
เที่ยวนครชุม เยือนถิ่นโบราณอรัญญิก
30 พ.ย. 2557
ชวนเที่ยว : เที่ยวนครชุม เยือนถิ่นโบราณอรัญญิก : เรื่อง / ภาพ ... นพพร วิจิตร์วงษ์
ถ้าบ่นได้ นครชุม อาจจะบ่นน้อยใจไปหลายรอบ เพราะใครๆ ก็ผ่านมา ผ่านไป โดยไม่แวะเที่ยวเมืองนี้ หรือถามอีกทีเมืองนี้อยู่ที่ไหน หลายคนก็อาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำ แต่ถ้าเอ่ยถึงชื่อภาพยนตร์เรื่อง "ชั่วฟ้าดินสลาย" ที่ประพันธ์โดยครูมาลัย ชูพินิจ คอหนังคงร้องอ๋อ เพราะต้นเรื่องของชั่วฟ้าดินสลาย ตลอดจนชื่อบุคคลในเรื่อง เช่น พะโป้ และส่างหม่อง รวมถึงครูมาลัยเอง ก็เกิดและเติบโตที่เมืองนครชุมแห่งนี้
นครชุมตั้งอยู่บนที่ลุ่มบริเวณปากคลองสวนหมาก ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำปิง ตรงข้ามกับเมืองกำแพงเพชร ในอดีตเคยเป็นแหล่งทำไม้สักขนาดใหญ่ เมื่อครั้งสมัยสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสกำแพงเพชร ก็เคยเสด็จเยือนบ้านพะโป้ คหบดีชาวกะเหรี่ยงที่มาทำไม้อยู่บริเวณคลองสวนหมาก จนเป็นที่มาของชื่อ บ้านห้าง ร.5
แต่ถ้าอยากรู้จักพื้นที่แถบนี้มากขึ้น ต้องลองอ่านวรรณกรรมเรื่อง ทุ่งมหาราช ของครูมาลัย ที่สะท้อนให้เห็นภาพเมืองนครชุมในอดีต ว่า เป็นคลองสวนหมากพร้อมด้วยเหย้าเรือนฝาขัดแตะและมุงแฝกไม่กี่หลังคาเรือน และบ้านไร่เพิ่งมีพวกเวียงจันทน์อพยพมาอยู่ไม่กี่ครอบครัว ป่ามะพร้าวยังโหรงเหรง กำแพงเมืองเก่าชั้นนอกยังไม่ถูกทำลายลงมาถมถนน และดงเศรษฐียังทิ้งซากของนครร้างไว้เป็นอนุสาวรีย์แก่คนรุ่นหลัง ...
เมืองนครชุมนี้ สันนิษฐานว่า เป็นเมืองร้าง มาถึงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ หรือราว พ.ศ. 2325 เมืองนครชุม กลายมาเป็นบ้านคลองสวนหมาก หรือบ้านปากคลอง ได้มีการกวาดต้อนเชลยศึก จากเวียงจันทน์มาอาศัยอยู่บ้านปากคลอง ซึ่งในยุคนั้นปากคลองเต็มไปด้วยไข้ป่าโรคระบาด
ปัจจุบัน การเดินทางไปนครชุมไม่ได้ยากเย็น และน่าหยุดแวะพัก ก่อนเดินทางต่อไปยังจังหวัดอื่นๆ
จากสี่แยกตัวเมือง ข้ามแม่น้ำปิง ไปไม่ไกลนัก มีแยกขวามือ มุ่งสู่ตำบลนครชุม ระยะทางห่างจากตัวเมืองราวๆ 10 กม. เหมือนหลุดจากความวุ่ยวาย บ้านเรือนส่วนใหญ่ ยังเป็นบ้านไม้เก่าแก่ ที่ดูแลรักษาและอยู่อาศัยกันมา จากอดีตจนปัจจุบัน ในช่วงวันธรรมดาสถานที่แห่งนี้อาจจะเงียบๆ แต่ถ้าเป็นช่วงค่ำวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ความคึกคักมาเยือนทันที เพราะที่นี่เขามีตลาดย้อนยุคโบราณ ที่เหมือนเราหลุดเข้าไปอีกโลกหนึ่งเลยทีเดียว
ก่อนถึงยามค่ำ เลยได้โอกาสตะเวนไปตามมุมเมืองนครชุม ตั้งต้นที่ วัดสว่างอารมณ์ หรือวัดหลวงพ่ออุโมงค์ ซึ่งเป็นที่เคารพของคนนครชุม วัดนี้ตั้งอยู่ริมน้ำคลองสวนหมาก เป็นวัดที่สร้างขึ้นโดยศิลปะแบบไทยผสมพม่าโดยพ่อค้าชาวพม่า มีพระประธานคือหลวงพ่ออุโมงค์ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปศิลปะเชียงแสนขนาดใหญ่ พุทธลักษณะงดงาม จากคำบอกเล่า มีผู้พบเห็นอยู่ในบริเวณเนินดินคล้ายจอมปลวก ลักษณะเหมือนประดิษฐานอยู่ในอุโมงค์ จึงพากันเรียกว่าหลวงพ่ออุโมงค์
ด้านหลังวัดมีทางเดินเลาะริมน้ำไปเรื่อยๆ ถึง บ้านห้าง ร.5 บ้านไม้สักเก่าแก่ 2 ชั้น รูปแบบผสมผสานไทยกับตะวันตก ประดับด้วยไม้ฉลุลวดลายประณีต นี่เอง...บ้านของพะโป้ คหบดีพ่อค้าไม้ชาวกะเหรี่ยง ที่เข้ามาทำไม้อยู่ที่แห่งนี้ ซึ่งสมัยรัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสเมืองกำแพงเพชร ในปีพ.ศ.2449 พระองค์ทรงมีพระราชหัตเลขาไว้ว่า “ เลยไปคลองสวนหมาก...ในคลองนี้น้ำไหลเชี่ยวแต่น้ำใสเพราะเป็นลำห้วย ถ้าไปตามลำคลอง 3 วัน จึงถึงป่าไม้...ป่าไม้นี้ พะโป้กะเหรี่ยงในบังคับอังกฤษเป็นคนทำ”
ความเป็นมาของพะโป้ พบหลักฐานเอกสารของพระยารามรณรงค์ เจ้าเมืองกำแพงเพชร ที่ระบุไว้ว่า พะโป้เข้ามาขอทำไม้เมื่อราวปี 2429 และแม้พะโป้จะเสียชีวิตไปแล้ว แต่เรื่องราวของเขายังคงได้รับการกล่าวขาน ตั้งแต่เรื่องเล่าชีวิตรักนายฮ้อยพะโป้กับนางทองย้อย รวมถึงเรื่องที่กล่าวขานกันว่า พะโป้ เป็นผู้มาบูรณะและยกยอดฉัตรพระบรมธาตุนครชุม ตลอดจน “บ้านห้าง” ของพะโป้แม้จะทรุดโทรมไปแต่ก็ยังตั้งตระหง่านเป็นตำนานของคลองสวนหมาก รวมทั้งยังมีพระบรมฉายาลักษณ์ของรัชกาลที่ 5 ติดอยู่ที่เสาในบ้านด้วย
กระนั้นเลย ออกจากบ้านห้าง ร. 5 จึงมุ่งไปยังพระบรมธาตุนครชุม ตะวันคล้อยบ่าย สาดแสงต้องพระเจดีย์สีทองสุกอร่าม วัดพระบรมธาตุนครชุม เป็นวัดที่สร้างขึ้นพร้อมกับเมืองนครชุม เป็นวัดประจำเมืองเหมือนกับวัดพระแก้วประจำเมืองกำแพงเพชร จากจารึกนครชุมเดิม ภายในวัดมีเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ (ทรงดอกบัว) 3 องค์ตั้งอยู่บนฐานเดียวกัน สันนิษฐานว่าสร้างโดยกษัตริย์ในสมัยกรุงสุโขทัยเพื่ออุทิศถวายพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ พ่อขุนรามคำแหงและอีกองค์หนึ่งเป็นพระเจดีย์ประจำรัชกาล และนำพระบรมสารีริกธาตุ 9 องค์มาบรรจุไว้
ต่อมา สมเด็จพุฒาจารย์ (โต) วัดระฆัง กรุงเทพฯ ขึ้นมาเยี่ยมญาติที่เมืองกำแพงเพชร ได้อ่านแผ่นศิลาจารึกอักษรไทยโบราณที่ประดิษฐานอยู่ ณ อุโบสถวัด ความว่า มีเจดีย์โบราณบรรจุพระบรมธาตุอยู่น้ำปิงตะวันตก หน้าเมืองเก่าสามองค์ ขณะนั้นพระยากำแพง (น้อย) ผู้ว่าราชการ ได้ค้นคว้าพบวัดและเจดีย์ตามอักษรตามแผ่นศิลา และรวมกันปฏิสังขรณ์เจดีย์ที่ค้นพบเดิม 3 องค์ โดยกะเหรี่ยงที่ชาวบ้านเรียกว่าพญาตะก่า ขออนุญาตรื้อพระเจดีย์สามองค์นี้ ทำใหม่รวมเป็นองค์เดียวครอบเจดีย์องค์เดิมไว้ด้วยเจดีย์ทรงมอญ
ภายในตัวเมืองนครชุมแทบไม่เห็นร่องรอยของโบราณสถาน เพราะถูกรื้อทำลายไปหมด แต่บริเวณเมืองเก่า เขตอรัญญิก หรือ วัดป่า ของเมืองนครชุม อยู่ทางทิศใต้ของเมือง ห่างจากแนวกำแพงเมืองประมาณ 500 เมตร ยังมีโบราณสถานของวัดหลงเหลืออยู่ ส่วนใหญ่ก่อสร้างด้วยอิฐ อาทิ วัดเจดีย์กลางทุ่ง, วัดหนองพิกุล, วัดหนองลังกา, วัดซุ้มกอ, วัดหนองยายช่วย และป้อมทุ่งเศรษฐี โบราณสถานเหล่านี้บางแห่งเห็นได้ในระยะไกลจากถนนรถ
ทางเข้าไปชมโบราณสถานเขตอรัญญิก จะเข้าทางตลาด เคไนท์ (KNight) ฝั่งตรงข้าม เยื้องๆ กับแยกไปนครชุม ลึกด้านในเป็นที่ตั้ง วัดหนองลังกา นับเป็นวัดที่มีสภาพที่ค่อนข้างสมบูรณ์มากที่สุดของเขตอรัญญิก สร้างขึ้นในสมัยสุโขทัย โดดเด่นด้วยเจดีย์ทรงระฆังรูปทรงเพรียวงาม โดยมีซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูป ปรากฏทั้งสี่ด้าน มีคูน้ำล้อมรอบวัด เป็นอุทกสีมา ตามแบบแผนสุโขทัย ด้านในเป็นกำแพงแก้ว ส่วนผังของวัดนั้นหันหน้าไปทางทิศตะวันออก บริเวณโดยรอบร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่
จากวัดหนองลังกา ออกมาไม่ไกล เป็นที่ตั้งของ วัดหนองพิกุล เป็นโบราณสถานที่อยู่บริเวณทางเข้าวัดพิกุล สิ่งก่อสร้างภายในวัดหนองพิกุล แตกต่างจากวัดแห่งอื่นๆ คือสร้างมณฑปอยู่หลังวิหารทำหน้าที่เป็นเจดีย์ประธานของวัด ลักษณะของมณฑป เป็นอาคารรูปสี่เหลี่ยม ฐานสูงประมาณ 1.50 เมตร ย่อเหลี่ยมไม้สิบสอง ทั้งที่ฐานและตัวอาคาร เครื่องบนพังลงหมด สันนิษฐานว่าเป็น เทวาลัยมาก่อน โดยประดิษฐานรูปเคารพ อาจเป็นเทพเจ้าทั้ง 3 ของพราหมณ์ คือพระพรหม พระนารายณ์ และพระอิศวร แต่เมื่อศาสนาพราหมณ์ หมดความนิยม ได้นำพระพุทธรูปมาประดิษฐานแทน เพราะมีร่องรอยการสร้างที่ซ้อนทับกันอยู่ วัดนี้เองที่มีการขุดพบพระเครื่องที่เรียกกันว่า พระกำแพง ที่สวยงาม และโด่งดัง
แวะโบราณสถานในเขตอรัญญิกแล้ว ก็ต้องกลับไปเดินชมตลาดย้อนยุค ที่นี่ก็เหมือนกับย้อนเข้าไปในยุคอดีตจริงๆ เพราะพ่อค้าแม่ค้าต่างแต่งกายแบบไทยสมัยก่อน มีทั้งผ้าแถบ โจงกระเบน มานั่งขายของ ตลาดแห่งนี้เองที่ อพท. เข้ามาช่วยดูแล ส่งเสริมสนับสนุน เพื่อให้เป็นตลาดโลว์คาร์บอน ตั้งแต่การรณรงค์ใช้วัสดุย่อยสลาย ถุงผ้า ปิ่นโต การคัดแยกขยะ จนได้ชื่อว่าเป็นตลาดโลว์คาร์บอนแห่งแรกของประเทศ
มากำแพงเพชรคราวนี้ ไม่ทำให้ต้องถวิลหาแต่ธรรมชาติอย่าง ยอดเขาสูงโมโกจูและป่าแม่วงก์ หรือป่าคลองวังเจ้า เท่านั้น แต่นครชุม ก็มีเสน่ห์ในตัวที่แรงพอ จนต้องหยุดตัวเองไว้ที่นี่ชั่วคราวทีเดียว
ติดต่อเรื่องการท่องเที่ยวชุมชน : ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนนครชุม 08-9640-5287, 08-9568-2373
----------------------------
(ชวนเที่ยว : เที่ยวนครชุม เยือนถิ่นโบราณอรัญญิก : เรื่อง / ภาพ ... นพพร วิจิตร์วงษ์)



