
นโยบายเรียนฟรี แต่จ่ายทุกอย่าง
04 ธ.ค. 2557
เปิดซองส่องไทย : นโยบายเรียนฟรี แต่จ่ายทุกอย่าง : โดย...ลุงแจ่ม
เรื่องที่รัฐบาลเคยประกาศว่าเรียนฟรี 15 ปี เรื่องนี้หนูและผู้ปกครองคนอื่นๆ อยากทราบว่าเป็นจริงหรือไม่ที่รัฐบาลประกาศเช่นนั้น
หนูและผู้ปกครองให้ลูกหลานเข้าเรียนที่โรงเรียนรักษาราชวิตร ผู้ปกครองทุกท่านต้องจ่ายทุกอย่าง ค่าเทอม ค่ากิจกรรม ค่าหนังสือ ค่าเสื้อผ้า ชุดนักเรียน รองเท้า อุปกรณ์การเรียน กระเป๋า ทุกอย่างที่ทางโรงเรียนเรียกเก็บ หนูไม่เห็นทางรัฐบาลช่วยเหลืออะไรเลย สิ่งของทุกอย่าง อุปกรณ์การเรียนก็แพงกว่าที่อื่น อาหารเช้า อาหารกลางวัน เครื่องดื่มก็แพงกว่าร้านข้างนอก อาหารไม่มีคุณภาพ
หนูและผู้ปกครองคนอื่นๆ จำเป็นต้องให้ลูกหลานเรียนที่นี่ เพราะใกล้บ้าน ไม่ต้องขึ้นรถ เพราะโรงเรียนตั้งอยู่ปากซอยเจริญกรุง 103
ตอบ
นายนที บุญประสิทธิ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนรักษาราชวิตร ชี้แจงว่า ตามนโยบายเรียนฟรี 15 ปี รัฐมีการช่วยเหลือในเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆ ได้แก่ เงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายต่อหัวและค่าใช้จ่ายตามนโยบายเรียนฟรี 15 ปี ซึ่งเงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายต่อหัว ได้แก่ ค่าเล่าเรียนอุดหนุนรายหัวหรือค่าธรรมเนียมการเรียน ส่วนค่าใช้จ่ายตามนโยบายเรียนฟรี 15 ปี ได้แก่ ค่าหนังสือเรียน ค่าอุปกรณ์การเรียน ค่าเครื่องแบบนักเรียน และค่ากิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน
จากกรณีร้องเรียนนี้ ทางโรงเรียนดำเนินการตามนโยบายเรียนฟรีทุกประการ แต่เงินอุดหนุนที่รัฐบาลให้นั้น เป็นไปตามอัตราที่รัฐบาลกำหนด ไม่ใช่ให้ตามค่าใช้จ่ายจริง หากมีส่วนเกิน ผู้ปกครองต้องจ่ายในส่วนนั้น สำหรับค่าใช้จ่ายอื่นๆ ก็เช่นเดียวกัน ในส่วนของหนังสือเรียนทางโรงเรียนเป็นผู้จัดซื้อให้ ส่วนอุปกรณ์การเรียนและเครื่องแบบนักเรียน ผู้ปกครองสามารถจัดซื้อเองได้และนำใบเสร็จมาเบิกกับทางโรงเรียน โดยค่าเครื่องแบบนักเรียน รัฐอุดหนุน 360 บาท ผู้ปกครองนำใบเสร็จมาเบิกกับทางโรงเรียนได้ 360 บาท หากมีส่วนเกินผู้ปกครองต้องรับผิดชอบเอง
กรณีอาหารเครื่องดื่มในโรงเรียนแพงและไม่มีคุณภาพนั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง แต่ละวันโรงเรียนจัดอาหารในแต่ละมื้อมีข้าวและกับข้าว 2 อย่าง สับเปลี่ยนเมนูแตกต่างกันทุกวัน นักเรียนสามารถเติมอาหารได้จนกระทั่งรับประทานอิ่ม โรงเรียนตั้งอยู่ในชุมชน ผู้ปกครองมีฐานะปานกลาง นักเรียนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม การกำหนดเมนูอาหารและราคาจึงคำนึงถึงนักเรียนและรายจ่ายของผู้ปกครองเป็นสำคัญ
ทุกปีการศึกษา โรงเรียนจัดให้มีการประชุมผู้ปกครอง ให้ผู้ปกครองได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น ให้คำแนะนำ หรือแจ้งปัญหาต่างๆ ให้โรงเรียนทราบ ขณะเดียวกันโรงเรียนก็ได้ชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้ปกครองด้วย กรณีร้องเรียนนี้ โรงเรียนไม่ทราบเรื่องมาก่อน ขอให้ผู้ปกครองสอบถามกับทางโรงเรียนโดยตรง หรือติดต่อผู้อำนวยการ ยินดีชี้แจงให้ทราบทุกประเด็น
ลุงแจ่ม
สามี(ตัวดี) เขียนเป็นบันทึกท้ายหย่า
ดิฉันอยู่กินกับสามีมา 8 ปี มีลูกด้วยกัน 1 คน ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ ตอนนี้ดิฉันและสามีไม่สามารถที่จะใช้ชีวิตอยู่ร่วมด้วยกันได้อีก เพราะดิฉันจับได้ว่า สามีไปมีผู้หญิงอื่น แล้วทำใจให้ยอมรับไม่ได้ ในช่วงแรกเราพยายามที่จะอยู่ด้วยกันให้ได้เพื่อลูก แต่ลองดูแล้วก็ยังไม่สามารถอยู่ด้วยกันได้เพราะดิฉันเองทำใจไม่ได้คิดอยู่ตลอดว่าสามีมีผู้หญิงอื่น ซึ่งสามีเองก็ยังไม่ยอมเลิกราเด็ดขาดกับผู้หญิงคนนั้นด้วย
ดิฉันอยากทราบว่า ถ้าต้องเลิกกัน จะแบ่งสินสมรสกันอย่างไร แล้วเรื่องลูกใครจะต้องเป็นคนส่งเสียเลี้ยงดู เพราะทุกวันนี้ดิฉันเป็นแม่บ้านอย่างเดียว ถ้าเลิกกันดิฉันก็คงต้องหางานทำใหม่ เพื่อหาเงินมาเลี้ยงดูตัวเองและลูก ถ้าจะให้สามีส่งเสียลูกไปจนเรียนจบจะได้ไหม
ธิดา
ตอบ
ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชน อาจารย์ชลธิชา สมสอาด คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำว่า ในทางกฎหมายนั้น ระบุไว้ว่า พ่อและแม่มีหน้าที่ที่จะต้องส่งเสียเลี้ยงดูบุตร ผู้เยาว์ ซึ่งหมายถึงว่าจะต้องดูแลลูกจนกว่าจะบรรลุนิติภาวะ คือ อายุ 20 ปี ในกรณีอย่างนี้ คุณและสามีถ้าอยู่ด้วยกันไม่ได้ ก็ควรจะตกลงกันด้วยดี หรือพูดกันให้เข้าใจว่า คุณอยากให้สามีส่งเสียเลี้ยงดูลูกไปจนเรียนจบ หรืออะไรก็ว่ากันไป เพราะเป็นเรื่องที่คุณและสามีคุยกันได้ ขณะเดียวกันก็ต้องอยู่บนพื้นฐานที่สามีสามารถส่งเสียได้ด้วย เพราะถ้าขอให้ส่งเสียมากเกินไปแล้วสามีไม่สามารถทำได้ก็คงจะมีปัญหา
ส่วนในเรื่องของสินสมรสนั้น ก็ควรจะคุยกันอีกเหมือนกันว่า มีอะไรบ้าง แล้วก็แบ่งกันไปว่าใครควรจะได้อะไรไปบ้าง เพราะถ้าตกลงที่จะหย่ากันเองอย่างนี้ คาดว่าน่าจะตกลงกันได้ โดยอาจจะเขียนรายละเอียดเป็นข้อๆ ไว้ว่ามีอะไรบ้าง แล้วหลังจากนั้น ก็แบ่งกัน แล้วก็เขียนไว้ในบันทึกท้ายหย่า ทั้งในเรื่องของสินสมรส และเรื่องที่ใครจะต้องรับผิดชอบเลี้ยงดูลูกอย่างไร
ซึ่งบันทึกท้ายหย่านี้จะมีผลทางกฎหมาย เพราะถ้าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่ปฏิบัติตาม อีกฝ่ายสามารถใช้บังคับตามกฎหมายได้
ลุงแจ่ม



