
อนุรักษ์อาหารไทยด้วยเมนูต้นตำรับ
07 พ.ย. 2557
สังคม : อนุรักษ์อาหารไทยด้วยเมนูต้นตำรับ
กะทิ…เติบโตมาเคียงคู่กับสังคมไทยในหลายยุคหลายสมัย และถือเป็นวัตถุดิบหลักที่อยู่คู่ครัวไทยมาช้านาน อีกทั้งยังเป็นส่วนผสมที่สรรค์สร้างให้อาหารไทยทั้งคาวหวานครบรสอย่างลงตัวอีกด้วย และล่าสุดอาหารไทยที่ปรุงแต่งด้วยวัตถุดิบหลักจากกะทิ ก็ได้ไปสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยอีกครั้ง โดยกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ และสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ได้จัดงานไทยแลนด์ วีก และงานกาลาดินเนอร์อะเมซิ่ง ไทย คูลซีน นำทีมโดย "เชฟเคณฑ์" อาณณฑ์ มะซังหลง มาสเตอร์เชฟซึ่งรับผิดชอบส่วนจัดเลี้ยงของสำนักราชวงศ์ไทย พร้อมด้วยเชฟทางด้านขนมหวาน "เชฟชล" กฤตยวรรณ ได้ร่วมนำเสนออาหารหกคอร์สพร้อมด้วยขนมไทยหายาก โดยใช้กะทิแท้ อัมพวา เป็นส่วนผสมหลักในการปรุง
โดยในช่วงงานเลี้ยงอาหารค่ำ "เชฟเคณฑ์" อาณณฑ์ มาสเตอร์เชฟคนดังยังได้ร่วมเผยเคล็ดลับการทำอาหารไทยและทั้งเล่าถึงประโยชน์จากกะทิ ว่า คนไทยและอาหารไทยนั้นโตมากับกะทิ เพราะนอกจากเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม และแสงไฟที่ให้ความอบอุ่นกับร่างกายเราแล้ว อาหารที่มีส่วนผสมของกะทินี่แหละที่มีส่วนช่วยให้ร่างกายเราอบอุ่นมากยิ่งขึ้น ดังนั้นอาหารไทยทุกอย่างที่ใช้กะทิก็จะเจริญเติบโตคู่กับสังคมไทยเรื่อยมา ตั้งแต่สมัยก่อนไม่ว่าจะเป็นหลนปลาร้า แกงเผ็ด แกงมัสมั่น มาจนถึงปัจจุบันถ้าจะให้อาหารอร่อยแบบครบรสก็ยังต้องใช้กะทิ และไม่ใช่แค่บ้านเราที่ใช้กะทิ อาหารบางอย่างฝรั่งก็เลือกที่จะใช้กะทิเช่นกัน ไม่ใช้เนยหรือครีมของบ้านเขา เพราะกะทิย่อยสลายในร่างกายง่ายกว่านมและเนยที่ชาวยุโรปกินกัน ดังนั้นความเชื่อที่ว่ากินกะทิแล้วอ้วนก็ไม่จริงเสมอไป เวลาที่ต้องไปประชุม หรือไปงานต่างๆ ที่ต่างประเทศ จะเลือกทำอาหารที่ใช้กะทิเป็นหลัก เพื่อให้ต่างชาติรู้ว่ารากหรือแก่นของคนไทยมาจากกะทิ
พร้อมกันนี้ "เชฟเคณฑ์" ยังเผยเคล็ดลับเมนูหลักข้าวผัดต้มข่าไก่ซึ่งมีเคล็ดลับวิธีการทำง่ายมาก เริ่มจากแยกส่วนด้วยการทำต้มข่าก่อน โดยเลือกใช้ข่าแก่ในการต้ม เริ่มตั้งแต่เทกะทิใส่หม้อ นำข่าแก่ใส่ลงไป ตั้งจนกะทิเดือด จากนั้นเราก็กรองแต่น้ำเอาข่าแก่ทิ้งไป และเอาข่าอ่อนใส่กลับเข้ามา จากนั้นเอาตะไคร้ หอมแดง รากผักชี ทุบใส่ ตามด้วยเกลือที่จะช่วยดึงรสชาติของสิ่งเหล่านี้ออกมา น้ำมันจากผักก็จะออกมาผสมกับกะทิทำให้มีรสชาติมากขึ้น หลังจากนั้นเอากุ้งใส่ลงไปในน้ำต้มกะทิ กะให้พอสุกประมาณ 70% แล้วยกขึ้น พออุณหภูมิเย็นลง กุ้งก็จะสุก 100% พอดี จากนั้นเราก็กรองเก็บน้ำกะทิไว้ ในส่วนของข้าว เชฟเลือกใช้ข้าวไรซ์เบอร์รี่ โดยนำข้าวมาแช่น้ำประมาณ 1 ชั่วโมง และซาวข้าว ต้มน้ำให้เดือดใส่เกลือลงไปเล็กน้อย นำข้าวลงไปต้มให้สุกประมาณ 70% ลักษณะจะเหมือนหุงข้าวเหนียวดำ กรองน้ำทิ้งเหลือแต่ข้าว ผึ่งให้เย็น จากนั้นเอาข้าวใส่หม้อ เอากะทิที่ผสมเรียบร้อยแล้วใส่ผัดกับข้าว ถ้าชอบรสเผ็ดหน่อย ตอนต้มกะทิอาจทุบพริกใส่ลงไป เสร็จแล้วผัดจนข้าวเริ่มแห้ง แต่ไม่แห้งมาก พอแฉะๆ เหมือนรีซอตโต ก็นำมาจัดใส่จาน เคียงด้วยต้นหอมซอย ผักชี กุ้งวางด้านบน เป็นอันเรียบร้อย



