
โรคชราคร่า'เสนีย์ เสาวพงศ์'
29 พ.ย. 2557
'เสนีย์ เสาวพงศ์' ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ปี 2533 เสียชีวิตด้วยโรคชราในวัย 96 ปี ญาติทำพิธีรดน้ำศพ 30 พ.ย.ที่วัดธาตุทอง
29 พ.ย. 57 วงการนักคิดนักเขียนไทยต้องพบกับความสูญเสียอีกครั้ง เมื่อนายศักดิชัย บำรุงพงศ์ ซึ่งได้รับการเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ประจำปี พ.ศ. 2533 เสียชีวิตลงอย่างสงบเมื่อเที่ยงวันนี้ (29 พ.ย.) ที่โรงพยาบาลกรุงเทพ หลังจากเข้ารับการรักษาอาการป่วยมาระยะหนึ่ง และจะมีพิธีรดน้ำศพวันที่ 30 พฤศจิกายน เวลา 17.00 น. ณ ศาลา 5 วัดธาตุทอง กรุงเทพมหานคร
นายศักดิชัย บำรุงพงศ์ เกิดเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2461 เป็นนักการทูต นักเขียน นักหนังสือพิมพ์ เจ้าของนามปากกา เสนีย์ เสาวพงศ์ เดิมชื่อ "บุญส่ง" เกิดที่หมู่บ้านเล็กๆ ใน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ เป็นบุตรคนสุดท้องของนายพงษ์ และนางแพ บำรุงพงศ์ มีอาชีพทำนา และเป็นผู้ใหญ่บ้าน ศึกษาชั้นต้นที่โรงเรียนวัดจักรวรรดิราชาวาส ชั้นมัธยมที่โรงเรียนบพิตรพิมุข สอบเข้าศึกษาต่อคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แต่ต้องลาออกเมื่อบิดาเสียชีวิต หันไปทำงานหนังสือพิมพ์ และเรียนกฎหมายนอกเวลาที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จบการศึกษาเมื่อ พ.ศ. 2484 และเปลี่ยนชื่อตัวเป็น "ศักดิชัย" ในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม สมรสกับเครือพันธ์ ปทุมรส เมื่อ พ.ศ. 2496 มีบุตรธิดา 4 คน
ตั้งแต่เด็ก ศักดิชัย สมัครเป็นลูกศิษย์หัดเรียนวาดรูปกับ เหม เวชกร และได้พบกับนักเขียนชื่อดังที่ไปพบปะกันที่บ้านครูเหม เช่น เสาว์ บุญเสนอ มนัส จรรยงค์ จึงเริ่มเขียนเรื่องสั้น ได้ตีพิมพ์ในนิตยสาร เมื่อจบมัธยม 8 บิดาเสียชีวิตไม่มีเงินเรียนต่อ จึงไปทำงานที่หนังสือพิมพ์ "ศรีกรุง" และ "สยามราษฎร์" แผนกข่าวต่างประเทศ แต่ลาออกพร้อมกับกองบรรณาธิการทั้งหมดในปี พ.ศ. 2482
ชีวิตในการเข้ารับราชการของศักดิชัย เริ่มจากแผนกพาณิชย์นโยบายต่างประเทศ กระทรวงเศรษฐการ และสอบได้ทุนไปศึกษาต่อที่ประเทศเยอรมนี แต่เกิดสงครามในยุโรปตะวันออก จึงเดินทางกลับไทย ทำงานเป็นนักหนังสือพิมพ์ "สุวรรณภูมิ" ร่วมงานกับ ทองเติม เสมรสุต อิศรา อมันตกุล เริ่มเขียนเรื่องสั้นโดยใช้นามปากกา "สุจริต พรหมจรรยา" เริ่มมีชื่อเสียงจากเรื่องสั้นชื่อ "อาเคเชียปลายฤดูร้อน" ซึ่งใช้นามปากกา "เสนีย์ เสาวพงศ์" เป็นครั้งแรก ประสบความสำเร็จอย่างสูง จนได้รับการแปลเป็นภาษาจีน ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ตงง้วน รายสัปดาห์ และใช้นามปากกานี้เป็นหลักในเวลาต่อมา
เมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ศักดิชัยกลับเข้ารับราชการกระทรวงการต่างประเทศ เมื่อปลายปี พ.ศ. 2485 และร่วมงานกับเสรีไทยสายอังกฤษ ในช่วงท้ายของสงคราม และได้เป็นนักการทูตในหลายประเทศ กระทั่งเกษียณอายุราชการในตำแหน่งเอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศพม่า เมื่อ พ.ศ. 2521 จากนั้นก็เขียนนวนิยายและได้รับการเชิดชูเกียรติหลายรางวัล



