ไลฟ์สไตล์

ผู้หญิงมีความเสี่ยงต่อกระดูกหักมากเป็น 3 เท่าของผู้ชาย

ผู้หญิงมีความเสี่ยงต่อกระดูกหักมากเป็น 3 เท่าของผู้ชาย

18 พ.ย. 2557

ดูแลสุขภาพ : ผู้หญิงมีความเสี่ยงต่อกระดูกหักมากเป็น 3 เท่าของผู้ชาย

 
                               โรคกระดูกพรุน เกิดจากภาวะความหนาแน่นของเนื้อกระดูกลดลง ร่วมกับความเสื่อมของโครงสร้างภายในของกระดูก ส่งผลให้ความแข็งแรงของกระดูกลดลง จึงทำให้กระดูกเปราะ และหักได้ง่าย ซึ่งถ้ากระดูกสันหลังหัก จะกดทับเส้นประสาท ทำให้เป็นอัมพาต อัมพฤกษ์ และมีโอกาสเกิดกระดูกสะโพกหักตามมา 
รู้ได้อย่างไรว่าเป็นโรคกระดูกพรุน
 
                               เราจะทราบมวลหนาแน่นของกระดูกได้จากการตรวจวัดจากแพทย์ โดยทั่วไปมักนิยมตรวจกระดูก ที่มีโอกาสหักได้ง่าย  3 ตำแหน่ง ได้แก่ กระดูกสันหลัง ส่วนเอว (Lumbar Spine) กระดูก ข้อสะโพก (Hip) และกระดูก ปลายแขน หรือข้อมือ (Wrist) ถ้าค่าน้อยกว่า -2.5 แปลว่ากระดูกพรุนแล้ว ส่วนใหญ่จะวัดจากส่วนกระดูกสะโพก และกระดูกสันหลัง เพราะเป็นตัวที่ให้ดัชนีชี้บ่งค่อนข้างถูกต้อง โดยเฉพาะผู้หญิงที่อยู่ในช่วงวัยหมดประจำเดือน จะเริ่มเข้าสู่ภาวะกระดูกบาง 
 
 
 
การป้องกันโรคกระดูกพรุน
 
 
                               - ออกกำลังกายสม่ำเสมอ 3 ครั้งต่อสัปดาห์ (อย่างน้อยครั้งละ 20-30 นาที) จะช่วยให้มวลกระดูกมีความแข็งแรงและหนาแน่นมากขึ้น
 
                               - เปลี่ยนชีวิตประจำวัน การออกไปถูกแสงแดดบ้าง 
 
                               - เลี่ยงแอลกอฮอล์ บุหรี่ สารเทนนินในบุหรี่ 
 
                               - รับประทานอาหารกลุ่มแคลเซียม หรือวิตามินดี ให้เพียงพอ เช่น นม ปลากรอบ เนยแข็ง เห็ดหอม ถั่วเหลือง ถั่วแดง กุ้งแห้ง และผักใบเขียว เช่น ใบชะพลู ผักคะน้า ผักกระเฉด ยอดสะเดา ใบโหระพา ลดอาหารประเภทไขมันจัดที่ทำให้กระดูกบาง
 
                               - ป้องกันการขาดฮอร์โมนเพศ ด้วยการปรึกษาแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจร่างกาย และรับฮอร์โมนทดแทนเป็นประจำ
 
 
 
มีภาวะเสี่ยงเหล่านี้หรือไม่ 
 
 
                               สตรีเข้าสู่วัยทองหรือวัยหมดประจำเดือน
 
                               ดื่มเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีน และรับประทานอาหารเค็มจัดเป็นประจำ
 
                               สูบบุหรี่ ดื่มสุรา 
 
                               การใช้ยาสเตียรอยด์ ยารักษามะเร็ง ยากันชัก ยากันลิ่มเลือดแข็งหรือได้รับยาฮอร์โมนไธรอยด์เป็นเวลานาน
 
                               ครอบครัวมีประวัติโรคกระดูกพรุน หรือหกล้มแล้วมีกระดูกหักในครอบครัว
 
 
 
                               หากคุณมีภาวะเสี่ยง 3 ใน 5 ของข้อมูลข้างต้นควรทำการปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย
 
 
 
 
 
 
ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นพ.เจริญ โชติกวณิชย์ 
 
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยแพทย์กระดูกและข้อ 
 
โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์