ไลฟ์สไตล์

สารพัดโรคระบาดในสัตว์มากับหนาว

สารพัดโรคระบาดในสัตว์มากับหนาว

10 พ.ย. 2557

มหันตภัยใกล้ตัวผู้เลี้ยงสัตว์เศรษฐกิจสารพัดโรคระบาดในสัตว์มากับหนาว : ดลมนัส กาเจ

            ทุกครั้งที่เป็นช่วงต่อของการเปลี่ยนแปลงฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นช่วงปลายฤดูร้อนเข้าสู่ต้นฤดูหนาว หรืออย่างปัจจุบัน ซึ่งอยู่ในช่วงปลายหน้าฝนต้นหนาว ถือเป็นช่วงที่สภาพภูมิอากาศมีการเปลี่ยนแปลง ทำให้สัตว์เลี้ยงของเกษตรกรปรับความสมดุลของร่างกายไม่ทัน ขณะเดียวกันในช่วงดังกล่าว โดยเฉพาะต้นฤดูหหนาวจะมีโรคระบาดในสัตว์เลี้ยงมากมาย ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเกษตรกรที่มีอาชีพด้านปศุสัตว์ทั้งสัตว์บกและสัตว์น้ำ     

            หากดูข้อมูลจากสำนักควบคุม ป้องกันและบำบัดโรคสัตว์ กรมปศุสัตว์ ที่เคยประกาศเตือนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ให้เฝ้าระวังและควบคุมโรคระบาดสัตว์ที่พบบ่อยในฤดูหนาว เนื่องจากสภาพภูมิอากาศมีความแปรปรวน มีฝนตก อุณหภูมิลดลง ส่งผลให้สัตว์ต่างๆ เช่น โค กระบือ แพะ แกะ สุกร เกิดความเครียด และมีผลต่อระดับภูมิคุ้มกัน ทำให้ร่างกายสัตว์อ่อนแอ โดยเฉพาะสัตว์ที่ต้องเดินทาง หรือเคลื่อนย้ายจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง ซึ่งอาจเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้โรคระบาดต่างๆ แพร่กระจายไปยังพื้นที่อื่นได้อีกด้วย

            สารพัดโรคทั้งสัตว์บกและสัตว์ปีก

            สำหรับโรคระบาดที่พบมากที่สุดในช่วงต้นฤดูหนาว อันดับแรกในสัตว์ใหญ่ ได้แก่ โรคปากและเท้าเปื่อย (FMD)ใน โค กระบือ แพะ แกะ สุกร ซึ่งสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจของประเทศอย่างมหาศาล, โรคเฮโมเรยิกเซฟติกซีเมีย หรือโรคคอบวม มักจะเกิดกับโค แพะ แกะ ม้า อูฐ กวาง และช้าง สาเหตุเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ที่สามารถอยู่ในระบบทางเดินหายใจสัตว์ปกติได้ และโรคพี อาร์ อาร์ เอส หรือ โรคเพิร์ส เป็นโรคที่ทำให้เกิดกลุ่มอาการทางระบบสืบพันธุ์ และระบบทางเดินหายใจของสุกร ดังนั้นเกษตรกรควรทำความรู้จักกับโรคระบาดเหล่านี้ด้วย

            ส่วนโรคในสัตว์น้ำ โดยเฉพาะปลา ไม่ว่าจะเป็นปลาช่อน ปลาตะเพียน ปลาสร้อย ปลากระสูบ ปลาแรด ปลาสลิด ที่ระบาดในช่วงที่มีอุณหภูมิต่ำ คือ โรคแผลเน่าเปื่อย ที่เกิดจากเชื้อรา (Aphanomyces invadans) ที่มีคุณสมบัติพิเศษ โดยสามารถชอนไชเข้าไปในกล้ามเนื้อปลาทะลุไปถึงอวัยวะภายในของปลาได้ โดยมีกลไกที่จะเกิดโรคที่สลับซับซ้อน จากเชื้อโรคชนิดอื่นๆ อาทิ ปรสิต แบคทีเรีย และไวรัส นอกจากนี้ยังมีโรคตัวด่าง โรคเคเอชวี เป็นต้น

โรคคอบวมพบแล้วที่เชียงราย

            ล่าสุดกรมปศุสัตว์ได้รับรายงานว่า มีกระบือตายจำนวนมากในท้องที่หมู่ 1 ต.ดอนศิลา อ.เวียงชัย จ.เชียงราย จากการไปตรวจสอบพบว่า เป็นพื้นที่เลี้ยงสัตว์ใกล้หนองน้ำขนาดใหญ่ มีกระบือที่เลี้ยงปล่อยในพื้นที่ทั้งหมด 516 ตัว โคเนื้อ 30 ตัว มีกระบือตายอย่างเฉียบพลัน 20 ตัว เป็นกระบือที่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีนเฮโมรายิกเซพติซีเมีย คาดว่าสาเหตุเกิดจากเป็นโรคเฮโมรายิกเซพติซีเมีย หรือโรคคอบวม เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่พบอยู่ในระบบทางเดินหายใจของสัตว์ปกติ ไม่ติดต่อสู่คนแต่อย่างใด

            อย่างไรก็ตาม กรมปศุสัตว์คาดว่าจะสามารถคุมการระบาดของโรคได้ภายใน 10 วัน  และเฝ้าระวังโรคต่อเนื่องอีก 21 วัน และเพื่อเป็นการป้องกันความเสียหายจากโรคคอบวม จึงขอความร่วมมือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคให้แก่กระบือ และโคที่มีอายุตั้งแต่ 4 เดือนขึ้นไป พร้อมให้สังเกตอาการโค กระบือด้วย หากพบสัตว์แสดงอาการป่วยให้แจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอ หรือปศุสัตว์จังหวัดทันที

ระดมเจ้าหน้าที่แนะนำผู้เลี้ยงสัตว์น้ำ

            ขณะที่กรมประมงก็ประกาศเตือนเกษตรกรผู้เลี้ยงปลา ให้ระวังโรคระบาดปลาช่วงที่อากาศแปรปรวน เนื่องจากจะส่งผลกระทบต่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ พร้อมสั่งเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำแนวทางป้องกันแก้ไขแก่เกษตรกรเพื่อป้องกันก่อนที่เกษตรกรจะได้รับความเสียหาย

            ดร.จุมพล สงวนสิน อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า จากสภาวะอากาศที่แปรปรวนมีฝนตกหนักสลับกับอากาศร้อน หรือบางพื้นที่เริ่มมีอากาศหนาว ทำให้อุณหภูมิของน้ำในรอบวันแตกต่างกันมาก ส่งผลให้คุณภาพน้ำลดต่ำลง ทั้งทางชีวภาพ กายภาพ และเคมีเกิดการเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพปลาเป็นอย่างมาก เนื่องจากปลาเป็นสัตว์เลือดเย็น อุณหภูมิของร่างกายเปลี่ยนแปลงไปตามอุณหภูมิของน้ำ

            "ในช่วงปลายฝนต้นหนาว ประมาณเดือนพฤศจิกายน น้ำจะมีอุณหภูมิต่ำเป็นเหตุทำให้เชื้อโรคหลายชนิดเจริญเติบโตและแพร่กระจายได้ดี โดยเฉพาะโรคอียูเอส โรคตัวด่าง และโรคไวรัสเคเอชวี ซึ่งส่งผลกระทบต่อเกษตรกรที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ กรมประมงได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ให้คำแนะนำแก่เกษตรกรแล้ว โดยเบื้องต้นขอให้เกษตรกรปฏิบัติตามคำแนะนำเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น" ดร.จุมพล กล่าว

            จากปัญหาโรคระบาดที่เคยเกิดขึ้นกับสัตว์เศรษฐกิจของเกษตรกร จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับเกษตรกรที่เลี้ยงสัตว์เศรษฐกิจทั้งสัตว์บก สัตว์ปีก และสัตว์น้ำต้องดูแลในเรื่องของอาหารที่เหมาะสมกับสัตว์เลี้ยงในช่วงนี้ก่อน อีกทั้งการปรับอุณหภูมิให้เหมาะสมกับโรงเลี้ยงให้เหมาะก่อนที่จะได้รับความเสียได้ในช่วงนี้
......................

ล้อมกรอบ
วิธีป้องกันโรคระบาดสัตว์น้ำ

            จากปัญหาโรคระบาดในสัตว์น้ำช่วงอุณหภูมิต่ำในหน้าหนาว กรมประมงแนะนำในการปฏิบัติดังนี้

            1.ลดปริมาณอาหารที่จะให้ลง 10-15% เพราะปลากินอาหารน้อยลง

            2.เสริมวิตามินซีในอาหาร 1-2%

            3.หากมีปลาป่วย ควรแยกออกไปเลี้ยงและรักษาต่างหาก หรือทำลายทิ้ง

            4.ช่วงต้นฤดูหนาวมีโอกาสสูงที่จะมีปรสิตภายนอกมาเกาะตามตัวและเหงือกปลา ดังนั้นควรมีการป้องกัน เช่น ในกระชังปลาควรใช้ด่างทับทิม 1 ช้อนชา ห่อด้วยผ้าหนาๆ ถ่วงด้วยหิน แช่น้ำลึกประมาณ 30 ซม. ผูกตามมุมกระชังหรือด้านเหนือน้ำ เพื่อป้องกันปรสิตภายนอก

            5.หากกระชังปลาอยู่ในบริเวณน้ำตื้น ควรย้ายลงไปอยู่ที่บริเวณน้ำลึก

            6.ในบ่อดิน นำเกลือแกงมาละลายน้ำสาดให้ทั่วบ่อ ประมาณ 20-80 กก.ต่อไร่ หรือ ปูนขาว ในอัตรา 60-100 กก.ต่อไร่

            7.หากพบว่าน้ำในบ่อเริ่มเน่าเสีย โดยสังเกตว่ามีก๊าซผุดขึ้นมาจากพื้นบ่อ ให้ใช้เกลือสาดบริเวณดังกล่าว ประมาณ 200-300 กก.ต่อไร่

            8.ในสภาวะที่อากาศเย็นทำให้น้ำมีอุณหภูมิต่ำกว่าปกติ ไม่ควรสูบน้ำออกจากบ่อ และไม่ควรย้ายหรือลำเลียงปลาไปที่อื่นๆ ด้วย

            หากพบมีปลาป่วยให้รีบแจ้งสำนักงานประมงจังหวัด ศูนย์วิจัยฯ หรือสถานีประมงฯ ที่อยู่ในพื้นที่นั้นๆ หรือแจ้งมายังสถาบันวิจัยสุขภาพสัตว์น้ำจืด กรุงเทพฯ โทร.0-2579-4122