ไลฟ์สไตล์

ข้องใจ ! บำเหน็จบำนาญกับบำเหน็จรายเดือน

ข้องใจ ! บำเหน็จบำนาญกับบำเหน็จรายเดือน

11 พ.ย. 2557

เปิดซองส่องไทย : ข้องใจ ! บำเหน็จบำนาญกับบำเหน็จรายเดือน : โดย...ลุงแจ่ม

 
                        ผมมีความข้องใจแต่ไม่รู้จะถามใคร อ่านหนังสือพิมพ์คมชัดลึก เจอคอลัมน์ "เปิดซองส่องไทย" มีถาม-ตอบ จบวันเดียวเลย จึงอยากให้ลุงแจ่มเป็นสื่อกลาง ช่วยถามกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ให้ผมด้วย ผมมีความข้องใจและมีปัญหากับ คำว่า บำเหน็จบำนาญ และบำเหน็จรายเดือน นั้นแตกต่างกันอย่างไร
 
                        ผมจะเล่าประวัติโดยสังเขปของตัวผมดังนี้ ผมรับราชการเป็นลูกจ้างประจำของสถานศึกษาของรัฐแห่งหนึ่ง เกษียณอายุเมื่อ พ.ศ.2553 และผมรับเงินแบบบำเหน็จบำนาญ แต่กรมบัญชีกลาง กลับเรียกว่า บำเหน็จรายเดือน (เป็นลูกจ้างประจำ) เมื่อเดือนกรกฎาคม 2557 ที่ผ่านมา คำสั่งของ คสช.ได้ประกาศว่า ผู้รับเงินเดือน บำเหน็จบำนาญต่ำกว่า 9,000 บาท ให้ได้รับเป็น 9,000 บาททุกคน ปัจจุบันผมรับบำเหน็จรายเดือน เดือนละ 7,500 กว่าบาทเท่านั้นเอง ยังได้ไม่ถึง 9,000 บาทเลย หรือคำว่าบำเหน็จรายเดือนไม่มีสิทธิรับเพิ่ม
 
                        จึงอยากทราบว่า บำเหน็จบำนาญ และบำเหน็จรายเดือน นั้น แตกต่างกันอย่างไร เพราะอะไรถึงต้องแตกต่างกันด้วย ก่อนเกษียณผมมีสิทธิเบิกได้ทุกอย่างเหมือนข้าราชการทั่วๆ ไป ค่าเล่าเรียนบุตร ค่ารักษาพยาบาล ภรรยา ลูก สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลได้หมด หลังจากเกษียณแล้วเบิกอะไรไม่ได้เลย แม้แต่ตัวเองเข้าโรงพยาบาลยังต้องไปทำบัตรผู้สูงอายุใช้เลย นี่หรือลูกจ้างประจำของรัฐที่ทุ่มเททำงานให้แก่รัฐมาทั้งชีวิต
 
                        วิงวอนท่านหัวหน้า คสช. ท่านนายกรัฐมนตรี ช่วยสั่งกระทรวงการคลัง หรือกรมบัญชีกลางให้ด้วยเถิดว่าให้ได้รับเงินตามที่มีคำสั่งของ คสช. เพราะจะทำให้ผมมีรายได้เพิ่มขึ้นอีกนิดหน่อยก็ยังดี
 
                        ผมเคยโทรไปถาม 1111 ก็มีเสียงผู้หญิงรับสาย พูดว่าขออภัยเจ้าหน้าที่กำลังทำงานอยู่ ผมโทรไปหลายครั้งแล้วก็เป็นอย่างนี้ทุกครั้ง ซึ่งทำให้ผมต้องเสียเงินกับการโทรศัพท์ถาม 1111 อยู่หลายบาทเหมือนกัน และก็ไม่ได้ทำให้ผมได้เข้าใจอะไรเลย ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะโกหกกันทำไม
 
 
ประเสริฐ
 
 
ตอบ
 
 
                        กรมบัญชีกลาง พิจารณาแล้วขอเรียนชี้แจง ดังนี้
 
                        1.สิทธิในบำเหน็จบำนาญเป็นเงินที่จ่ายเพื่อตอบแทนความชอบให้แก่ข้าราชการเมื่อออกจากราชการตามพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2494 และพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2539 ส่วนบำเหน็จรายเดือนเป็นเงินที่จ่ายให้แก่ลูกจ้างประจำที่ออกจากงาน ซึ่งเดิมระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยบำเหน็จลูกจ้าง พ.ศ.2519 กำหนดให้ลูกจ้างประจำที่ออกจากงานมีสิทธิได้รับเฉพาะบำเหน็จซึ่งเป็นเงินก้อนที่จ่ายเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ไม่มีสิทธิได้รับบำนาญเหมือนเช่นข้าราชการ 
 
                        แต่ปัจจุบันได้มีการปรับปรุงแก้ไขสิทธิประโยชน์ของลูกจ้างประจำที่ออกจากงานแล้วให้เพิ่มมากขึ้น โดยระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยบำเหน็จลูกจ้าง (ฉบับที่ 8) พ.ศ.2552 กำหนดให้ลูกจ้างประจำที่ออกจากงานและมีเวลาทำงานไม่น้อยกว่า 25 ปีบริบูรณ์ และมีสิทธิได้รับบำเหน็จปกติแล้วสามารถแสดงความประสงค์ขอรับบำเหน็จรายเดือนแทนได้ โดยบำเหน็จรายเดือนจะคำนวณจากบำเหน็จปกติหารด้วย 50 และจะจ่ายให้ต่อเนื่องไปทุกเดือนจนกว่าผู้รับบำเหน็จรายเดือนจะถึงแก่ความตาย บำเหน็จรายเดือนจึงมิใช่บำนาญ สิทธิของผู้รับบำเหน็จรายเดือนจึงมีความแตกต่างกับสิทธิในบำนาญของข้าราชการในบางประการ
 
                        2.อย่างไรก็ดีแม้บำเหน็จรายเดือนจะมิใช่บำนาญ แต่รัฐบาลก็ได้ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ผู้รับบำเหน็จรายเดือนมีสิทธิที่ใกล้เคียงกับผู้รับบำนาญเพิ่มขึ้นแล้วหลายประการ ได้แก่ 
 
                        การกำหนดให้ในกรณีที่ผู้รับบำเหน็จรายเดือนถึงแก่ความตาย ทายาท มีสิทธิได้รับบำเหน็จตกทอดจำนวน 15 เท่าของบำเหน็จรายเดือนที่ได้รับอยู่ได้ ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยบำเหน็จลูกจ้าง (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2554 และการกำหนดให้ผู้รับบำเหน็จรายเดือนสามารถนำสิทธิในบำเหน็จตกทอดไปใช้เป็นหลักทรัพย์ในการค้ำประกันการกู้เงินกับสถาบันการเงินได้ ตามระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยบำเหน็จลูกจ้าง (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2557 แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับลูกจ้างประจำ จึงได้ดูแลให้ได้รับค่าตอบแทน สวัสดิการและสิทธิประโยชน์ต่างๆ อย่างเหมาะสมและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด
 
                        สำหรับข้อร้องเรียนให้มีการปรับบำเหน็จรายเดือนเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกับการปรับเงินเดือน หรือเงินค่าครองชีพให้แก่ข้าราชการหรือผู้รับบำนาญนั้น เนื่องจากการดำเนินการดังกล่าวจะมีผลกระทบกับภาระงบประมาณในระยะยาว จึงจำเป็นต้องมีการศึกษาถึงความเป็นไปได้โดยละเอียดก่อน 
 
                        อย่างไรก็ดี กรมบัญชีกลาง ขอรับข้อเสนอแนะดังกล่าวไว้เป็นข้อมูล เพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป
 
 
ลุงแจ่ม
 
 
 
สามี(ตัวดี)อยากหย่า
 
 
                        มีเรื่องอยากทราบค่ะ คือ ดิฉันแต่งงานกับสามีอยู่กินกันมาได้ 5 ปี จดทะเบียนสมรสกันด้วย แต่เราไม่มีลูกด้วยกัน แรกๆ ที่อยู่ด้วยกันเขาก็เป็นคนดี เพิ่งมาเริ่มออกลายเจ้าชู้ก็เมื่อ 1 ปีที่ผ่านมา แรกๆ ดิฉันก็ไม่สงสัย พอเริ่มผิดสังเกตมากเข้าดิฉันก็เลยเริ่มจับผิดและรู้ว่าสามีเริ่มมีผู้หญิงอื่น พอถามก็มีปากเสียงกัน ทั้งที่ก่อนหน้านั้นเราไม่เคยทะเลาะกันเลย หลังๆ ในช่วง 1 ปีนี้ สามีเริ่มมีพฤติกรรมเปลี่ยนไปมากจนดิฉันเริ่มรับไม่ได้ ทำให้ต้องหนีกลับไปอยู่ที่บ้านแม่ตัวเองบ่อยๆ เพราะเขาไม่ค่อยกลับบ้าน บางครั้งหายไป 2-3 วัน แรกๆ เขาก็มาตามกลับบ้าน แต่หลังๆ ไม่สนใจเลย
 
                        ตอนนี้ดิฉันรู้สึกเอือมระอาสามีมาก เลยคิดว่าอยากจะขอหย่า จึงอยากทราบว่า ถ้าดิฉันขอหย่า แล้วสามีไม่ยอม ดิฉันจะฟ้องหย่าได้ไหม หรือควรจะปล่อยไว้อย่างนี้ก่อนแล้วค่อยฟ้องหย่าทีหลังดี
 
 
กวินนา
 
 
ตอบ
 
 
                        ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชน อาจารย์ชลธิชา สมสอาด คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำว่า เรื่องการจะหย่านั้น กรณีที่คุณเล่ามา ดูแล้วถ้าเจรจรกันแล้วสามีไม่ยินยอมหย่าให้ เรื่องราวที่เกิดขึ้นมีเพียงทะเลาะกัน ไม่เข้าใจกัน และคุณก็ไปอยู่บ้านแม่ของตัวเอง ซึ่งดูจากข้อมูลแล้ว ไม่มีน้ำหนักพอที่จะเป็นเหตุให้คุณอ้างเพื่อฟ้องหย่าได้ ทางที่ดีแนะนำว่า ควรเจรจากับสามีด้วยการพูดคุยก่อนที่จะฟ้องหย่า เพราะถ้าต่างคนต่างไม่อยากอยู่ร่วมกัน การเจรจาก็อาจจะเป็นเรื่องที่ง่ายกว่าต้องมาฟ้องร้อง ซึ่งต้องใช้ระยะเวลา 
 
                        แต่ถ้าตกลงกันไม่ได้จริงๆ แม้เหตุที่คุณจะใช้ฟ้องหย่าไม่หนักแน่น จนเป็นเหตุผลเพื่อขอหย่าได้ และถ้าคุณสมัครใจที่จะเป็นฝ่ายทิ้งร้างสามี โดยย้ายมาอยู่ที่บ้านแม่ของตัวเอง ขณะเดียวกันสามีก็ไม่ตามมาอีกเลย ถ้าปล่อยให้เป็นเช่นนี้อยู่ 3 ปี คุณก็สามารถฟ้องหย่าได้ โดยอ้างเหตุทิ้งร้างด้วยความสมัครใจ เป็นเหตุแห่งการฟ้องหย่า
 
                        และในขณะที่คุณทิ้งร้างสามีมาอยู่บ้านแม่ของตัวเองด้วยความสมัครใจ ถ้าสามีต้องการหย่าขาดจากคุณ เพราะเห็นว่าไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้ว หลังจากที่คุณทิ้งร้างสามีมาได้ 1 ปี สามีก็มีสิทธิที่จะฟ้องหย่าจากคุณได้เช่นกัน โดยอ้างเหตุทิ้งร้าง เพื่อเป็นเหตุของการฟ้องหย่า
 
 
ลุงแจ่ม