
ตรวจเข้มนักเที่ยวมาเลย์สกัดหวัด2009
แพทย์ตรวจเข้มนักท่องเที่ยวไทย-มาเลเซีย สกัดหวัด2009 หลังพบผู้ต้องสงสัยติดเชื้อต่อเนื่อง หวั่นระบาดข้ามประเทศกระทบภาพการท่องเที่ยวชายแดนใต้ทรุดหนัก ด้านกทม.สั่งรพ.ในสังกัด 9 แห่ง และสาธารณสุขอีก 68แห่ง เปิดช่องทางด่วนดูแลผู้ป่วยต้องสงสัยหวัด 2009 ป้องกันกา
(7ก.ค.) นายอรุณ มะหนิ แพทย์ตรวจคนเข้าเมืองด่านสะเดา จ.สงขลา ซึ่งเป็นด่านพื้นที่ชายแดนไทย-มาเลเซีย เปิดเผยว่า ได้กำชับเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังการตรวจสอบบุคคลผ่านเข้า-ออกประเทศให้รัดกุมขึ้นเพื่อให้คำแนะนำเกี่ยวกับการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ 2009 หลังจากพบผู้ติดเชื้ออย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่พบผู้สงสัยติดเชื้ออย่างน้อย 3 ราย ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเพิ่มความระมัดระวังในการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายนักท่องเที่ยวพร้อมกับกรอกข้อมูลการเดินทางอย่างละเอียด
ทั้งนี้หากพบนักท่องเที่ยวมีอาการไข้จะแนะนำให้ไปพบแพทย์เพื่อตรวจสอบอย่างละเอียด พร้อมการให้ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการสังเกตุอาการของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 อย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อจากประเทศไทยไปสู่ประเทศมาเลเซียซึ่งจะทำให้เกิดเป็นกระแสข่าวใหญ่และส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวในประเทศไทย
"ปัจจุบันการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 ต้องเร่งควบคุมระดับชุมชนพื้นที่ให้เข้มงวดมากขึ้น เพราะเท่าที่ตรวจสอบประวัติของผู้ต้องสงสัยพบว่าเป็นการติดเชื้อในลักษณะผู้ป่วยต่อผู้ป่วยภายในประเทศไทย ดังนั้นเราจำเป็นต้องควบคุมไม่ให้นักท่องเที่ยวโดยเฉพาะชาวมาเลเซีย สิงคโปร์ ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มหลักติดเชื้ออย่างเด็ดขาด เพื่อป้องกันผลกระทบด้านการท่องเที่ยว"นายอรุณ กล่าว
ด้านนายแพทย์ศิริชัย ภัทรนุธาพร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำปาง เปิดเผยว่า ตามที่จังหวัดลำปางได้พบประชาชนในพื้นที่ป่วยเป็นหวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 จำนวน 3 ราย ซึ่งรายที่ 1 เป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งใน จ.ลำปาง โดยอาการไข้ขึ้นสูง ขณะนี้ได้หายเป็นปกติแล้ว ส่วนรายที่ 2 และ 3 ซึ่งเป็นนักศึกษาที่เดินทางกลับจากกรุงเทพฯ เพื่อกลับมาเยี่ยมบ้านในจังหวัดลำปางในช่วงวันหยุดยาวนี้ โดยได้พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลวังเหนือ อ.วังเหนือ และโรงพยาบาลแม่พริก อ.แม่พริก จ.ลำปาง
ทั้งนี้ ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง ได้รับรายงานล่าสุดจากโรงพยาบาลทั้ง 2 แห่ง อาการไข้ของผู้ป่วยได้ลดลงแล้ว และหลังจากตรวจร่างกายอย่างละเอียดก็ไม่พบโรคแทรกซ้อนที่จะเป็นสาเหตุทำให้เสียชีวิต ดังนั้น ผู้ป่วย 2 ราย ล่าสุดที่พบเป็นโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ถือว่าอาการดีขึ้นตามลำดับ และไม่น่าเป็นห่วงแล้ว แต่ทางคณะแพทย์ของโรงพยาบาล ยังคงต้องให้พักรักษาตัวอยู่ที่ห้องคัดกรองโรค เพื่อติดตามอาการอย่างใกล้ชิดต่อไป เพราะถึงแม้อาการไข้จะลดลงมาแล้ว แต่ก็สามารถแพร่เชื้อได้ ซึ่งถือว่าโรคยังไม่หายขาด โดยจะต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ไปอีกสักระยะหนึ่ง
พญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า หลังจากที่มีการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในกรุงเทพฯ ซึ่งพบว่ามีผู้ป่วยรวมทั้งผู้เสียชีวิตอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นเพื่อเพิ่มมาตรการในการเฝ้าระวัง ดูแล และคัดกรองผู้ป่วย เป็นการป้องกันการแพร่ระบาด กทม.จะเปิดช่องทางด่วนสำหรับตรวจรักษาผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ หรือ Fast track เพื่อตรวจรักษาผู้ป่วยแยกเฉพาะผู้ป่วยที่มีอาการของโรคไข้หวัด ณ โรงพยาบาลสังกัดกรุงเทพมหานครทั้ง 9 แห่ง และศูนย์บริการสาธารณสุขทั้ง 68 แห่ง เริ่มตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (8 ก.ค.)
"ช่องทางด่วนเฉพาะโรคนี้ แพทย์จะตรวจอาการของผู้ป่วย โดยเน้นผู้ป่วยที่มีอาการไข้สูง มีอาการไอ จาม หรือมีอาการที่อยู่ในข่ายน่าจะเป็นไข้หวัด แยกจากการตรวจโรคอื่นๆ เป็นการอำนวยความสะดวกผู้ป่วยให้ได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว โดยหากพบผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อ กทม.จะได้ดำเนินการรักษาอย่างทันท่วงทีต่อไป"พญ.มาลินี ระบุ
ด้านนายไกรจักร แก้วนิล รองปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงการเปิดช่องทางด่วนตรวจรักษาเฉพาะโรคดังกล่าวว่าจะสามารถแยกผู้ป่วยที่มีอาการของไข้หวัดมาทำการตรวจรักษาได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ปะปนกับผู้ป่วยที่มารับการตรวจรักษาโรคอื่นๆ อันจะเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรคอีกทางหนึ่ง หากประชาชนพบว่าตนเองมีการไข้หวัด หรือสงสัยว่าจะมีการติดเชื้อให้รีบพบแพทย์เพื่อทำการตรวจรักษาโดยด่วน
สำหรับผู้ที่ต้องการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 สามารถขอคำแนะนำในเบื้องต้นได้ที่ โทร. สายด่วน 1555 ซึ่ง กทม.ได้จัดเจ้าหน้าที่ไขข้อข้องใจแก่ประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง



