ไลฟ์สไตล์

กินอยู่อย่าง 'คิสโซะ' ฮอกไกโดไม่ไกลเกินเอื้อม

กินอยู่อย่าง 'คิสโซะ' ฮอกไกโดไม่ไกลเกินเอื้อม

09 พ.ย. 2557

ชวนชิม : กินอยู่อย่าง 'คิสโซะ' ฮอกไกโดไม่ไกลเกินเอื้อม

 
                            ก่อนจะถึงช่วงฤดูหนาวจับใจ เหล่าใบไม้ต่างพากันผลัดใบโรยรา เปล่งสีสันทั้งแดง เหลือง ส้ม สดใสแบบไม่ยอมน้อยหน้ากัน  บรรยากาศแบบนี้ชวนให้นึกถึงสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตอยากฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น ที่ตอนนี้คงกำลังปลดปล่อยมนต์เสน่ห์ให้นักท่องเที่ยวมาสัมผัสอย่างคึกคัก  และไฮไลท์ของฮอกไกโดก็อยู่ที่อาหารทะเลสดนั่นแหละค่ะ รับรองใครได้ชิมก็ต้องปลื้มปริ่ม นึกภาพเนื้อปลาแล่สดๆ รสหวานเคล้ากลิ่นทะเลกรุ่นๆ และปูตัวโตเนื้อหวานฉ่ำแล้วก็ชวนเคลิ้มและน้ำลายสอขึ้นมาทันที เอาล่ะ...ว่าแล้วเห็นทีต้องไปชิมซะหน่อย รีบเดินทางออกไปใจกลางกรุงเทพฯ ลงรถไฟฟ้าสถานีอโศก หรือใต้ดินสถานีสุขุมวิท ใช้เวลาอีก 3 นาทีก็ถึงแล้วค่ะ  ย้ำว่าไม่ผิด แค่ 3 นาทีเท่านั้น! ก็ถึงแหล่งอาหารฮอกไกโดชั้นเลิศกลางกรุง ที่ห้องอาการ "คิสโซะ"  โรงแรมเดอะเวสทิน แกรนด์ สุขุวิท ทันที 
 
                            แม้จะอยู่ในไทยแต่เรื่อง ฮอกไกโด ซีฟู้ด ก็ไม่ต่างเพราะวัตถุดิบถูกส่งตรงมาสดๆ จากฮอกไกโด เรียกได้ว่าที่โน่นจับอะไรมาได้ก็ถูกแบ่งมาถึงเมืองสยามอย่างเร็ว ความสดส่งตรงนี้ได้มาจากความชำนาญการและใส่ใจเรื่องรสชาติดั้งเดิมของเชฟประจำห้องอาหาร ชินสุเกะ โยเนะกาว่า ที่จัดการเลือกบริษัทขนส่งของทะเลสดๆ และตรวจสอบคุณภาพด้วยตนเอง พร้อมนำมาปรุงเป็นรสแดนอาทิตย์อุทัยแบบดั่งเดิม ส่วนบรรยากาศร้านมีถังสาเกวางเรียงอยู่หน้าทางเข้า ภายในมีฟอร์นิเจอร์ไม้อบอุ่นให้เลือกทั้งโซนบาร์พร้อมสั่งซาซิมิต่างๆ โซนนั่งชิลตกแต่งด้วยโคมไฟร่วมสมัย และห้องส่วนตัวแบบนั่งบนเสื่อทาทามิ หรือห้องโต๊ะเก้าอี้เหมือนอยู่ในบ้านอบอุ่นหลายห้อง รองรับครอบครัวหรือคณะที่มากันเยอะๆ เลือกเอาเลยตามใจชอบ 
 
                            ได้ทีนั่งลงตัวแล้ว คราวนี้ก็มาสำรวจวัตถุดิบสดจากฮอกไกโดกันบ้าง  เชฟยกมาให้ดูก่อนปรุงว่ามีทั้งหมด 7 อย่าง  ได้แก่ ปลากิงกิ ปลากะพงแดงญี่ปุ่น หอยเชลล์ญี่ปุ่น ไข่หอยเม่น ไข่ปลาแซลมอน  และปูหิมะ ส่งตรงมาพร้อมกันทุกวัน ลองมองดูใกล้ๆ ตาปลายังใสปิ๊ง หอยยังอวบขาว และปูเนื้อยังฟูน่ากิน จากนั้นก็เลือกได้เลยว่าจะให้เชฟทำเป็นเมนูอะไรบ้าง โดยวันนี้ขอเลือกนำไปปรุงเป็น  "กิงกิ นิสึเกะ" หรือ ปลากิงกินึ่งซอสหวาน จากปลาสีแดงตาใสๆ เชฟเอามานึ่งกับซอสสูตรเฉพาะได้รสนุ่มหวาน เคล็ดลับอยู่ตรงที่มาของตัวปลาที่เชฟเลือก ต้องมาจากการตกทีละตัวด้วยเบ็ดเท่านั้น วิธีนี้จะทำให้เนื้อปลาไม่บอบช้ำเหมือนการจับด้วยแห เมื่อมาทำอาหารจะได้เนื้อปลานุ่มมีน้ำชุ่มฉ่ำทุกส่วนและไม่คาวปาก  
 
                            ต่อด้วยเมนู "ซีฟู้ดรวมย่าง" ที่นำวัตถุดิบปู ปลา และหอย มาย่างไฟในเวลาพอเหมาะ ทาซอสญี่ปุ่นให้ซึมเข้าเนื้อและย่างไฟต่ออีกนิด ไม่สุกจนแข็งยังคงมีน้ำชุ่มฉ่ำ และการรับประทานคืออย่าถามหาน้ำจิ้มไม่มีให้นะคะเพราะเขาปรุงเสร็จอร่อยในตัวอยู่แล้ว  ทานของสุกเสร็จก็แวะมาชิม "ฮอกไกโด ทาท่าร์ ซาซิมิ" เนื้อหอยเชลล์กับปลาแซลมอน และกุ้งหวานสดหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ คลุกไข่แดง น้ำมันมะกอกนิดหน่อย แล้วลิ้มรสมันหวานๆ ของวัตถุดิบทะเลสดได้ถึงรส  แล้วกลับมาตัก "หอยเชลล์ชุบเกล็ดขนมปังทอด" สักชิ้น ที่เน้นว่าต้องทานกับซอสอะโวคาโดทาท่าร์ สูตรนี้จะช่วยชูรสหวานนุ่มของหอยเซลล์ได้ดี รสอะโวคาโดกับมายองเนสนั้นนุ่มละมุนชวนให้เคี้ยวเพลินและหมดจานอย่างรวดเร็ว  ปิดท้ายของคาวที่ "ปลากระพงแดงทอดเกลือราดซอสพอนสึ" ตัวปลามีสีเหลืองทอง หนังกรอบเนื้อนุ่มเพราะผ่านการทอดอย่างชำนาญไม่อมน้ำมัน แม้ลองชิมเป็นเมนูท้ายๆ ก็ไม่มีคราบมันเลอะออกมาจากตัวปลา เห็นมีแต่ซอสพอนสึรสเปรี้ยวหวานแถมยังหอมปลาโอแห้งราดอยู่บางๆ เท่านี้ก็อร่อยหม่ำได้เกือบทั้งตัว
 
                             ทานจนท้องเริ่มตึง เลยของตบท้ายด้วยไอศกรีมวานิลลา และชาเขียว มีท็อบปิ้งทั้งถั่วแดง ช็อคโกแลต วุ้นหวานนิ่มๆ อยู่พูนถ้วย ใครรักของหวานต้องร้องว้าว...และรีบกินให้หมด เพราะที่นี่ทำแบบโฮมเมด ละลายเร็วแต่อร่อยเหาะ สำหรับเทศกาลอาหารวัตถุดิบจากฮอกไกโดทางร้านจะนำเข้ามาจนถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายนนี้เท่านั้น สัมผัส (รสชาติ) ญี่ปุ่นแท้ๆ ใจกลางกรุงเทพฯ ได้ทุกวัน  เวลา 12.00-14.30 น. และ 18.00-22.30 น. ติดตามเทศกาลอาหารต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่  www.kissobangkok.com