ไลฟ์สไตล์

ใช้เวลาขอมิเตอร์ไฟ 3 เดือน

ใช้เวลาขอมิเตอร์ไฟ 3 เดือน

21 พ.ย. 2557

เปิดซองส่องไทย : ใช้เวลาขอมิเตอร์ไฟ 3 เดือน : โดย...ลุงแจ่ม

 
                              ผมได้เปิดร้านอาหารอยู่ตรงถนนเกษตร-นวมินทร์ ตรงตอม่อ 111 ได้ขอมิเตอร์ไฟ ขอพ่วงไฟจากเจ้าของที่ และขอหม้อแปลงไปที่สำนักงานการไฟฟ้าเขตลาดพร้าว ประมาณ 2 เดือนแล้ว 
 
                              พยายามตามเรื่องตลอด เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าเขตลาดพร้าวก็แจ้งว่าอยู่ระหว่างดำเนินการ เอกสารส่งไปให้หน่วยงานต่างๆ มีการโยนกันไปโยนกันมา ปัจจุบันผ่านมา 3 เดือนแล้วยังไม่มีความคืบหน้า 
 
                              จึงร้องทุกข์มาทางลุงแจ่มเพื่อช่วยประสานงานให้ด้วย เพราะฝ่ายออกแบบบอกว่ายังไม่ตรวจสอบ แต่เมื่อสอบถามไปยังฝ่ายตรวจสอบระบบไฟฟ้ากลับบอกว่าเรื่องไปอยู่ที่ฝ่ายออกแบบแล้ว 
 
 
บุญหล่อ
 
 
ตอบ
 
 
                              นายสมชาย แก้วรัตนากร ผู้ช่วยผู้อำนวยการการไฟฟ้านครหลวงเขตลาดพร้าว ชี้แจงว่า กรณีร้องเรียนเรื่องการให้บริการขอใช้ไฟฟ้าล่าช้า จากการตรวจสอบข้อมูลผู้ยื่นขอใช้ไฟฟ้ารายใหม่ พบว่าผู้ร้องเรียนได้ยื่นขอใช้ไฟในนามบริษัท แอ็มบี้โรด จำกัด เลขที่ 270 ถ.ประเสริฐมนูกิจ แขวงจรเข้บัว เขตลาดพร้าว กทม.ได้ยื่นขอไฟกับการไฟฟ้านครหลวงเขตลาดพร้าว และเกิดความล่าช้าในการดำเนินการ 
 
                              บริษัทได้ทำการยื่นขอไฟฟ้าพร้อมชำระเงินเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม และต่อมาวันรุ่งขึ้นเจ้าหน้าที่ กฟน.ได้เข้าไปตรวจสอบสถานที่ใช้ไฟ ปรากฏว่า บริษัทยังเดินสายภายในไม่แล้วเสร็จและได้ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้าของ กฟน.ด้านนอกพบว่าระบบไฟไม่เพียงพอสำหรับจ่ายไฟให้บริษัท จึงต้องออกแบบเพิ่มเติมใหม่ปรับปรุงระบบจ่ายไฟให้เพียงพอ และส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดำเนินการ แต่การดำเนินการดังกล่าวเมื่อวางแผนงานแล้วจะต้องมีการดับไฟในการทำงานเพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ ซึ่งการดับไฟทำงานดังกล่าวจะต้องแจ้งให้ผู้ใช้ไฟฟ้าข้างเคียงที่มีผลกระทบทราบและยินยอมให้ดับไฟด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดข้อร้องเรียนและความเสียหายเมื่อไฟฟ้าดับ และเนื่องจากผู้ใช้ไฟฟ้าข้างเคียงที่มีผลกระทบในการดับไฟดังกล่าวมีจำนวนหลายรายจึงทำให้การประสานงานเพื่อขอดับไฟมีข้อขัดข้องหลากหลายจนไม่สามารถหาวันดับไฟทำงานได้โดยเร็ววัน จนเป็นเหตุของความล่าช้าดังกล่าวซึ่ง กฟน.ควบคุมได้ลำบาก
 
                              อนึ่ง ในระหว่างที่ กฟน.ประสานงานเพื่อขอดับไฟนั้น เจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่ตรวจสอบสายภายในได้เข้าไปตรวจระบบจ่ายไฟในบริษัทที่ขอใช้ไฟ ปรากฏว่าต้องตรวจถึง 4 ครั้งถึงจะเรียบร้อยเป็นไปตามมาตรฐานและความปลอดภัยในการใช้ไฟ ซึ่งการตรวจสอบครั้งสุดท้ายคือวันที่ 3 ตุลาคม และต่อมา กฟน.สามารถประสานนัดดับไฟได้เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา จึงได้ปรับปรุงระบบพร้อมทั้งติดตั้งเครื่องวัดจ่ายไฟให้บริษัทในวันเดียวกัน ซึ่งในการปรับปรุงระบบดังกล่าว กฟน.ไม่ได้คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มกับบริษัทแต่อย่างใด 
 
 
ลุงแจ่ม
 
 
 
สามี(ตัวดี)ทิ้งกันเฉยเลย
 
 
                              ปัญหาของดิฉันก็คือว่า ได้อยู่กินกับแฟนโดยไม่ได้แต่งงานกัน เราอยู่กินด้วยกันมาประมาณ 5 ปี อยู่บ้านเดียวกัน โดยที่ดิฉันเป็นพนักงานบริษัท และแฟนก็ทำงานในบริษัทเอกชนด้วยเหมือนกัน เรามีทรัพย์สินที่หามาได้ร่วมกันหลังจากอยู่ด้วยกันคือ รถ ส่วนบ้านเป็นชื่อของแฟน คือ ดิฉันได้ย้ายเข้าไปอยู่บ้านแฟน แล้วได้มีการซื้อของหลายอย่างเข้าบ้านร่วมกัน  
 
                              แต่สิ่งที่อยากทราบคือ จู่ๆ แฟนก็มาบอกเลิกกับดิฉัน ทำให้ดิฉันเสียใจและช็อก เพราะไม่เคยมีปัญหาอะไรกันมาก่อน และไม่คิดว่าจะเกิดปัญหาเช่นนี้กับดิฉัน 
 
                              อยากทราบว่า ถ้าแฟนเลิกกับดิฉันจริงๆ ดิฉันจะได้อะไรบ้าง ในทางกฎหมายสามารถเรียกร้องอะไรได้บ้าง ขณะนี้ดิฉันอายุ 25 ปี ส่วนแฟนอายุ 32 ปี อยู่ด้วยกันมาตั้งนาน ก็คิดว่า ท้ายที่สุดแล้วเราจะได้แต่งงานอยู่กินด้วยกันแบบถูกต้องตามกฎหมาย ไม่คิดว่า จะมาเป็นอย่างนี้ ที่แฟนไปเจอกับคนอื่น แล้วจู่ๆ จะมาทิ้งกันอย่างนี้ ดิฉันสามารถเรียกร้องอะไรได้บ้าง
 
 
กิ่งแก้ว
 
 
ตอบ
 
 
                              ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชน อาจารย์ปราชญา อ่อนนาค คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำเรื่องนี้ว่า การที่อยู่กินด้วยกันเหมือนเช่นสามีภรรยา แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันนั้น ในทางกฎหมายไม่ได้รับรองในเรื่องของการเป็นสามีภรรยา หรือรองรับให้เป็นบุคคลคนเดียวกัน ดังนั้น การเรียกร้องสิทธิในด้านกฎหมายต่างๆ ก็จะไม่เกิดขึ้นด้วย 
 
                              แต่การอยู่ด้วยกันเช่นนี้ เป็นเหมือนหุ้นส่วนซึ่งกันและกัน หากต้องเลิกกัน ทรัพย์สินที่หามาได้ระหว่างที่อยู่กินด้วยกัน จะเป็นลักษณะของหุ้นส่วน คล้ายกับคนทำธุรกิจร่วมกัน ดังนั้น จึงเป็นทรัพย์สินร่วม ที่ต้องแบ่งคนละครึ่ง หากตกลงกันไม่ได้ก็ต้องพิสูจน์ว่า ชิ้นไหนเป็นทรัพย์สินที่หามาได้หลังจากอยู่กินด้วยกัน กรณีนี้ หมายถึงว่า ตกลงกันไม่ได้และต้องฟ้องร้อง ซึ่งทำให้ต้องรอการพิสูจน์เรื่องทรัพย์สินด้วย 
 
                              หากตกลงกันได้ ก็ตกลงกันเลยว่า ของที่มีอยู่คิดเป็นมูลค่าเท่าไหร่ หรือว่าใครจะเอาชิ้นไหนไปก็แบ่งกันไป จะได้ไม่มีปัญหา 
 
                              ส่วนเรื่องรถที่บอกว่า เป็นชื่อร่วมกัน ก็ต้องทำอย่างที่บอก คือ ถ้าตกลงกันได้ ก็แบ่งกันไปเลย หรือ แบ่งกันว่า ใครควรจะได้ไป เพื่อจะได้ง่ายไม่ต้องเอาขายออกทอดตลาดเพื่อเอาเงินมาแบ่งกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคุณทั้งสองคนว่าจะตกลงกันได้ไหม 
 
 
ลุงแจ่ม