ไลฟ์สไตล์

'บ้านสวยซ่อมได้'ที่'ขุนวาง'

'บ้านสวยซ่อมได้'ที่'ขุนวาง'

22 พ.ย. 2557

"บ้านสวยซ่อมได้" ที่ "ขุนวาง" : คอลัมน์ บ้านไม่บาน โดย... อาจารย์เชี่ยว

 
 
          สวัสดีครับแฟนๆ ชาว “คนรักบ้าน” ก็ต้องยอมรับนะครับว่า สังคมไทยได้เริ่มก้าวเข้าสู่ยุค “เศรษฐกิจฝืดเคือง” หลายท่านก็มาบ่นกับผมว่า เงินทองในปัจจุบันดูเหมือนว่าจะหายากเสียเหลือเกิน กิจการการค้าการขายที่โดยปกติแล้วในไตรมาสสุดท้ายของปีมักจะดี เพราะเข้าใกล้ช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองวันหยุดตรุษปีใหม่ ที่ผู้คนมักจะออกมาจับจ่ายใช้สอยกัน แต่ปีนี้บรรยากาศในภาพรวมดูซึมๆ เศร้าๆ  เงียบๆ  เหงาๆ การเงินไม่สะพัดเหมือนอย่างเช่นเคย บรรดาผู้ประกอบการเล็กๆ ประเภท “คนเดินดิน กินข้าวแกง” อย่างเราๆ ท่านๆ ก็ไม่รู้ว่าจะทำกันอย่างไรดีครับ ก็คงได้แต่ต้องทำใจ เมื่อไม่สามารถปรับเปลี่ยนภาวะเศรษฐกิจในภาพรวมได้ ก็ต้องปรับเปลี่ยนตัวเองเมื่อรายรับไม่เพิ่มก็ต้องลดรายจ่ายกันละครับ ทั้งยังต้อง “อัตตา หิ อัตตโน นาโถ” คือ “ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน” จะหวังพึ่งใครก็ไม่ได้หรอกครับนอกจากพึ่งตัวเอง ผมนึกถึง บทพระราชนิพนธ์ “พระมหาชนก” ซึ่งว่าด้วย “ความเพียรอันบริสุทธิ์” ถึงแม้เรือสำเภาจะล่มจมลงแล้ว แต่ “มหาชนก” ที่ถึงพร้อมด้วย “ความเพียร” ก็สามารถทนว่ายน้ำกลางมหาสมุทรสุดเชี่ยวกรากกว่า 7 วัน 7 คืน ฝ่าฟันอุปสรรคอันตรายต่างๆ อย่างไม่ย่อท้อ ทั้งยังประกอบไปด้วย “สติปัญญาที่เฉลียวฉลาด” รวมทั้ง “พลานามัยที่แข็งแรงสมบูรณ์” สำหรับผมแล้ว “คุณธรรม 3 ประการ” อันวิเศษนี้แหละครับที่จะเอาชนะทุกอุปสรรค จะก้าวข้ามทุกปัญหา จะฟันฝ่าถึงฝั่งฝัน เป้าหมาย คือ ความสำเร็จที่รอเราอยู่ข้างหน้า ทั้งหลายทั้งปวงที่ผมกล่าวมานี้ จะมามัวแต่นั่งคิดเพียงอย่างเดียวก็คงเป็นไปไม่ได้สุดท้ายแล้วก็ต้อง “ลงมือทำ” ภายใต้ความคิด  “ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน”  ถ้าไม่ “ลงมือทำ” ด้วยตนเองก็อย่าหมายว่าจะประสบความสำเร็จครับ
 
          สาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้ภายใต้สถานการณ์เศรษฐกิจและสังคมเช่นนี้ ผมขอเป็นกำลังใจให้บรรดาแฟนๆ ชาว  “คนรักบ้าน” โดยพาท่านกลับมาสู่ความ “พอเพียง” ของชีวิตภายใต้แนวคิด “ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน” กลับมาใช้ทรัพยากรที่ตัวเองมีอยู่ นำมาปรับปรุงฟื้นฟูบูรณะของเก่าขึ้นมาใหม่ภายใต้แนวคิด “สวยซ่อมได้” โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาอาคารบ้านเรือนที่มีอยู่ที่ตกอยู่ในสภาพชำรุดทรุดโทรมแล้ว ให้ฟื้นคืนกลับมามีชีวิตใหม่ โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนก่อสร้างใหม่ให้สิ้นเปลืองเงินทอง แต่เป็นแต่เพียงการซ่อมใหม่ที่ก่อให้เกิด “ประโยชน์สูง” และ “ประหยัดสุด” และได้เรียนรู้การใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างรู้คุณค่า ซึ่งบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านเก่า 2 ชั้น ตั้งอยู่ที่อำเภอ “ขุนวาง” จังหวัด “เชียงใหม่” ที่มีสภาพทรุดโทรมเป็นอย่างยิ่งดังที่เห็น ก็เป็นไปตามกาลเวลาที่ “กลืนกินสรรพสิ่ง” ครับ ทั้งยังเป็นเรื่อง “ไตรลักษณ์”  ที่สรรพสิ่งล้วนแล้วแต่ “เกิดขึ้น”, “คงอยู่”  และ “แตกดับ”  ไม่มีใครฝืนกฎเกณฑ์ธรรมชาตินี้ได้ ดังนั้นจงทำใจไว้ว่า ต่อให้สภาพบ้านของท่านในปัจจุบันจะสวยสดงดงามทันสมัย หรือล้ำสมัยเพียงใด ไม่ช้าหรือเร็วก็จะเก่าไม่สวยสด งดงาม ไม่ทันสมัย หรือล้ำสมัยอย่างที่เคยเป็น ดังนั้นเมื่อถึงเวลาอันสมควรก็คงต้องปรับปรุง ฟื้นฟู  ดูแลเอาใจใส่จะได้ สวยทน, สวยทาน, สวยนาน, สวยประหยัด, สวยดูดีและสวยแบบมีชาติตระกูล อันเป็นแนวคิด “อกาลิโก” + “ไฮโซ” + “โลว์คอส”  ของ  “อาจารย์เชี่ยว ชอบช่วย” และเป็นเสมือนการต่ออายุการใช้งานของอาคารบ้านเรือนที่ไม่บานให้ยืนยาวนานขึ้นครับ
 
          เมื่อไม่นานมานี้ผมได้รับการร้องขอจากแฟนๆ  ชาวเหนือให้ทำการปรับปรุง ฟื้นฟู บูรณะ บ้านเก่าที่ตกอยู่ในสภาพเสื่อมโทรม เป็นการนำเอาทรัพยากรเก่า คือ “บ้านหลังเก่า” ที่ด้อยค่าแล้ว นำกลับมาใช้ใหม่ ให้ชีวิตใหม่ แบบ “งามง่าย”, “พอเพียง” โดยตั้งใจแน่วแน่ว่าจะไม่รื้อทิ้ง แล้วสร้างใหม่ ให้สิ้นเปลืองทรัพยากรไปโดยเปล่าประโยชน์ ซึ่งในสัปดาห์นี้น่าจะเป็นสัปดาห์แห่งความหวัง ของบรรดาแฟนๆ ชาว “คนรักบ้าน” หลายต่อหลายท่านทั่วประเทศที่กำลังใช้ชีวิตอยู่บ้านหลังเก่า ที่จะรื้อทิ้ง สร้างใหม่ก็ขาดแคลนทุนทรัพย์ ก็ทำได้เพียงแค่ปรับปรุงอาคารหลังเก่าให้สามารถตอบโจทย์กับวิถีชีวิตรูปแบบใหม่ ก่อให้เกิดการใช้อาคารใหม่ที่มี “ประโยชน์สูงและประหยัดสุด” ดังที่ท่านกำลังชื่นชมอยู่ในขณะนี้ ดังคำโบราณที่ว่า “สิบปากว่าก็ไม่เท่าตาเห็น” ครับ  
 
          แนวคิดในการนำเอาอาคารเก่านำมาปรับปรุงใช้ใหม่นั้นเป็นพื้นฐานที่สำคัญที่สถาปนิก วิศวกรชาว “บ้านไม่บาน” ยึดเป็น “หลักชัย” ในการทำงานมาโดยตลอด คือ ต้องพยายามใช้ของที่มีอยู่จนสุดความสามารถก่อน แล้วจึงค่อยคิดที่จะสร้างขึ้นมาใหม่ สำหรับ “บ้านสวยซ่อมได้ไม่บาน” ที่ “ขุนวาง” หลังนี้ ผมยึดถือเอาโครงสร้างเดิม, เสาเดิม, คานเดิม แล้วปรับเปลี่ยนเฉพาะในส่วนที่พอปรับเปลี่ยนได้ เพื่อสร้างรูปลักษณ์ใหม่ที่สดใสกว่าบ้านเดิม ให้มีชีวิต ชีวา ดึงดูดผู้ที่เดินสัญจรผ่านไปมา นอกจากนั้นผมยังได้ปรับเปลี่ยนโครงสร้างหลังคาขึ้นใหม่ เพราะโครงสร้างหลังคาเดิมที่เป็นโครงสร้างไม้นั้นทรุดโทรมไปตามกาลเวลามากแล้ว ทั้งยังทำการปรับปรุงห้องสุขา และห้องน้ำเดิมให้สะอาดสะอ้านดูดีน่าใช้งานมากขึ้น มีการเล่นกับสีวัสดุ สีของหลังคา และรายละเอียดเพิ่มเติมเท่าที่จำเป็นจะปรับเปลี่ยนมากก็ไม่ได้ เพราะทั้งหลายทั้งปวงจะต้องทำอยู่ภายใต้งบประมาณที่จำกัดเป็นอย่างยิ่งครับ  
 
          สำหรับผมแล้ว “บ้านสวยซ่อมได้ไม่บาน” หลังนี้เป็นทั้งความฝันและความหวังของผมและใครอีกหลายคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาวะ “เศรษฐกิจตกสะเก็ด” เช่นนี้ไม่ควรใช้จ่ายโดยสุรุ่ยสุร่ายโดยเด็ดขาด สิ่งใดที่จำเป็นต้องใช้ก็ต้องใช้ สิ่งใดไม่จำเป็นก็ไม่ควรใช้ เรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตอย่างประหยัดมัธยัสถ์และอดออมตามแนวทางแห่งความ “พอเพียง” ซึ่งผมเชื่อว่าจะเป็นพื้นฐานที่สำคัญที่จะก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคงในอนาคตครับ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าแฟน ๆ ชาว “คนรักบ้าน” ทั่วประเทศจะนำเอาแนวคิด “สวยซ่อมได้” ของผมที่ทำการปรับปรุง “บ้านไม่บาน” ที่ “ขุนวาง” หลังนี้นำไปปรับประยุกต์ใช้กับอาคารบ้านเรือนหลังเก่าของท่าน ดังที่ผมได้ลงมือทำให้ดูในสัปดาห์นี้ครับ แล้วพบกับสาระน่ารู้ของ “คนรักบ้าน” ได้ใหม่ในสองสัปดาห์หน้าครับ
 
.......................................
(หมายเหตุ "บ้านสวยซ่อมได้" ที่ "ขุนวาง" : คอลัมน์ บ้านไม่บาน โดย... อาจารย์เชี่ยว)