
รองบประมาณอบจ.ซ่อมถนน
12 พ.ย. 2557
เปิดซองส่องไทย : รองบประมาณอบจ.ซ่อมถนน : โดย...ลุงแจ่ม
ถนนพลพิชัย ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ถนนพังเสียหาย โดยเฉพาะถนนช่วงตั้งแต่เลยหน้าสำนักงานประปาก่อนถึงมหาวิทยาลัยหาดใหญ่ มีถนนพังเป็นหลุมเป็นบ่อ ตรงนี้เป็นช่วงโค้งพอดี รถที่วิ่งมาด้วยความเร็ว เมื่อเข้าโค้งเจอหลุมบ่อเกรงว่าจะเกิดอุบัติเหตุสักวัน
เมื่อหลายวันก่อนมีเจ้าหน้าที่จากเทศบาลคอหงส์มาทำการซ่อมแซม แต่ก็ไม่ต่างจากเดิม เพราะแค่เอายางมะตอยมากลบทับเป็นจุดๆ ทำให้ถนนไม่เรียบ เป็นเนินสูงต่ำ รถวิ่งมาต้องชะลอตัว ค่อยๆ คลานผ่านไป เพราะกลัวช่วงล่างรถพัง ที่หนักกว่านั้นก็คือ ตอนนี้เป็นช่วงฤดูฝน ยางมะตอยที่กลบหลุมกลับหลุดออกมา ทำให้ถนนกลับมามีสภาพพังเหมือนเดิมอีกแล้ว อยากให้เทศบาลคอหงส์แก้ปัญหาอย่างถาวรมากกกว่านี้ ซ่อมแบบเดิมๆ อยู่ไม่นานก็พัง สิ้นเปลืองงบประมาณเปล่าๆ
คนใช้รถ
ตอบ
นายสุทธิพงษ์ บุญวงศ์ หัวหน้าฝ่ายการโยธา เทศบาลเมืองคอหงส์ ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ชี้แจงว่า อำนาจความรับผิดชอบในการบำรุงรักษาถนนพลพิชัยเป็นขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา (อบจ.สงขลา) แต่บริเวณถนนพลพิชัยช่วงที่มีการร้องเรียนอยู่ในเขตพื้นที่ของเทศบาลเมืองคอหงส์ ซึ่งเทศบาลทราบปัญหาถนนพังเสียหายเป็นหลุมเป็นบ่อ และทำการซ่อมแซมเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนเป็นการเบื้องต้น โดยจัดสรรงบประมาณจัดซื้อยางแอสฟัลต์เพื่อนำมาเทพื้นถนนที่เป็นหลุมเป็นบ่อ
สำหรับถนนพลพิชัยช่วงที่พังเสียหายเกิดการพังเสียหายประมาณ 1 ช่องจราจร รถที่สัญจรผ่านบริเวณนี้ต้องใช้ความระมัดระวังมากเป็นพิเศษ เทศบาลแก้ปัญหาโดยการนำยางแอสฟัลต์มาเทกลบหลุมบ่อ และใช้รถบดทับเพื่อให้อัดแน่นและเกาะติดพื้นถนน ซึ่งต้องทำในช่วงที่มีพื้นถนนแห้งทั้งพื้นทางและชั้นรองพื้นทาง รวมทั้งต้องมีแสงแดดเพียงพอ แต่ในพื้นที่มีฝนตกต่อเนื่อง สภาพถนนเปียกชื้น การรอให้ยางแอสฟัลต์แห้งเกาะติดถนนจึงทำได้ยาก ทำให้มีปัญหาเรื่องยางแอสฟัลต์หลุดออก
ทั้งนี้ ถนนพลพิชัยเป็นถนนที่อยู่ในความรับผิดชอบของ อบจ.สงขลา การปรับปรุงซ่อมแซมอย่างถาวร ต้องรอการจัดสรรงบประมาณของ อบจ.สงขลา เข้าดำเนินการ ซึ่งเทศบาลเมืองคอหงส์จะประสานไปยัง อบจ.สงขลา ต่อไป
ลุงแจ่ม
ครอบครองปรปักษ์ กับลูกบุญธรรม
พ่อและแม่อาศัยอยู่บนที่ดิน ซึ่งเป็นของญาติผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง มีศักดิ์เป็นป้าของพ่อ และเป็นแม่เลี้ยงของแม่
ปัจจุบันญาติท่านเสียชีวิตไปประมาณเกือบ 10 ปีแล้ว เป็นหญิงม่ายไม่มีลูก มีแต่ลูกเลี้ยง 6 คน แต่งงานไม่จดทะเบียน ตอนเสียชีวิตอายุประมาณ 80 กว่า ไม่ได้ทำพินัยกรรมเอาไว้ ซึ่งที่ดินผืนนี้มีการปลูกบ้านไว้ 3 หลัง คือ บ้านของพ่อ บ้านของญาติ (ปัจจุบันไม่มีแล้ว) และอีกหลังหนึ่งเป็นของอา ซึ่งเป็นน้องสาวของพ่อ บ้านทั้งสองหลังอาศัยอยู่บนที่ดินผืนนี้มาประมาณเกือบ 15 ปี แต่ชื่อของเจ้าของที่ดินยังเป็นของญาติที่เสียชีวิต
อยากทราบว่า ถ้าจะแบ่งที่ดินออกเป็น 2 ผืน โดยให้เป็นชื่อของพ่อและของน้าหรือเป็นของลูกๆ แต่ละคนจะต้องทำยังไงได้บ้าง และถ้าจะถือสิทธิ์ครอบครองปรปักษ์ได้ไหมค่ะ แล้วต้องดำเนินการอย่างไร อยากทราบถึงวิธีการปฏิบัติว่าต้องทำอย่างไรบ้าง อยากแบ่งที่ดินให้เสร็จ เพราะปัจจุบันพ่อและแม่ก็อายุมากแล้ว กลัวจะมีปัญหาในภายหน้า และเท่าที่ทราบมา ทางพ่อเคยสอบถามกับทางผู้ใหญ่บ้านเหมือนจะต้องส่งเรื่องฟ้องต่อศาลและต้องมีค่าใช้จ่ายสูง
วันทิพย์
ตอบ
ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชน อาจารย์ปราชญา อ่อนนาค คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำเรื่องนี้ว่า หลังจากญาติผู้นี้เสียชีวิต ก็ต้องมาดูลำดับญาติที่จะรับมรดก ได้แก่ ลูก, พ่อแม่, พี่น้องร่วมบิดามารดา, ลุงป้าน้าอา ดูว่ามีใครอยู่บ้าง แต่ถ้าไม่มีบุคคลที่ครอบครองอยู่บนที่ดินก็จะได้สิทธิที่ดีกว่า
ส่วนกรณีที่ต้องการใช้สิทธิครอบครองปรปักษ์นั้น ตามสิทธิหากครอบครองแบบเปิดเผยครบ 10 ปีก็ได้สิทธิอยู่แล้ว แต่ถ้าจะให้ดีควรทำให้เป็นทางการด้วยการร้องต่อศาลเพื่อขอใช้สิทธิในการครอบครองปรปักษ์ โดยต้องให้ทนายความช่วยดำเนินการให้ หรือจะให้ทางศูนย์ช่วยก็ติดต่อมาได้
ในกรณีนี้ไม่ได้บอกชัดเจนว่า ลูกที่เป็นบุตรบุญธรรมนั้น มีการจดทะเบียนรับรองอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ถ้ามี บุตรเหล่านี้ก็มีสิทธิในการรับมรดก คือ ที่ดินแปลงนี้ แต่ถ้าไม่มีการรับรองอย่างถูกต้องตามกฎหมาย สิทธิในการรับมรดกก็ตกไป
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ว่าบุตรบุญธรรมจะได้รับการจดทะเบียนรับรองหรือไม่ก็ตาม แต่เรื่องของการครอบครองปรปักษ์ กับ เรื่องการรับมรดกของบุตรบุญธรรม เป็นคนละเรื่องกัน ดังนั้นก็ต้องไปต่อสู้กันในศาลว่าใครจะได้ครอบครองที่ดินผืนนี้
ลุงแจ่ม



