
จ่ายเงินช่วยชาวนาสิ้นเดือนนี้
27 พ.ย. 2557
เปิดซองส่องไทย : จ่ายเงินช่วยชาวนาสิ้นเดือนนี้ : โดย...ลุงแจ่ม
ผมมีเรื่องอยากให้ช่วยสอบถามหน่วยงานที่รับผิดชอบของ จ.กาญจนบุรี เกี่ยวกับเรื่องที่รัฐบาลมีนโยบายช่วยชาวนาไร่ละ 1,000 บาท ผมอยู่ที่ อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี อยากทราบว่าทำไมการจ่ายเงินจึงล่าช้ามาก
มีการทำประชาคมไปเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา แต่เพราะอะไรเกษตรอำเภอจึงทำเรื่องจ่ายเงินส่งให้ ธ.ก.ส. เพื่อจ่ายเงินให้ชาวนาล่าช้ามาก
ชาวนาบางคนเดือดร้อนเรื่องเงิน ก็อยากจะได้มาจับจ่ายใช้สอย ผมอยากให้ช่วยประสานงานกับเกษตรอำเภอให้ผมด้วย ว่าติดขัดเรื่องอะไร และพวกผมจะได้เงินเมื่อไหร่
พี่น้องชาวท่ามะกา
ตอบ
นายชวพล พันธุมรัตน์ นายอำเภอท่ามะกา จ.กาญจนบุรี ชี้แจงว่ารัฐบาลได้ออกมาตรการช่วยเหลือเรื่องปัจจัยการผลิตให้ชาวนาผู้มีรายได้น้อย โดยจ่ายเงินให้ชาวนาไร่ละ 1,000 บาท รายละไม่เกิน 15 ไร่ ส่วนชาวนาที่มีที่ดินทำกินเกิน 15 ไร่ จ่ายให้ครอบครัวละ 15,000 บาท โดยให้เงินช่วยเหลือแก่ชาวนาที่จดทะเบียนกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเปิดบัญชีกับ ธ.ก.ส. กรณีที่ชาวนายังไม่ขึ้นทะเบียนกับเกษตรอำเภอนั้น ต้องขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าวกับเกษตรอำเภอที่ชาวนาอาศัยอยู่เพื่อตรวจสอบความถูกต้องและรับรองสิทธิ์โดยคณะกรรมการบริหารมาตรการเพิ่มรายได้ให้ผู้มีรายได้น้อยระดับอำเภอ โดยขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2557/2558 หลังจากนั้นเกษตรอำเภอจะส่งประวัติไปตรวจสอบก่อนและส่งรายชื่อให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อจ่ายเงินให้ชาวนา
สำหรับ จ.กาญจนบุรี ในส่วนของ อ.ท่ามะกา ได้ดำเนินการจ่ายเงินให้ชาวนาตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมกับอำเภออื่นๆ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรีเป็นประธาน และจะดำเนินการจ่ายเงินให้ชาวนาที่ขึ้นทะเบียนและผ่านเกณฑ์ได้ทั้งหมดภายในเดือนนี้
กรณีที่ชาวนาแจ้งว่าได้รับเงินช่วยเหลือล่าช้า ปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้นกับชาวนารายหลาย เป็นเพราะชาวนามีที่ดินทำกินอยู่ช่วงรอยต่อระหว่าง 2 อำเภอ จึงต้องให้ 2 อำเภอตรวจสอบสิทธิ์ก่อนแจ้งให้ชาวนาทราบว่าเป็นผู้มีสิทธิ์ได้รับเงินช่วยเหลือในอำเภอใด และนำส่งรายชื่อไปยัง ธ.ก.ส. ทำให้ต้องใช้เวลาในการดำเนินเรื่องหลายวัน แต่ยืนยันว่าการจ่ายเงินช่วยเหลือชาวนาเป็นไปตามขั้นตอนและระยะเวลาที่กำหนด ไม่ล่าช้าแต่อย่างใด ซึ่งชาวนาทั้งหมดที่ขึ้นทะเบียนกับ อ.ท่ามะกา จะได้รับเงินช่วยเหลือภายในสิ้นเดือนพฤศจิกายนนี้ อย่างแน่นอน
ลุงแจ่ม
วินรถจักรยานยนต์ยึดศาลาที่พักผู้โดยสาร
ผมมีความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก คือ บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำปทุม จ.ปทุมธานี ลงสะพานมาจะมีศาลาที่พักผู้โดยสารอยู่หน้าร้านทอง ซึ่งศาลานี้กลายเป็นจุดรับส่งผู้โดยสารของวินรถจักรยานยนต์รับจ้าง
ซึ่งทำให้ผู้สัญจรที่ต้องเดินบนฟุตบาทได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก บางครั้งเห็นประชาชนต้องลงไปเดินบนถนน ซึ่งเสี่ยงต่ออุบัติเหตุเป็นอย่างมาก และบริเวณนี้ชาวบ้านไม่สามารถใช้งานศาลาที่พักผู้โดยสารนี้ได้เลย ช่วงหน้าร้อน หน้าฝน ต้องการที่จะหลบแดด หลบฝน ก็ไม่สามารถเข้าไปอยู่ได้ เพราะมีวินรถจักรยานยนต์อาศัยเป็นพื้นที่ของตัวเองหมด โดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของชาวบ้านเลย เคยแจ้งไปที่เทศบาลเมืองปทุมธานีหลายครั้งแล้ว ก็เข้ามาดูๆ แล้วก็เงียบหายไป ไม่เห็นดำเนินการแก้ไขใดๆ ทั้งสิ้น
จึงอยากให้ทางเทศบาลเข้ามาช่วยดูแล ช่วยจัดสถานที่ให้พวกวินรถจักรยานยนต์พวกนี้ด้วย และคืนศาลาที่พักผู้โดยสารแห่งนี้คืนให้ชาวบ้าน ซึ่งชาวบ้านมีความจำเป็นที่จะต้องใช้เพื่อประโยชน์ส่วนรวม ไม่ใช่เพื่อส่วนตัวของวินรถจักรยานยนต์แห่งนี้
วินิต
ตอบ
นายปฐวี กล้ากสิกิจ เจ้าพนักงานเทศกิจ เทศบาลเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี ชี้แจงว่า กรณีมีวินรถจักรยานยนต์อยู่ในที่ศาลาผู้พักโดยสาร กรณีวินรถจักรยานยนต์ตั้งอยู่บนฟุตบาทจะเป็นหน้าที่ของฝ่ายเทศกิจ แต่ถ้าวินรถจักรยานยนต์ตั้งอยู่บนถนน ก็จะเป็นพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ต้องมารับผิดชอบ
กรณีถ้าตั้งบนฟุตบาทก็จะมีการเปรียบเทียบปรับ และขอดูใบอนุญาตว่ามีการขออนุญาตจากทางอำเภอหรือเปล่า ถ้าไม่มีตอนนี้จะดำเนินการตามกฎหมาย โดยตอนนี้มีหลายภาคส่วนเข้าร่วมตรวจ ต้องจัดพื้นที่ให้ถูกต้องเพื่อวินรถจักรยานยนต์จอดอยู่ได้โดยไม่ทำความเดือดร้อนรำคาญให้แก่ชาวบ้าน
ตอนนี้ทางอำเภอ กับทางหน่วยงานทหาร เป็นผู้จัดระเบียบวินรถจักรยานยนต์อยู่ เบื้องต้นก็ตรวจสอบดูก่อน ก็ต้องประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือทางอำเภอกับทหาร บริเวณข้ามแม่น้ำปทุม การจัดระเบียบวินรถจักรยานยนต์ เทศบาลไม่ได้เป็นผู้ที่รับผิดชอบโดยตรง คือดูตรงส่วนพื้นที่ฟุตบาทเท่านั้น แต่ทางเทศบาลจะประสานหน่วยงานดูก่อนว่ายังมีวินรถจักรยานยนต์ที่ว่าอยู่นี้หลงเหลืออยู่หรือเปล่า โดยเข้าไปดูว่ามีใครขึ้นทะเบียนไว้บ้าง วินตรงนี้เพิ่งจัดระเบียบแล้วขึ้นทะเบียน โดยห้ามมีการเก็บเงิน และทางเทศบาลก็มีหน่วยงานของอำเภอ กับหน่วยงานทหารอยู่ใกล้กับเทศบาล โดยหน่วยงานทั้งสองนี้คอยกำกับดูแลพวกวินรถจักรยานยนต์รับจ้าง ถ้าหากมีพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้องก็จะดำเนินการให้ถูกต้องต่อไป
ลุงแจ่ม
ที่ดินมรดกพ่อแม่
ภรรยาผมมีที่ดินซึ่งเป็นมรดกจากพ่อแม่อยู่แปลงหนึ่ง เนื้อที่ไม่มากมายอะไร แต่เป็นที่ดินฝังศพพ่อแม่ของภรรยาผม เป็นการยกให้โดยไม่มีหลักฐานอะไร แต่ญาติพี่น้องรับรู้กันอยู่ ต่อมามีการทำ น.ส.3 ขึ้น ทางภรรยาผมให้ทำรวมเป็นชื่อของพี่ชายของภรรยาผม ต่อมาพี่ชายภรรยาเสียชีวิตลง โดยไม่ได้แบ่งแยกที่ดินของภรรยาผมออกมา
ภรรยาผมได้ให้หลาน ซึ่งมีสิทธิ์ในที่ดินผืนนี้แบ่งแยกที่ดินที่เป็นของภรรยาออกมา เพราะเกรงว่า หากภายภาคหน้า หลานเขาขายที่ดินผืนนี้ไป จะติดที่ดินที่เป็นกรรมสิทธิ์ของภรรยาผมไป พยายามเจรจาหว่านล้อมจนเขาทำสัญญาซื้อขายให้ ณ ที่ทำการที่ดิน โดยมีผู้ใหญ่บ้านและหัวหน้าที่ดินลงลายมือชื่อเป็นพยาน แต่ยังไม่ได้โอน น.ส.3 กัน โดยเขาบอกว่า ขอทำเป็นโฉนดก่อนแล้วค่อยโอนให้ทีเดียวเลย
ผ่านมาหลายปี พยายามพูดให้เขาโอนให้ เขายังไม่ยอมโอนให้ โดยบ่ายเบี่ยงว่าอีกคนยังไม่พร้อม พยายามพูดอย่างไรเขาก็บ่ายเบี่ยงอยู่เรื่อย
ถ้าไม่ฟ้องร้องที่ศาลโดยอาศัยสัญญาซื้อขายที่ทำสัญญาซื้อขายและระบุว่า เขาได้รับเงินไว้เรียบร้อยแล้ว ทางผมและภรรยาจะปักรั้วลวดหนามแสดงเขตแดนที่ระบุไว้ในสัญญา จะได้หรือเปล่าครับ เพราะที่ดินมูลค่าไม่มากมายอะไรนัก เพียงแต่เป็นที่ฝังศพของบรรพบุรุษ ไม่อยากให้ถูกขายไปเป็นสมบัติของผู้อื่น ซึ่งเมื่อขายไปแล้ว เขาต้องไถกลบหรือขุดทิ้งไป ผู้เป็นลูกคงทำใจไม่ได้
ดนัย
ตอบ
ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชน อาจารย์ปราชญา อ่อนนาค คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำเรื่องนี้ว่า ในทางปฏิบัตินั้น คุณสามารทำได้ในเรื่องที่จะเอาลวดหนามเข้าไปขึงเพื่อกันเขต แต่หมายถึงว่า ภรรยาของคุณต้องมีชื่อและมีการแบ่งเขตอย่างชัดเจนในที่โฉนดผืนนั้นด้วย แต่ในทางกฎหมาย ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ หากมีการฟ้องร้องเกิดขั้น ดังนั้น ก่อนที่จะเอาลวดหนามไปปักควรคิดให้ดีเสียก่อน
เนื่องจากไม่ได้เห็นรายละเอียดของหนังสือสัญญา จึงขอแนะนำตามข้อมูลที่ได้มาว่า ถ้าหลานๆ ไม่ยอมแบ่งโฉนดให้ ก็ต้องใช้วิธีฟ้องต่อศาลเพื่อขอแยกโฉนด โดยไม่ต้องให้โอน เพราะเมื่อถึงเวลานั้น ศาลก็ต้องเรียกไปพบทั้งสองฝ่าย แล้วก็ทำการไกล่เกลี่ยหาข้อยุติให้ โดยจะให้ความเป็นธรรมแก่ทั้งสองฝ่าย
ลุงแจ่ม



