
ของบฯ160ล.เก็บดีเอ็นเอนักโทษ
12 พ.ย. 2557
รองปลัดยธ.เตรียมเสนอ 'ไพบูลย์' ของบฯ 160 ล้าน ให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ตรวจเก็บดีเอ็นเอนักโทษในเรือนจำ สร้างความมั่นใจสังคมภายนอกกรณีนักโทษพ้นคุกปีละ 30,000 ราย
12 พ.ย. 57 พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงมาตรการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในเรือนจำ ด้วยการเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอผู้ต้องขังในเรือนจำ ว่า ในสัปดาห์หน้า จะเสนอโครงการต่อ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อขออนุมัติงบประมาณ 160 ล้านบาท ให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ใช้ดำเนินการในเรื่องการตรวจพิสูจน์ ซึ่งถือเป็นการเก็บหลักฐานบุคคลที่เป็นไปตามระเบียบกรมราชทัณฑ์ แต่เดิมเป็นเพียงการเก็บตัวอย่างลายพิมพ์นิ้วมือ ซึ่งมีปัญหาในระยะยาว เพราะสำเนาลายพิมพ์นิ้วมือเลือนราง เป็นอุปสรรคเมื่อต้องนำไปตรวจสอบประวัติอาชญากร หรือใช้ประโยชน์ในการสอบสวนขยายผลคดีอื่นๆ ทั้งนี้ ปัจจุบันผู้ต้องขังมีจำนวนมาก และมักเกิดปัญหาลักทรัพย์ ทะเลาะวิวาท ทำร้ายร่างกายกันในเรือนจำ การเก็บดีเอ็นเอ จะช่วยพิสูจน์ผู้กระทำผิดด้วย หลังจากนี้จะมีการแก้ไขระเบียบราชทัณฑ์เพิ่มเติม เพื่อรองรับการทำงาน ซึ่งในส่วนของเรือนจำ การเก็บดีเอ็นเอจะทำให้สามารถตรวจสอบผู้ต้องขังที่เข้ามารับโทษ และออกจากเรือนจำเมื่อครบกำหนดโทษว่าเป็นคนเดียวกันหรือไม่ ได้ด้วย นอกจากนี้การเก็บดีเอ็นเอผู้ต้องขังยังเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับสังคมภายนอก ในกรณีที่มีผู้พ้นโทษออกจากเรือนจำเฉลี่ยปีละ 30,000 ราย หากคนกลุ่มนี้ออกไปกระทำผิดซ้ำ จะสามารถรู้ตัวคนร้ายได้จากดีเอ็นเอในที่เกิดเหตุ
พ.ต.อ.ดุษฎี กล่าวต่อว่า ล่าสุดได้ทำการอบรมเกี่ยวกับการเก็บพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ให้กับเจ้าหน้าที่เรือนจำกลาง และเรือนจำความมั่นคงสูง 64 แห่ง เพื่อให้ไปทำหน้าที่จัดเก็บวัตถุพยานที่ได้จากการตรวจค้นสิ่งของต้องห้ามในเรือนจำ เช่น โทรศัพท์มือถือ ยาเสพติด เพื่อนำไปสู่การตรวจหาเจ้าของ ซึ่งขณะนี้คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้เพิ่มโทษผู้ต้องขังที่กระทำผิดลักลอบนำสิ่งของต้องห้ามเข้าเรือนจำจาก 1 ปี เป็น 5 ปี โดยจะนำร่องเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอผู้ต้องขังคดียาเสพติดในเรือนจำความมั่นคงสูงก่อน ซึ่งในช่วงเริ่มต้นจะเก็บดีเอ็นเอจากโทรศัพท์มือถือที่ยึดได้จากการจู่โจมตรวจค้น และนักโทษที่ใกล้ครบกำหนดโทษ หรืออยู่ในกลุ่มที่จะได้รับการพักการลงโทษ



