
กว่าจะถึงวันนี้ 'มนัส ชูผกา' ผจก.สหกรณ์โรงสีเจียเม้ง
27 พ.ย. 2557
หนักเอาเบาสู้ : กว่าจะถึงวันนี้ 'มนัส ชูผกา' ผจก.สหกรณ์โรงสีเจียเม้ง : โดย...สุรัตน์ อัตตะ
ความล้มเหลวที่เกิดขึ้นจากการเป็นหนี้นอกระบบไม่ใช่เพียงผลกระทบที่เกิดขึ้นโดยตรงกับบุคคลผู้เป็นหนี้เท่านั้น แต่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมรอบตัวของผู้เป็นหนี้ได้ด้วยเช่นกัน หากย้อนอดีต โรงสีไฟเจียเม้ง เป็นอีกหนึ่งสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากพนักงานมีหนี้สิ้นนอกระบบเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้พนักงานไม่สามารถปฏิบัติงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และอาจส่งผลร้ายแรงถึงขั้นต้องปิดกิจการ หากไม่ได้รับการแก้ไขด้วยวิธีการสหกรณ์
จากตัวอย่างความสำเร็จของ มนัส ชูผกา ผู้จัดการสหกรณ์ออมทรัพย์ ข้าวหงส์ทอง จำกัด ซึ่งอยู่ภายในบริษัท โรงสีไฟ เจียเม้ง จำกัด ถือเป็นฟันเฟืองเล็กที่เข้ามาทำหน้าที่บริหารจัดการในตำแหน่งผู้จัดการสหกรณ์ โดยเขาเริ่มการเป็นพนักงานของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต จนวันหนึ่งมีแรงจูงใจให้ออกจากงานรัฐวิสาหกิจมาทำงานในภาคเอกชนและได้มีโอกาสร่วมงานกับบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายข้าวหงส์ทอง จวบจนปัจจุบัน
"ครั้งหนึ่งได้มีโอกาสพูดคุยกับประธานกรรมการผู้จัดการใหญ่ ถึงพนักงานทั้งโรงสีเป็นหนี้กันเยอะมากในวันที่มีการจ่ายเงินเดือนจะมีคนแปลกหน้ามายืนรอที่หน้าโรงสีเต็มไปหมด พนักงานแต่ละคนไม่มีใครกล้าออกไปให้เห็นหน้าเลย จนมารู้ทีหลังว่าคนเหล่านั้นก็คือเจ้าหนี้ที่มาทวงหนี้จากพนักงานนั่นเอง ตนเองจึงบอกไปว่าระบบที่ดีที่สุดในการแก้ปัญญาก็คือระบบสหกรณ์ออมทรัพย์พร้อมทั้งได้อธิบายให้ผู้จัดการใหญ่ได้เข้าใจถึงหลักและวิธีการสหกรณ์"
จากนั้นไม่นานทางโรงสีจึงอนุมัติให้นำหลักและวิธีการสหกรณ์เข้ามาใช้แก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบภายในโรงสี และดำเนินการขอจดทะเบียนจัดตั้งเป็นสหกรณ์ออมทรัพ ข้าวหงษ์ทอง จำกัด พร้อมทั้งมอบหมายให้ช่วยดูแลบริหารจัดการ สหกรณ์ที่จัดตั้งขึ้นมาทั้งหมด จากอดีตพนักงานการไฟฟ้าและมีโอกาสเป็นกรรมการสหกรณ์ร้านค้าผู้ปฏิบัติงานทำให้ได้สัมผัส และเรียนรู้เรื่องของสหกรณ์มาโดยตลอด และสามารถก่อร่างสร้างตัวมาได้จวบจนถึงปัจจุบันนี้ก็เพราะสหกรณ์
หลังจากสหกรณ์ออมทรัพย์ข้าวหงษ์ทอง จำกัด ได้รับการจดทะเบียนจัดตั้งขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคม 2550 หลังจากใช้เวลาทำความเข้าใจกับผู้บริหารและพนักงานเพื่อให้เห็นถึงคุณประโยชน์ของระบบสหกรณ์ออมทรัพย์ รวมทั้งระเบียบ ข้อบังคับ และวิธีการของหลักสหกรณ์ จากนั้นจึงเริ่มต้นการแก้ปัญหาด้วยการสำรวจหนี้ของพนักงานทั้งหมดในโรงสี
ในช่วงแรกของการจัดตั้งให้สมาชิกกู้เงิน แต่ให้กู้จำนวนน้อย ประมาณ 5,000 บาทต่อคน โดยให้มีคนค้ำประกันประมาณ 8 คน ดอกร้อยละ 9 ต่อปี ต้นลด ดอกลด ทั้งนี้เพื่อป้องกันให้พนักงานหยุดไปกู้เงินนอกระบบอีก เงินที่ให้กู้ไป 5,000 บาท ก็จะให้ผ่อน 1 ปี โดยหักจากเงินเดือน เดือนละ 500 บาท ก่อนจะเพิ่มวงเงินกู้เป็น 20,000 บาท
ภายในระยะเวลา 3 ปีที่ได้ดำเนินงานสหกรณ์ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในโรงสีเป็นอย่างมาก จำนวนพนักงานลาหยุดลาออกลดน้อยลง บริษัทมีต้นทุนลดลง ส่งผลให้มีผลกำไรเพิ่มขึ้น นั่นเป็นเพราะการนำระบบสหกรณ์มาใช้ทำให้คุณภาพชีวิตของพนักงานดีขึ้นและยังส่งผลให้การดำเนินงานของโรงสีดีขึ้นด้วย
------------------------------
(หนักเอาเบาสู้ : กว่าจะถึงวันนี้ 'มนัส ชูผกา' ผจก.สหกรณ์โรงสีเจียเม้ง : โดย...สุรัตน์ อัตตะ)



