ไลฟ์สไตล์

สัมผัสฟาร์มสไตล์ 'รีสอร์ทเลี้ยงสัตว์'

สัมผัสฟาร์มสไตล์ 'รีสอร์ทเลี้ยงสัตว์'

23 พ.ย. 2557

ท่องโลกเกษตร : ตะลุยเมืองชายแดนเวียดนาม-เขมร สัมผัสฟาร์มสไตล์ 'รีสอร์ทเลี้ยงสัตว์' นวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม : โดย...ดลมนัส กาเจ

 
                              พื้นที่กว่า 54 เฮกตาร์ หรือราว 350 ไร่ ที่เมืองล็อค อินท์ จ.บิ่น ฟวก ประเทศเวียดนาม  ถูกเนรมิตเป็นฟาร์มสุกรเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมขนาดใหญ่ที่ถูกจัดระบบภายในอย่างสวยงามตามสไตล์ "รีสอร์ทเลี้ยงสัตว์" ในนามฟาร์มสุกร  "ล็อค พาท" ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการลงทุนด้านการเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารของบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (มหาชน) จำกัด (ซีพีเอฟ) ในนาม บริษัท ซีพี เวียดนาม คอร์ปอเรชั่น จำกัด และนี่เป็นจุดแรกของคณะสื่อมวลชนแขนงต่างๆ จากประเทศไทยที่เดินทางไปดูงานและทำข่าวด้านการเกษตรที่ซีพีเอฟ ไปลงทุนในประเทศเวียดนามเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
 
                              คณะของเราถึงท่าอากาศยานนานาชาติเตินเซินเญิต ชานนครโฮจิมินห์ในตอนสายแก่ๆ จากนั้นต่อด้วยรถบัสมุ่งหน้าสู่เมืองล็อค อินท์ จ.บิ่น ฟวก ห่างจากนครโฮจิมินห์ประมาณ 140 กิโลเมตร และใกล้ชายแดนประเทศกัมพูชา ราว 7 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางเกือบ 3 ชั่วโมง เนื่องจากกฎระเบียบในการใช้ยานพาหนะในประเทศเวียดนามวิ่งได้ไม่เกิน 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และแวะรับประทานอาหารเที่ยงระหว่างทางด้วย 
 
                              เมื่อไปถึงได้มีพนักงานสาวเวียดนามยืนแถวต้อนรับตามขนบธรรมเนียมของชาวเวียดนาม โดยมี คุณจีรวิทย์ รชตะนันทน์ รองกรรมการผู้จัดการบริหาร ธุรกิจสุกร บริษัท ซีพี เวียดนาม คอร์ปอเรชั่น จำกัด เป็นผู้กล่าวต้อนรับ จากนั้นได้เปลี่ยนชุด นั่งรถลากและระหว่างนั้น เราได้ชมการจัดรูปแบบของฟาร์มราวกับรีสอร์ท ซึ่งภายในฟาร์มแบ่งเป็นโซนอย่างเป็นระเบียบประกอบด้วยที่พักอาศัย โรงเรือนระบบปิด หรืออีแวป โรงบำบัดน้ำเสีย ทั่วอาณาบริเวณมีสวนหย่อม ไม้ยืนต้น สนามหญ้า ไม้ดอก ถูกจัดอย่างเป็นระเบียบตามคอนเซ็ปต์ "รีสอร์ทเลี้ยงสัตว์" แล้วเราก็ไปถึงโซนที่เป็นโรงเรือนต่างๆ 
 
                              จุดแรกเป็นโรงเรือนแม่พันธุ์ เป็นโรงเรือนแม่พันธุ์ผสม-อุ้มทอง มีจำนวน 4 หลัง ขนาด 27.6x50 เมตร จุแม่พันธุ์อุ้มท้องได้ 539 แม่ต่อโรงเรือน จากนั้นไปโรงเรือนลูกสุกรที่ยังไม่หย่านม และโรงเรือนสุกรรุ่น หรือสุกรขุน ซึ่งเป็นโรงเรือนขนาด 14x90 เมตร จุสุกร 1,100 ตัว โดยใช้พื้นที่ 1 ตารางเมตร ต่อสุกรขุน 1 ตัว ซึ่งแต่ละโรงเรือนล้วนแต่ระบบปิดที่ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการควบคุม อาทิ การป้องกันโรค ระบบการปรับอากาศในโรงเรือน ระบบให้อาหารแบบอัตโนมัติ และการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมภายในฟาร์มเป็นต้น
 
                              คุณจีรวิทย์ เล่าว่า ธุรกิจฟาร์มหมูถือเป็นธุรกิจแรกๆ หลังจากที่เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือซีพี ที่เข้าดำเนินธุรกิจด้านการเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารในเวียดนาม โดยยึดหลักปรัชญา 3 ประโยชน์ คือ เมื่อไปลงทุนที่ประเทศใดการดำเนินธุรกิจจะต้องก่อให้เกิดประโยชน์ 3 ประการได้แก่ 1.ประโยชน์ต่อประเทศที่เข้าไปลงทุน 2.ประโยชน์ต่อประชาชนในประเทศที่เข้าไปลงทุน 3.ประโยชน์ต่อบริษัทหรือเครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่เริ่มเข้าไปลงทุนตั้งแต่ปี 2535 หลังจากที่เวียาดนามประกาศแนวทางการเปิดประเทศตามนโยบาย โด๊ยเหม่ย ในปี 2529 ครั้งแรกเริ่มจากการลงทุนด้านธุรกิจอาหารสัตว์และฟาร์มเลี้ยงสุกร ตามด้วยการแปรรูปอาหารและด้านการประมง 
 
                              "ที่เราเลือกทำฟาร์มสุกร เพราะชาวเวียดนามนิยมบริโภคสุกรเป็นอาหารถึง 75% ในแต่ละปีบริโภคสุกรถึง 44 ล้านตัว ซีพีเองผลิตสุกรทั้งหมด 3 ฟาร์ม มี 2 แสนแม่พันธุ์ สามารถผลิตได้ 3.4 ล้านตัว มีส่วนแบ่งการตลาดเพียง 8-9% เท่านั้น มีทั้งตลาดลูกสุกร เนื้อสุกรชำแหละเป็นชิ้น และการแปรรูปรูปที่เป็นผลิตภัณฑ์ อย่างที่ฟาร์มสุกรล็อค พาท ถือเป็นฟาร์มใหม่ล่าสุด เป็นฟาร์มที่ซีพี เวียดนามเช่าฟาร์มจากเอกชน โดยซีพีเป็นผู้ดำเนินการจัดการทั้งหมด ปัจจุบันมีฝูงแม่พันธุ์ 2,400 แม่ ผลิตหมูป้อนตลาดในนครโอจิมินห์อาทิตย์ละ 550 ตัว" คุณจีรวิทย์ กล่าว
 
                              คุณจีรวิทย์ บอกด้วยว่า แรกๆ ที่เปิดฟาร์มเลี้ยงสุกรในเวียดนาม จะเลี้ยงสุกรพื้นเมือง ต่อมามีการพัฒนาสายพันธุ์รวมถึงการนำเข้าสายพันธุ์จากประเทศยุโรป ทำให้หมูซีพีในเวียดนามเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีการพัฒนาสายพันธุ์ที่มีไขมันน้อย เนื้อแดงมาก ตอนนี้การดำเนินกิจการเลี้ยงสุกรในเวียดนามผ่านไปแล้วกว่า 20 ปี แต่ซีพียังขายน้ำเชื้อสุกรให้เกษตรกรในเวียดนามในราคาเดิม ไม่มีการปรับราคาแต่อย่างใด ทั้งที่เนื้อสุกรปรับราคามาหลายครั้งแล้ว ตรงนี้ทำให้รัฐบาลเวียดนามไว้วางใจในธุรกิจฟาร์มสุกรของซีพี เวียดนาม เป็นอย่างมาก และตลอดระเวลาที่ดำเนินการได้รับประกาศเกียรติบัติและรางวัลมากมาย รวมถึงได้รับการรับรองจากกรมปศุสัตว์เวียดนามว่าเ ป็นฟาร์มปลอดโรค และมีระบบการผลิตที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัยต่อผู้บริโภคอีกด้วย
 
                              ด้านคุณสัมฤทธิ์ สุวัฑฒน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการศูนย์เรียนรู้ของบริษัท ซีพี เวียดนาม คอร์ปอเรชั่น จำกัด ที่นำคณะเข้าชมกิจการต่างๆ ภายในฟาร์ม บอกว่า ปัจจุบันในฟาร์มสุกรล็อค พาท มีการขยายพันธุ์และเลี้ยงสุกรหลายสายพันธุ์ อาทิ พันธุ์ลาร์จไวท์ (Large White) เกิดจากการผสมพันธุ์ระหว่างพันธุ์ไลเคศเตอร์ กับสุกรพันธุ์ ยอร์คเชียร์ สามารถเจริญเติบโตเร็ว ลูกดก เลี้ยงลูกเก่ง ตัวผู้โตเต็มที่มีน้ำหนัก 250-300 กิโลกรัม ตัวเมียมีน้ำหนัก 150-220 กิโลกรัม อย่างไรก็ตามการเลี้ยงเพื่อจำหน่ายเนื้อในเวียดนามจะเลี้ยงเพียง 22-24 สัปดาห์ จะได้หมู่ขนาด 100 กิโลกรัมเท่านั้น
 
                              นอกจากนี้ยังมีพันธุ์แลนด์เรซ (Landrace) กำเนิดที่ประเทศเดนมาร์ก ต้นกำเนิดคือพันธุ์ลาร์จไวท์กับพันธุ์ดั้งเดิมของเดนมาร์ก พันธุ์เชสเตอร์ไวท์ (Cherter Whit) เป็นหมูเมืองเชสเตอร์ ผสมจากพันธุ์ Large White กับ Lincollnshire เลี้ยงลูกเก่ง พันธุ์เบิร์กเชียร์ (Berckshire) ต้นกำเนิดอยู่ที่เมืองเบิร์กเชียร์ตอนใต้ของอังกฤษ เป็นลูกผสมระหว่างหมูอังกฤษ จีน และไทย สีดำ มีสีขาวอยู่ ด้วย ลักษณะบึกบึน เนื้อมาก
 
                              หลังจากที่เราใช้เวลาในการเยือนชมฟาร์มสุกร  "ล็อค พาท" กว่า 2 ชั่วโมง คณะของเราอำลาเมืองล็อค อินท์ มุ่งหน้าสู่โฮจิมินห์ เพื่อเก็บเรี่ยวแรงในการที่จะตะลุยงานต่อในวันรุ่งขึ้น 
 
 
 
 
 
----------------------------
 
(ท่องโลกเกษตร : ตะลุยเมืองชายแดนเวียดนาม-เขมร สัมผัสฟาร์มสไตล์ 'รีสอร์ทเลี้ยงสัตว์' นวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม : โดย...ดลมนัส กาเจ)