
แหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมใหม่ในเชียงราย
13 พ.ย. 2557
ศิลปวัฒนธรรม : แหล่งเรียนรู้ วัฒนธรรม ใหม่ในเชียงราย
ประเพณี ศิลปะ วัฒนธรรม คือ รากเหง้าที่จะบ่งบอกวิถีความเป็นอยู่ของคนในประเทศนั้น ซึ่งในเมืองไทยมีเรื่องราวเหล่านี้มากมายแต่คนรุ่นใหม่มักลืมเลือน ด้วยการหันไปหาความเจริญทางวัตถุพร้อมๆ กับหลงใหลในความเป็นตะวันตกหรือแม้แต่ประเทศที่เจริญแล้วในเอเชียมากกว่า นั่นเองจึงเป็นเหตุให้คนกลุ่มหนึ่งในจังหวัดเชียงราย เริ่มตั้งแต่ผู้นำชุมชน ศิลปิน นักปราชญ์ ผู้เชี่ยวชาญในศาสตร์อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือชาวล้านนาเรียกกันว่า "สล่า" ไล่เรียงไปจนถึงสถาปนิก ที่รวมพลังรวมใจกันเตรียมสร้างหอศิลปวัฒนธรรมแห่งใหม่ ในจังหวัดเชียงราย
ซึ่งได้เปิดตัวกันในงาน "มหัศจรรย์เมืองไทย เทศกาลโคมไฟ ไหดอก บอกไฟ สลียี่เป็งเชียงราย 2557" บริเวณข่วงหลวงพญามังราย จังหวัดเชียงราย มหกรรมความม่วนของดินแดน 3 แผ่นดิน สัมผัสบรรยากาศรื่นเริง ตื่นตาตื่นใจริมสายน้ำกกในงานลอยกระทงวิถีล้านนา เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงรายผ่านวิถีชีวิตและวัฒนธรรมลุ่มน้ำกก ซึ่งภายในงานได้รวบรวมและจำลองบรรยากาศในอดีต ทั้งกาดมั่ว การรำวงย้อนยุค การสาธิตการทำโคมยี่เป็ง การแกะสลักไม้บอกเล่าประวัติจังหวัดเชียงราย การแสดงเชิงวัฒนธรรม
อย่าง "โคมยี่เป็ง" ที่มีคุณยายนั่งประดิษฐ์ประดอยเล่าให้ฟังเป็นสำเนียงท้องถิ่น (และแปลเป็นภาษากลาง) ว่า แต่ละชนิดมีความแตกต่างกันที่รูปทรงและการตกแต่ง ซึ่งในช่วงก่อนจะถึงวันเพ็ญเดือนยี่ ชาวบ้านโดยเฉพาะผู้เฒ่าผู้แก่จะมานั่งทำโคมยี่เป็งกัน เพื่อเตรียมไว้บูชาที่วัด ด้วยแบบต่างๆ มากมาย บอกไม่หมดมีทั้งโคมกระบอก โคมธรรมจักร โคมปราสาท โคมดอกบัว แต่ละโคมก็ทำจากกระดาษสีต่างๆ แล้วใช้ไม้ไผ่ทำเป็นโคม ซึ่งทั้งหมดนั้นเป็นภูมิปัญญาชาวบ้าน
"คนรุ่นใหม่ๆ ก็ทำได้นะ แต่ไม่ค่อยทำกัน เพราะเดียวนี้มีขายเยอะแยะ ใบละไม่กี่บาท แต่เราคนแก่ๆ ว่างๆ ไม่รู้จะทำอะไร ก็มานั่งทำโคม ตามที่พ่อแม่สอนกันมา ลูกหลานที่โตหน่อยเห็นก็มาช่วยทำสนุกๆ มากกว่า แต่ก็เป็นการเรียนรู้นะ ถามว่าเขาจะสืบสานต่อหรือไม่ยายตอบไม่ได้หรอก แต่ถ้าให้เขาทำก็ทำกันได้นะ" แม่อุ๊ยเล่าให้ฟังในขณะที่มือก็ง่วนทำโคม
นั่นเองจึงเป็นเหตุให้คนรักในศิลปะ วัฒนธรรม รวมตัวกันสร้างแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมขึ้น ในชื่อว่า "ข่วงหลวงพญามังราย" โดย ชัยภัทร บำรุงธรรม สถาปนิกผู้ออกแบบข่วงหลวงพญามังราย กล่าวว่า จังหวัดเชียงรายเต็มไปด้วยวัฒนธรรม ประเพณี และเหล่าศิลปินที่มีความหลากหลาย ยิ่งเมื่อครบ 750 ของจังหวัดเมื่อปี 2555 ยิ่งทำให้รู้ว่าจังหวัดนี้มีเรื่องราวมาอย่างยาวนาน นั่นเองจึงเป็นเหตุให้เกิดโครงการรวบรวมเรื่องราวๆ ของจังหวัดเพื่อไว้ให้คนรุ่นหลังๆ ได้เรียนรู้ มีสถานที่ให้ศิลปินของจังหวัดได้มาเผยแพร่ความรู้ต่อคนรุ่นใหม่ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวให้กับนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศ
"โครงการนี้จึงเกิดขึ้นจากความร่วมมือของหลายฝ่าย ทั้ง วัดฝั่งหมิ่น สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย มูลนิธิอุทยานประวัติศาสตร์เมืองเชียงราย และโครงการนี้จะตั้งอยู่วัดฝั่งหมิ่น อ.เมือง จ.เชียงราย โดยจะมีอัตลักษณ์เมืองของจังหวัดเชียงราย ประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ ยาวนาน ขนบธรรมเนียมประเพณีที่น่าหลงใหล ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ทรงคุณค่า โดยจะนำเอาเรื่องราวเก่าๆ อันทรงคุณค่ามาเล่าใหม่ด้วยวิธีการนำเสนอที่ร่วมสมัย ให้ประชาชนทุกกลุ่มชนสามารถเข้าถึงและเข้าใจมรดกทางวัฒนธรรม ประเพณีและประวัติศาสตร์ล้านนาได้โดยง่ายพื้น" สถาปนิกเล่าที่มาที่ไป
ในขณะที่ วิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย กล่าวเสริมว่า โครงการนี้จะรวบรวมเรื่องราวความเป็นมาของจังหวัดเชียงราย วิถีชีวิต มีลานแสดงเสาไม้เล่าเรื่องเมืองเชียงราย 750 ต้น (ฉลองสมโภชน์เมือง 750 ปี) เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของเชียงรายผ่านศิลปะการแกะสลักไม้ที่สล่าของเมืองเชียงรายช่วยกันแกะสลักขึ้น พร้อมๆ กันนี้ยังเป็นแหล่งความรู้ที่สำคัญที่ไม่ใช่เพื่อคนเชียงรายเท่านั้น แต่จะเป็นแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมของคนไทยทั้งประเทศ จึงอยากให้คนไทยช่วยกันสนับสนุนในเรื่องของงบประมาณ เพราะเชื่อว่าโครงการนี้จะเป็นประโยชน์ของทุกคนจริงๆ โดยจะเริ่มดำเนินการโครงการไปเรื่อยๆ ตั้งเป้าหมายจะให้เสร็จภายใน 7 ปีนี้
นอกจากนี้ สถาปนิกผู้ออกแบบข่วงหลวงพญามังราย กล่าวด้วยความหวังว่า ข่วงพญามังรายจะรวบรวมเรื่องราวความเป็นมาของจังหวัดเชียงราย วิถีชีวิต ชาติพันธุ์ ลานแสดงเสาไม้เล่าเรื่องเมืองเชียงราย 750 ต้น แหล่งสืบสาน สร้างสรรค์งานแกะสลักและภูมิปัญญาท้องถิ่น โรงเรียนสอนแกะสลักไม้ ลานฝึกอาชีพทำตุงและโคม การแสดงศิลปวัฒนธรรมแบบแสง สี เสียง ลานดูหนังกางแปลง เนินหญ้าพร้อมเทคโนโลยีที่ทันสมัย และ สวนสาธารณะกลางเมือง เป็นต้น ด้วยเชื่อมั่นว่าศิลปิน สล่าเมืองล้านนา และบุคคลที่เกี่ยวข้องต้องการผลักดันโครงการนี้ให้สำเร็จลุล่วงได้อย่างที่ตั้งใจไว้



