร ผู้ประกอบการ และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับไหมไทย จะได้รับประโยชน์จากการจัดการด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ และในอนาคตอันใกล้นี้จะเกิดตลาดไหมไทยออนไลน์ที่กลุ่มเกษตรกร ผู้ประกอบการสามารถติดต่อสื่อสารกันได้โดยตรงและเป็นพื้นฐานของเศรษฐดิจิทัลในอนาคต

              นายสฤษดิพร ชูประยูร รองอธิบดีกรมหม่อนไหม  กล่าวว่า "ผ้าไหมไทย เป็นมรดกอันล้ำค่าทางวัฒนธรรม และเป็นเอกลักษณ์ชาติ ที่มีการถ่ายทอดจากบรรพชนสู่สังคมยุคปัจจุบัน คุณสมบัติอันมีค่าของผ้าไหมไทย คือ มีความงามเป็นประกาย มีความตรึงใจ และทำให้หลงใหลในสีสันอันงดงาม ดูภูมิฐาน เมื่อใครได้สวมใส่ผ้าไหมไทยจะแสดงถึงความมีรสนิยมสูง  มีความสุขและความภาคภูมิใจ  ผ้าไหมไทยเป็นศิลปหัตกรรมที่มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับในระดับสากล และเป็นสินค้าที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและประเทศเป็นจำนวนมาก

              ทั้งนี้  จากความสำคัญดังกล่าว    กรมหม่อนไหมได้กำหนดแผนการดำเนินงานพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการจัดการกระบวนการผลิตและการตลาดไหมไทย ระยะที่๑ ภายใต้แนวคิดSmall Farmer  to Single Market by Mobile Thai Silk หรือ เกษตรกรไหมไทย ก้าวไกลสู่ตลาด ด้วยระบบสารสนเทศ ซึ่งระบบนี้ได้จะช่วยให้ประเทศไทยมีฐานข้อมูลจำนวนเกษตรกรและพื้นที่การปลูกหม่อนเลี้ยงไหมที่ชัดเจน เกษตรกรที่ลงทะเบียนไว้กับระบบฯสามารถแสดงภาพตัวอย่างของเส้นไหมไทยที่มีมาตรฐาน และปริมาณเส้นไหมที่พร้อมจะขายสู่ผู้ผลิตผ้าไหม ช่วยให้เกษตรกรสามารถจัดการกระบวนการการผลิตและการตลาดไหมไทย ในด้านผู้ซื้อเส้นไหมที่ลงทะเบียนไว้ ก็จะได้ประโยชน์จากการรู้แหล่งผลิตและปริมาณของเส้นไหมทำให้เกษตรกรผู้มีอาชีพด้านหม่อนไหมและกลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องได้รับข้อมูลข่าวสารอย่างครบถ้วน ถูกต้อง และทันกาล สามารถติดต่อเชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างผู้ผลิตด้วยกัน และผู้ซื้อได้สะดวก รวดเร็ว เกิดกลุ่มเกษตรกรผู้มีอาชีพด้านหม่อนไหมในโลกออนไลน์ เป็นกลุ่มเกษตรกรที่มีพลังต่อรองทางการตลาด ซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นพื้นฐานของการสร้างตลาดดิจิทัลไหมไทยขึ้นมาในอนาคต

                 ด้านดร.ศรันย์ สัมฤทธิ์เดชขจร ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค/สวทช.) กล่าวว่า "ทีมนักวิจัยเนคเทค/สวทช. ได้พัฒนาระบบ Mobile Thai Silk ที่เป็นระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการจัดการกระบวนการผลิตและการตลาดไหมไทย ที่ต่อยอดมาจากระบบ TAMIS :Thailand Agriculture Mobile Information System  หรือเรียกสั้นว่า “การเกษตรไทยแบบพกพา” เป็นเครื่องมือที่ใช้สำหรับเก็บข้อมมูลผ่านแท็บเล็ต (Tablet) และใช้ Smart card เพื่อให้เจ้าหน้าที่ใช้ในการลงทะเบียนเกษตรกร และเก็บพิกัดแปลงเพาะปลูกด้วย จีพีเอส บนแผนที่ Google Maps และระบบยังสามารถใช้ได้ทั้ง on-line และ off-line เพื่อเพิ่มศักยภาพอุตสาหกรรมไหมไทย โดยระบบฯสามารถรองรับความต้องการในการจัดเก็บข้อมูลประกอบด้วย

                 1. ระบบลงทะเบียนเกษตรกรด้านหม่อนไหม ด้วยบัตร Smart card บนแท็บเล็ตแอนดรอยด์ 2. ระบบลงทะเบียนพื้นที่เพาะปลูกด้วยเทคโนโลยีจีพีเอสร่วมกับแผ่นที่กูเกิลแมป 3.ระบบลงทะเบียนผลผลิต เช่น ปลูกหม่อน เลี้ยงไหม (รังไหม) และผลิตเส้นไหม ที่พื้นที่ไหน 4. ระบบตรวจประเมินคุณภาพเส้นไหมสาวมือ ตามมารตรฐานสินค้าเกษตร มกษ 800 – 2555 5.ระบบลงทะเบียนผู้ประกอบการ ซื้อผลิตภัณฑ์ด้านหม่อนไหม ผ่านเว็ปไซต์ 6. ระบบลงทะเบียนผู้เชี่ยวชาญด้านหม่อนไหม 7.ระบบรายงานสรุปผล สำหรับผู้บริหารแบบทันการ (Real Time) โดยทุกระบบถูกออกแบบให้สามารถเชื่อมต่อกันอย่างเป็นระบบ มีความปลอดภัยสูง ใช้งานง่าย สะดวก รวดเร็ว แม่นยำ น่าเชื่อถือ และทันสมัย เพื่อเข้าสู่ยุคดิจิทัลและยกระดับการให้บริการของภาครัฐ