
พนักงานตรวจโรคสัตว์โดนออก
02 ธ.ค. 2557
เปิดซองส่องไทย : พนักงานตรวจโรคสัตว์โดนออก : โดย...ลุงแจ่ม
การเลิกจ้างพนักงานตรวจโรคสัตว์ กรมปศุสัตว์ได้เลิกจ้างพนักงานตรวจโรคเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2557 ทำให้พนักงานตรวจโรคสัตว์จำนวน 190 คน ทั่วประเทศ ตกงานทันที ส่งผลกระทบหลายๆ อย่าง จึงอยากขอความเป็นธรรมเกี่ยวกับตำแหน่งพนักงานตรวจโรคสัตว์ ซึ่งบรรจุเป็นตำแหน่ง "พนักงานราชการ" ดังนี้
1.พนักงานตรวจโรคสัตว์ต้องทำงานตรวจสัตว์ก่อนและหลังฆ่าสัตว์ในโรงฆ่าเป็นประจำ 1 คนต่อ 1 โรงฆ่า ซึ่งเป็นอะไรที่เหนื่อยพอแล้วบางโรงมีสัตว์ที่เข้าฆ่าเป็นจำนวนมาก ก็ยังมีแค่ 1 คนต่อโรงแล้ว ส่งผลให้ตอนนี้เนื้อสัตว์ที่ออกสู่ตลาดก็ไม่มีพนักงานตรวจโรคสัตว์ที่ทำงานจริงๆ ตรวจก่อนที่ออกมาสู่ผู้บริโภคแล้วท่านมั่นใจได้อย่างไรว่าเนื้อสัตว์ที่ออกมาจะปลอดภัยเมื่อไม่มีพนักงานตรวจโรคสัตว์ ซึ่งตามกฎหมาย พ.ร.บ.การฆ่าสัตว์ 2535 ระบุไว้แน่ชัดอยู่แล้วว่าทุกโรงฆ่าต้องมีพนักงานตรวจโรคสัตว์ แต่ก็เป็นช่องโหว่ว่า พนักงานตรวจโรคสัตว์ 1 คนสามารถตรวจสัตว์ได้กี่ตัว หรือกี่โรงฆ่า ซึ่งตามความเป็นจริงที่กรมปศุสัตว์ได้ออกมาแก้ข่าวเรื่องพนักงานตรวจโรคสัตว์ว่าทุกโรงฆ่าสัตว์มีพนักงานตรวจโรคสัตว์อยู่แล้วนั้น ลองกลับไปดูรายชื่อที่ประจำทุกโรงฆ่าจะพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของกรมปศุสัตว์ ตำแหน่งปศุสัตว์อำเภอนั้นๆ ดูแล ซึ่ง 1 อำเภอ ถ้ามีโรงฆ่า 1 โรงก็จะไม่มีปัญหา แต่ 1 อำเภอมีโรงฆ่าสัตว์มากกว่า 1 โรงฆ่าแล้วปศุสัตว์อำเภอ 1 คน สามารถดูแลทั่วถึงหรือไม่
แล้วงานของปศุสัตว์อำเภอเองก็มากพออยู่แล้วในช่วงกลางวัน คิดว่าจะไปดูแลงานกลางคืนทุกวัน ทุกโรง แล้วดูสัตว์เข้าฆ่าทุกตัว เหมือนพนักงานตรวจโรคสัตว์ 190 คนที่โดนปลดหรือไม่ ทางกรมปศุสัตว์เอารายชื่อมาอ้างในการประชุมว่าทุกโรงมีพนักงานตรวจโรคสัตว์ครบทุกที่ แต่ไม่ได้มองกลับไปดูว่าทำงานได้หรือไม่ แต่ทำไมโรงฆ่าส่งออกกลับส่งเสริมให้มีพนักงานตรวจโรคสัตว์ประจำ 1 โรง มีมากกว่า 1 คน ทำไมถึงให้ความสนใจแต่การส่งออก แล้วในประเทศถึงไม่ให้ความสนใจ แล้วที่มีโครงการพนักงานตรวจโรคสัตว์ขึ้นมาเมื่อปี 2554 เพื่ออะไร พวกเรา 190 คน ไม่ใช่หนูทดลอง หรือของเล่นสนุกของใคร ที่อยากจะใช้ขึ้นมาก็ใช้ เพราะที่มาสมัครในตำแหน่งพนักงานตรวจโรคสัตว์นี้ก็เพราะเห็นว่าเป็นตำแหน่งที่สำคัญ และเป็นตำแหน่งที่คนทั่วประเทศให้ความสำคัญ แล้วทำไงพวกเราถึงต้องมาตกงาน โดยไม่มีใครสนใจว่ามีปัญหาอะไรกระทบตามมาบ้าง ตามนโยบายของรัฐบาลต้องการลดภาวะคนว่างงาน แต่ทำไมกรมปศุสัตว์ถึงปลดตำแหน่งพวกเราออก และ 190 ตำแหน่งนี้ก็ยังไม่ได้ไปไหน ยังอยู่ที่กรมปศุสัตว์เหมือนเดิม มีเงินพร้อมที่จะจ้าง แต่ไม่จ้างพนักงานตรวจโรคสัตว์ แล้วพวกเรา 190 คน ท่านไม่เห็นความสำคัญบ้างหรือ คน 190 คน ต้องใช้เงิน ต้องกินต้องใช้ ภาระมีมากมายเคยเห็นความสำคัญบ้างไหม
2.โรคระบาดก็มีมาก ล่าสุดเจอโรคคอบวมระบาดหนักในวัวควาย แล้วใครจะมาเข้มงวดในเรื่องการนำสัตว์ป่วยเข้าโรงฆ่าสัตว์ พนักงานตรวจโรคสัตว์ แล้วท่านแน่ใจหรือไม่ว่าเนื้อสัตว์ที่ออกสู่ตลาดจะปลอดโรค
3.กรมปศุสัตว์พยายามผลักดันตำแน่งพนักงานตรวจโรคสัตว์ให้กรมการปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นคนดูแล แต่ก็ไม่มีการตอบรับการจ้างทั้งหมด ข้ออ้างสารพัด เช่น เกินงบประมาณที่ตั้งเอาไว้บ้าง ซึ่งความเป็นจริงจ่ายให้พนักงานตรวจโรคสัตว์แค่ขอชื่อมาใส่ว่ามีพนักงานตรวจโรคสัตว์แล้วไม่กี่พัน ไม่ต้องมาเสียเงินมาจ้างเป็นหมื่น และไม่ต้องไปตรวจโรคสัตว์ให้หรอกเพราะทางท้องถิ่นเองไม่ได้สนใจเรื่องโรค สนใจแต่ว่าโรงฆ่าสัตว์ทำรายได้ให้ท้องถิ่นเท่าไร พนักงานตรวจโรคสัตว์ที่จ้างแต่ชื่อ ก็สรุปรายงานจำนวนตัวที่ฆ่า พร้อมรายเซ็น แค่นี้ก็จบ ไม่ต้องเหนื่อยไปตรวจก็ได้เงิน ท้องถิ่นก็ไม่ต้องเสียเงินจ้างเป็นหมื่นๆ (ตามคุณวุฒิ) ผลประโยชน์เอื้อกันทั้งคู่
ตัวแทนพนักงานตรวจโรคสัตว์
ตอบ
สำนักพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์ ขอชี้แจงเป็นข้อๆ ดังนี้
1.ประเด็นมาตรฐานสินค้าปศุสัตว์ในประเทศและส่งออกไม่เป็นมาตรฐานเดียวกัน มาตรฐานด้านความสะอาดปลอดภัยพื้นฐานไม่แตกต่างกันแต่อย่างใด เพราะโรงฆ่าสัตว์ภายในประเทศและโรงฆ่าสัตว์เพื่อการส่งออก ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์และจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ.2535 และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขในการตั้งโรงฆ่าสัตว์ โรงพักสัตว์และการฆ่าสัตว์ พ.ศ.2555 แต่กรณีโรงฆ่าสัตว์เพื่อการส่งออกมีเงื่อนไขอื่นๆ เพิ่มเติมโดยปรับเปลี่ยนตามแต่ละประเทศคู่ค้าจะเป็นผู้กำหนด เช่น การควบคุมอุณหภูมิเนื้อต้องแช่เย็นหรือแช่แข็ง อุณหภูมิห้องตัดแต่งและปริมาณสารตกค้าง
2.ประเด็นทำไมเลิกจ้างพนักงานตรวจโรคสัตว์ประจำโรงฆ่าสัตว์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจำนวน 190 อัตรา และใครจะเป็นผู้ทำหน้าที่แทนพนักงานตรวจโรคสัตว์ที่ถูกเลิกจ้าง กรมปศุสัตว์ได้จัดทำโครงการพัฒนาโรงฆ่าสัตว์และสถานที่จำหน่ายเนื้อสัตว์ เพื่อเป็นโครงการนำร่องโดยจัดให้มีพนักงานตรวจโรคสัตว์ประจำโรงฆ่าสัตว์ จำนวน 190 อัตรา ทำหน้าที่ตรวจและบันทึกข้อมูลสัตว์ก่อนฆ่าและเนื้อสัตว์หลังฆ่า ในจังหวัดที่เข้าร่วมโครงการ 65 จังหวัด เริ่มตั้งแต่ปีงบประมาณ 2554 และสิ้นสุดโครงการในปีงบประมาณ 2557 เนื่องจากตามพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์และจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ.2535 และกฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการตั้งโรงฆ่าสัตว์ โรงพักสัตว์และการฆ่าสัตว์ พ.ศ.2555 กำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตตั้งโรงฆ่าสัตว์ โรงพักสัตว์ และการฆ่าสัตว์ ต้องจัดให้มีพนักงานตรวจโรคสัตว์ โดยได้รับการแต่งตั้งจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งเป็นอำนาจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามกฎหมายและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้รับแจ้งการฆ่าสัตว์และเก็บค่าอากรการฆ่าสัตว์ ค่าธรรมเนียมโรงฆ่าและค่าธรรมเนียมโรงพักสัตว์ ดังนั้นการจ้างพนักงานตรวจโรคสัตว์ประจำโรงฆ่าสัตว์จึงไม่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมปศุสัตว์ เมื่อสิ้นสุดโครงการแล้ว กรมปศุสัตว์จึงไม่สามารถจัดจ้างพนักงานตรวจโรคสัตว์จำนวนดังกล่าวต่อไปได้
อย่างไรก็ตาม ประเด็นปัญหาโรงฆ่าสัตว์ที่ไม่มีพนักงานตรวจโรคสัตว์ กรมปศุสัตว์ได้ดำเนินการมาตรการเร่งด่วน ดังนี้
1.เร่งรัดประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งมีโรงฆ่าสัตว์ตั้งอยู่ในพื้นที่ เร่งดำเนินการแต่งตั้งพนักงานตรวจโรคสัตว์ไปปฏิบัติหน้าที่ให้ครบทุกโรงฆ่าสัตว์ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2557
2.ในระหว่างที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยังไม่สามารถแต่งตั้งพนักงานตรวจโรคสัตว์เพื่อปฏิบัติหน้าที่ให้ครบทุกโรงฆ่าสัตว์ในพื้นที่ได้ด้วยเหตุผลใดก็ตาม ให้ปศุสัตว์อำเภอหรือปศุสัตว์จังหวัดในพื้นที่นั้น ดำเนินการช่วยเหลือด้วยการส่งเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ที่เป็นพนักงานตรวจโรคสัตว์ไปปฏิบัติหน้าที่แทนเป็นการชั่วคราว ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2557
3.หากตรวจพบว่าโรงฆ่าสัตว์ใดไม่มีพนักงานตรวจโรคสัตว์ตามกฎหมาย ให้ปศุสัตว์จังหวัดเสนอผู้ว่าราชการจังหวัด หรืออธิบดีกรมปศุสัตว์เพื่อดำเนินการแจ้งเตือนหรือพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต หรือแจ้งความดำเนินคดีอาญา ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับกรณีที่กระทำความผิด
4.บังคับใช้กฎหมายตามโครงการเร่งรัดการบังคับใช้กฎหมายของกรมปศุสัตว์ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2557
ลุงแจ่ม



