
เปิดบานระบายน้ำในระดับปกติ
18 พ.ย. 2557
เปิดซองส่องไทย : เปิดบานระบายน้ำในระดับปกติ : โดย...ลุงแจ่ม
เนื่องจากมีผู้เปิดประตูระบายน้ำบ้านคลองเกตุ หมู่ 1 ต.งิ้วราย อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร ซึ่งเป็นการเปิดก่อนกำหนดตามที่การตั้งข้อตกลงกันไว้ ทำให้ผู้ที่มีบ้านพักอาศัยและมีที่ดินติดกับคลองระบายน้ำได้รับความเดือดร้อน ตลิ่งริมคลองได้ทรุดและพังทลายลง โดยมีการสไลด์ตัวของดินริมคลองลงมาเป็นบริเวณยาวตลอดแนวคลอง
ซึ่งในช่วงแรกได้มีการเปิดประตูระบายน้ำที่สูงมาก ทำให้น้ำไหลผ่านประตูลงสู่คลองอย่างรวดเร็วและรุนแรง ช่วงหลังได้มีการปรับระดับของประตูระบายน้ำทำให้กระแสลดความรุนแรงลง ข้าพเจ้าได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากที่ดินได้ทรุดตัวลงในคลอง เป็นระยะทางรวมกว่า 30 เมตร ทำให้ต้นไม้ที่ปลูกไว้ริมคลอง เพื่อป้องกันตลิ่ง ได้สไลด์และล้มลง นอกจากนี้สะพานคอนกรีตที่ใช้สัญจรของชาวบ้านได้รับผลกระทบโดยดินบริเวณใต้คอสะพานได้ยุบลง และอาจทำให้เกิดความเสียหายของทรัพย์สินทางราชการ
ข้าพเจ้าได้ร้องเรียนไปยังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพิจิตร สำนักงานชลประทานจังหวัดพิจิตร สำนักงานโยธาจังหวัดพิจิตร อบต.งิ้วราย ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ แต่ไม่ได้รับความกระจ่าง และปัญหาก็ไม่ได้รับการแก้ไขอย่างถูกต้อง ข้าพเจ้าขอร้องเรียนให้ผู้ที่มีอำนาจในการตัดสินใจ ช่วยแก้ปัญหาก่อนที่จะมีความเสียหายมากกว่าที่เป็นอยู่ ดังนี้
1.หาผู้ที่เปิดประตูระบายน้ำในครั้งนี้ (เปิดแรงมากเกินไป และเปิดก่อนกำหนดเวลาที่ตั้งไว้)
2.หาผู้รับผิดชอบความเสียหายในที่ดินและต้นไม้ที่ปลูกมาประมาณ 6 ปี ของข้าพเจ้าที่ทรุดตัวลงในคลอง
3.หาแนวทางแก้ไขปัญาในระยะยาว โดยอาจสร้างเขื่อนหินริมคลองเพื่อป้องกันการพังของดิน
4.จัดระบบการเปิดปิดประตูระบายน้ำที่ถูกต้อง
หวังว่าปัญหาที่เกิดขึ้นจะได้รับการแก้ไขจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเร่งด่วน
จำลอง / พิจิตร
ตอบ
นายสมยศ แสงมณี ผู้อำนวยการโครงการชลประทานจังหวัดพิจิตร ชี้แจงว่า โครงการชลประทานพิจิตร ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่ ขอชี้แจงดังนี้
1.ได้มีฝนตกหนักในเขตจังหวัดพิจิตร ช่วงปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน ราษฎรในพื้นที่หมู่บ้านร่มเกล้าริมทางรถไฟ สถานีตะพานหิน และเกษตรกรชาวนาที่ต้องการเก็บเกี่ยวข้าวหอมมะลิ ได้รับความเดือดร้อน มีความประสงค์ต้องการระบายน้ำออกจากพื้นที่ จึงได้แจ้งความต้องการมาที่กลุ่มผู้ใช้น้ำประตูน้ำคลองห้วยเกตุ อ.ตะพานหิน และโครงการชลประทานพิจิตร และได้มีมติร่วมกันในการเปิดบานระบายในระดับที่ปกติของการระบายน้ำทั่วไปในระยะเวลาที่กำหนดไว้ แล้วจะปิดบานระบายเพื่อเก็บกักน้ำต่อไป
2.เนื่องจากปีนี้แม่น้ำน่านมีระดับต่ำกว่าปกติทั่วไป จึงไม่มีแรงพยุงตลิ่งในลำคลองห้วยเกตุที่ติดกับแม่น้ำน่าน ซึ่งบ้านของผู้ร้องเรียนและสะพานคอนกรีตตั้งอยู่ที่ริมแม่น้ำน่านปลายลำคลองห้วยเกตุ จะได้รับผลกระทบจากปัญหาแม่น้ำน่านมีระดับต่ำกว่าปกติ ไม่ใช่ปัญหาจากการระบายน้ำจากประตูน้ำคลองห้วยเกตุ ระยะทางจากประตูน้ำถึงบ้านผู้ร้องเรียนประมาณ 150 เมตร แรงดันของน้ำจากการเปิดบานระบายไม่สามารถทำให้ตลิ่งของบ้านผู้ร้องเรียนสไลด์ลงมาได้ จากการตรวจสอบบริเวณตลิ่งซ้าย-ขวา ด้านท้ายน้ำของประตูน้ำนี้ในระยะทาง 80 เมตร ไม่มีการเสียหายเพราะยังไม่อยู่ในช่วงการยุบตัวของตลิ่งใกล้แม่น้ำน่าน จึงเป็นข้อพิสูจน์ว่าการเปิดประตูระบายน้ำนี้ในระดับปกติไม่ทำให้มีการยุบตัวของดินริมตลิ่งที่บ้านของผู้ร้องได้
3.การเปิดปิดประตูระบายน้ำคลองห้วยเกตุ มีระบบการจัดการที่ดี และไม่มีปัญหาเนื่องจากมีการจัดตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำประตูน้ำคลองห้วยเกตุ มีประธานกลุ่ม และมีคณะกรรมการกลุ่มในการลงมติเปิดปิด บานระบายร่วมกับเจ้าหน้าที่ของโครงการชลประทานพิจิตร ทุกครั้งที่มีการเปิดปิดบานระบายน้ำตามความต้องการของเกษตรกรและราษฎรในพื้นที่ที่ประตูน้ำนี้ครอบคลุมอยู่
ลุงแจ่ม
คนนอกไม่มีสิทธิ
มีเรื่องจะขอความช่วยเหลือค่ะ ปัญหามีอยู่ว่า เมื่อ 12 ปีก่อนพ่อได้ยกที่ดินจำนวน 18 ไร่ ให้ใส่ชื่อพี่สาวคนโต พ่อมีลูกทั้งหมด 6 คน แต่ลงชื่อคนเดียว ปัจจุบันพ่อเสียชีวิตแล้ว พี่น้องทั้ง 6 คน มี 5 คนที่ตกลงจะขายที่แปลงนี้ แล้วเอาเงินมาแบ่งกัน แต่มี 1 คน ค้านไม่ขาย พี่สาวที่เป็นเจ้าของก็ตกลงขาย แต่พี่เขยบอกว่า ไม่ขาย และจะไม่เซ็นให้
อยากถามว่าพี่เขยมีสิทธิที่จะค้านได้ไหม เพราะเป็นมรดกของพ่อ และไม่ใช่สินสมรส น้องๆ มีสิทธิทำอะไรได้บ้าง
อุบลวรรณ
ตอบ
ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชน อาจารย์ปราชญา อ่อนนาค คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำเรื่องนี้ว่า ในเรื่องนี้ต้องย้อนกลับไปดูว่า ที่พ่อยกให้นั้น เป็นการยกให้โดยการให้ดูแล หรือว่าใส่ชื่อพี่สาวเป็นเจ้าของโฉนดในที่ดินนั้น ซึ่งไปขอดูได้ในสารบบของที่ดิน ซึ่งจะทำให้รู้ว่า พ่อยกให้แบบไหน
ถ้าพ่อยกให้เพื่อให้ดูแล กรณีนี้ก็ต้องไปเริ่มใหม่ โดยการแต่งตั้งผู้จัดการมรดก เพื่อให้ทำหน้าที่ในการจัดการเพื่อแบ่งที่ดินให้แก่พี่น้องของคุณทั้งหมด 6 คน โดยให้คนละเท่าๆ กัน หลังจากนั้นก็แยกโฉนดกันไป เพื่อให้ทุกคนเป็นเจ้าของ ของใครของมัน แล้วหลังจากนั้น ถ้าอยากจะขาย พี่น้อง 5 คนที่อยากขายก็เอามารวมกันแล้วขายได้ ส่วนพี่สาวคนโตไม่อยากขายก็ยังสามารถเก็บส่วนที่เหลือไว้ได้
แต่ถ้าเป็นการที่พ่อใส่ชื่อพี่ของคุณเป็นเจ้าของโฉนดที่ดินผืนดังกล่าวนั้นเลย ในทางกฎหมายคือ พี่สาวของคุณได้เป็นเจ้าของที่ดินผืนนั้น และที่ดินที่ได้รับก็เป็นสินส่วนตัว ไม่ใช่สินสมรส ซึ่งในทางกฎหมาย พี่เขยไม่มีสิทธิยุ่งเกี่ยวกับที่ดินผืนนี้ แต่ปัญหาคือ เมื่อจะทำธุรกรรมที่กรมที่ดิน หากภรรยาต้องการที่จะขาย สามีต้องเซ็นยินยอมด้วย ซึ่งนี่อาจจะเป็นปัญหาที่บอกว่า พี่เขยไม่ยอมเซ็น
ถ้าพี่น้อง 5 คน อยากขาย และพี่สาวคนโตก็อยากขาย แต่สามีไม่เซ็นให้ กรณีนี้คงต้องคุยกับกรมที่ดินว่าจะมีข้อบังคับอะไรบ้าง เพื่อให้เขาเซ็นยินยอม
เบื้องต้นควรคุยกันในกลุ่มพี่น้องว่า ถ้าจะขายควรจะทำอย่างไร และพี่สาวคนโตก็ควรจะเข้าใจ และให้พี่เขยมาคุยด้วย เพื่อให้เข้าใจตรงกัน ถ้าได้คุยกันทุกฝ่าย พร้อมกับมีความเข้าใจตรงกัน พี่สาวจะได้ไม่สามารถอ้างได้ว่า สามีไม่ยอมเซ็นให้ และพี่เขยจะได้เข้าใจว่า ที่ดินผืนดังกล่าวเป็นสินส่วนตัว ไม่ใช่สินสมรส ดังนั้นไม่มีสิทธิในที่ดินผืนดังกล่าว
ลุงแจ่ม



