ไลฟ์สไตล์

'ประมงแม่กลอง' ฝ่าวิกฤติน้ำมันแพง

'ประมงแม่กลอง' ฝ่าวิกฤติน้ำมันแพง

21 พ.ย. 2557

ทำมาหากิน : 'ประมงแม่กลอง' ฝ่าวิกฤติน้ำมันแพง นำวิถีสหกรณ์สู่ความมั่นคงในชุมชน : โดย...สุรัตน์ อัตตะ

 
                              ผลพวงจากวิกฤติน้ำมันเมื่อ 40 ปีก่อนทำให้ชาวประมงใน ต.แม่กลอง อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม รวมตัวกันตั้งกลุ่มเกษตรกรทำประมงขึ้น โดยใช้ชื่อว่า “กลุ่มเกษตรกรทำประมงแม่กลอง” เพื่อป็นช่องทางได้รับการจัดสรรโควตาน้ำมันจากรัฐบาลในยุคนั้น และต่อมาก็ได้เปลี่ยนสถานะขึ้นเป็น “สหกรณ์ประมงแม่กลอง จำกัด” ในการช่วยเหลือและให้บริการแก่สมาชิกเพื่อลดต้นทุนการทำประมง
 
                              วิกา ศิริบุญญวงศ์ ประธานกรรมการสหกรณ์ประมงแม่กลอง จำกัด เล่าว่า สหกรณ์ประมงแม่กลอง จำกัด ได้เปลี่ยนฐานะมาจากกลุ่มเกษตรกรทำประมงแม่กลอง ซึ่งจัดตั้งขึ้นในภาวะที่ประเทศกำลังประสบปัญหาวิกฤติด้านน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อรับใช้และให้บริการแก่สมาชิกในการลดต้นทุนการประกอบอาชีพประมง ซึ่งกลุ่มเกษตรกรทำประมงแม่กลองได้เล็งเห็นว่า วิธีเดียวที่จะประคับประคองอาชีพประมงให้อยู่รอด คือการรวมพลังให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น และเพื่อเข้าถึงนโยบายรัฐบาลที่จะช่วยเหลือชาวประมงโดยผ่านสถานะของ “สหกรณ์ประมง”   
 
                              "ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ให้เปลี่ยนสถานะจาก “กลุ่มเกษตรกรทำประมงแม่กลอง” เป็น “สหกรณ์ประมงแม่กลอง จำกัด” เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2524 เป็นสหกรณ์ประเภท “สหกรณ์ประมง” มีสมาชิกแรกตั้งจำนวน 154 คน มีทุนเรือนหุ้น 491,570 บาท มีท้องที่ดำเนินงาน ทุกอำเภอใน จ.สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สมุทรปราการ ชลบุรี เพชรบุรี และ จ.ประจวบคีรีขันธ์"
 
                              วิกาเผยต่อว่า สำหรับการดำเนินธุรกิจของสหกรณ์จะจัดหาสินค้าปัจจัยการทำประมงที่สมาชิกต้องการ เช่น น้ำมันเชื้อเพลิง น้ำมันเครื่อง ข้าวสาร ลวดสลิง อุปกรณ์เดินเรือ มาจำหน่ายในราคาต่ำกว่าท้องตลาด จนถึงเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2542 มีจำนวนสมาชิก 182 คน ทุนเรือนหุ้น  5,014,230 บาท ซึ่งสถานะจากกลุ่มสู่การเป็นสหกรณ์ แม้ชื่อจะต่าง แต่การทำงานของคณะกรรมการก็ยังมั่นคงไม่เปลี่ยนแปลง ด้วยเพราะเหตุผลเดียวที่เข้ามาทำงานในสหกรณ์ก็เพื่อที่จะช่วยเหลือกันเองในการแก้ปัญหา วิกฤติต่างๆ ของการทำประมง โดยการยึดมั่นในหลักและวิธีการสหกรณ์ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส และเป็นธรรม  
 
                              แม้จะเปลี่ยนสถานะขึ้นเป็นสหกรณ์ประมงแม่กลอง จำกัด แต่ยังคงดำเนินธุรกิจต่อเนื่องจากกลุ่มเกษตรกรทำประมงแม่กลอง คือการจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิง น้ำมันหล่อลื่น อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ในการทำประมง และเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นมาจำหน่าย ซึ่งมียอดการจำหน่ายโดยเฉพาะน้ำมันเชื้อเพลิงจากเดือนละ 8 แสนลิตร ขยับขึ้นเป็น 1 ล้านลิตร และ 2 ล้านลิตร จนถึง 4.3 ล้านลิตรต่อเดือน  
 
                              “วิกฤติน้ำมันปี 2547 ทำให้ราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนรัฐบาลต้องแบกรับภาระราคาน้ำมันแทนพี่น้องประชาชน ในการตรึงราคาจำหน่ายไว้ที่ 14.59 บาท/ลิตร แต่เป็นผลให้ราคาน้ำมันกลางทะเลที่ชาวประมงเคยซื้อในราคาถูกกว่าราคาที่ขายบนฝั่งลิตรละ 2-3 บาท มีราคาสูงขึ้นจึงเป็นอีกครั้งหนึ่งที่สหกรณ์ต้องเร่งหาทางให้ความช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของสมาชิก" 
 
                              ประธานกรรมการสหกรณ์คนเดิมระบุอีกว่า จากการนำหลักและวิธีการสหกรณ์มาใช้ในการบริหารจัดการตลาดปลาที่ผ่านมา ส่งผลให้ปัจจุบันธุรกิจตลาดปลาสหกรณ์ประมงแม่กลอง มีมาตรฐานในการดำเนินธุรกิจสหกรณ์ และมีความพร้อมในการรองรับปริมาณปลาของชาวประมงทั่วประเทศ วันละกว่า 600 ตัน   
 
                              "ผลสำเร็จของการดำเนินงานของสหกรณ์ที่เห็นได้ชัดเจนคือเรื่องน้ำมันเชื้อเพลิง สหกรณ์ได้ช่วยแก้ปัญหาในยามที่น้ำมันขาดแคลนและมีราคาแพง เพื่อเป็นการพยุงต้นทุนในการประกอบอาชีพของสมาชิก"    
 
                              นับเป็นอีกก้าวความสำเร็จของ "สหกรณ์ประมงแม่กลอง จำกัด" ในการนำหลักและวิธีการสหกรณ์มาใช้แก้ไขปัญหา และส่งเสริมให้เกิดความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของชาวประมงในพื้นถิ่นนี้ จนสามารถสะท้อนให้สังคมได้เห็นและยอมรับว่า หลักและวิธีการสหกรณ์เป็นเครื่องมือในการฟันฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพสู่ความยั่งยืนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศชาติได้อย่างแท้จริง
 
 
 
 
 
----------------------------
 
(ทำมาหากิน : 'ประมงแม่กลอง' ฝ่าวิกฤติน้ำมันแพง นำวิถีสหกรณ์สู่ความมั่นคงในชุมชน : โดย...สุรัตน์ อัตตะ)