ไลฟ์สไตล์

ชวนชิม : ไอเดีย+ฝีมือล้วนๆ ชวนโอชา

ชวนชิม : ไอเดีย+ฝีมือล้วนๆ ชวนโอชา

02 พ.ย. 2557

ชวนชิม : ไอเดีย+ฝีมือล้วนๆ ชวนโอชา

 
                             ที่ว่าอาหารอร่อยต้องอาศัยวัตถุดิบชั้นดี ปรุงอย่างพิถีพิถัน พร้อมทั้งจัดวางอย่างละเมียดละไม กลายเป็นสมการไม่ง่ายที่ร้านอาหารไม่ว่าชาติไหนต้องผลักดันตัวเองไปให้ถึง ซึ่งคนที่ลงมือแก้โจทย์นี้ให้เป็นจริงได้ก็เหล่าพ่อครัวแม่ครัวหลังร้านนั่นเอง อย่างร้านอาหารไทยที่จะพาไปทำความรู้จักวันนี้ชื่อสั้นๆ  "โอชา" สรรพคุณเรื่องความเด็ดสำหรับใครที่เคยได้ลิ้มลองคงไม่ต้องสาธยายมาก ไม่อย่างนั้นคงไม่ปักหลักอยู่ยาวสาขาแรกๆ ที่ซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา ด้วยเชฟไม่เคยหยุดคิดขยันสรรหาความแปลกใหม่มาเชิญชวนให้ลูกค้าตื่นตาตื่นลิ้นได้เสมอ
 
                             แรกสัมผัสโอชาสาขากรุงเทพฯ ริมถนนวิทยุ บรรยากาศและการตกแต่งหรูหราอลังการชนิดที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นร้านอาหารไทย เฟอร์นิเจอร์โทนสีเข้มยกมาวางอย่างเป็นระเบียบ ตัดกับสีเหลืองอร่ามจากทองคำบริสุทธิ์ที่ประดับประดาไว้ตามส่วนต่างๆ กว่าค่อนร้าน ที่ผนังบางมุมยังสะดุดกับลวดลายไทยอันวิจิตร โดยเฉพาะบริเวณบันไดวนขึ้นชั้นสองมีแชนเดอเลียร์รูปชฎาขนาดใหญ่สั่งทำขึ้นมาเป็นพิเศษ ยามต้องแสงไฟสีเหลืองทองสว่างไสวเป็นประกายระยิบระยับชวนมอง ใส่ใจทุกกระเบียดนิ้วเหมือนกับอาหารที่ปรุงอย่างมีเอกลักษณ์ โดยเชฟใหญ่ดีกรีระดับมิชลินสตาร์ประสบการณ์ 17 ปีจากลอนดอน "เชฟหนุ่ม" ธนินธร จันทรวรรณ ไม่แปลกเลยที่เขาจะปลุกปั้นอาหารให้ออกมาในแนวคิด “เดอะ เบสท์ ออเธนติค ไทย วิธ โมเลคูล่า ทวิสท์” ซึ่งการทำอาหารสไตล์ โมเลคูล่า กาสโทรโนมี คือศาสตร์การทำอาหารที่นำเอาหลักการทางวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ และพลิกแพลงหน้าตาของอาหารเล็กน้อย เพื่อความสนุกสนาน ที่แน่ๆ วัตถุดิบที่เลือกใช้เน้นของพื้นบ้านไทย ไม่ว่าจะเป็นพริกขี้หนูจากสามพราน, ไข่เค็มไชยา, ข้าวกล้องออร์แกนิกจากสุพรรณบุรี และใบหมาน้อยจากหนองคายที่สามารถนำมาทำเป็นเจลลาตินธรรมชาติ เป็นต้น 
 
                             จานเด็ดที่ทวิสท์ออกมาแล้วต้องแนะนำเริ่มจากของเรียกน้ำย่อยธรรมดาแต่คิดแล้วคิดอีกจนลงตัวอย่าง "หมึกผัดไข่เค็ม" หมึกชิ้นพอคำทอดแล้วคลุกเคล้ากับไข่เค็มไชยา ปรุงรสด้วยเนยสด กระเทียม และน้ำมันมะกอก แห้งๆ แต่รสกลมกล่อมกำลังดี และไอเดียล้ำเลิศอยู่ที่วางมาบนภาชนะสุดเก๋ เพิ่มความสนุกด้วยการรมควันกลิ่นมะพร้าวคั่วไว้ด้านล่าง อีกจาน "กุ้งแช่น้ำปลา" เพิ่มรสชาติด้วยซอสชิลลี่รสเผ็ดที่ใช้ความเย็นจากลิควิดไนโตรเจนในการทำให้ซอสออกมาในรูปของซอร์เบท์ (ผลไม้ปั่นใส่น้ำเชื่อม) ที่ให้กลิ่นหอมจากพริกขี้หนู ผักชี กระเทียม และน้ำมะนาวสด ตกแต่งจานด้วยแตงกวาและไชเท้าแดงที่ชิ้นบางๆ วางสลับอย่างประณีต
 
                             ผัดกะเพราเมนูยอดฮิตของคนไทย โอชาก็มีให้ลองแต่เปลี่ยนมุมมองเป็น "เนื้อผัดยี่หร่า" ฟังไม่ผิดแน่นนอนเพราะเขาฉีกกฎเกณฑ์ที่เคยมีมาด้วยใบยี่หร่า (รสร้อนแรง) ใช้วิธีนำเนื้อสันนอกแทรกไขมันเกรดพรีเมียมไปจี่ไฟบนกระทะร้อนๆ ก่อนจะรมควันเพื่อให้เนื้อมีความนิ่มและกลิ่นหอม แล้วลงผัดกับกระเทียม พริกขี้หนู ดอกยี่หร่า ใบยี่หร่า และน้ำพริกเผา เสิร์ฟมากับไข่แดงออร์แกนิกที่ปรุงรสกับซีอิ้ว เหล้ามิริน และสาเก ให้ความรู้สึกเหมือนกับลาวาที่กำลังปะทุออกมาจากภูเขาไฟ ยิ่งได้ทานคู่กับ ข้าวกล้องออร์แกนิกหุงด้วยน้ำมะพร้าวเผา กลิ่นหอมหวานเสิร์ฟมาในลูกมะพร้าว เนื้อนุ่มมาเจอข้าวนุ่มและหอมโอชาสมชื่อ 
 
                             อีกสำรับที่ไม่ควรพลาด "ปลาหิมะนึ่งซีอิ้ว" ลูกครึ่งไทย-จีนจานนี้ ใช้เทคนิคการต้มด้วยอุณภูมิต่ำและคงที่แล้วตุ่นในน้ำมันมะกอกนานๆ เพื่อรักษาคุณค่าอาหารไว้ ขอแถมอีกรายการ "หอยนางรม" ร้านนี้คัดมาแต่ไซส์จัมโบ้จากสุราษฎร์ธานี ปกติไม่ปรุงกันแต่เชฟหนุ่มเกรงว่าบางคนไม่ชอบดิบ 100 เปอร์เซ็นต์ เลยเอาไปปรุงให้พอสุกที่ยังคงรสสัมผัสดิบได้อยู่ เพิ่มลูกเล่นด้วยโฟมขาวนุ่มทำจากใบมะกรูดปั่นรสชาติเปรี้ยวนำหวานตาม ขณะที่เครื่องดื่มเป็นแบบฟูลบาร์ ที่เก๋ไก๋แนะนำเป็นเมนูซิกเนเจอร์ค็อกเทล "ต้มยำกุ้ง บลัดดี้แมรี่" ผสมจากน้ำมะเขือเทศและวอดก้ารสชาติเผ็ดปนเปรี้ยว หรือ "หนุมาน จิน ฟิซ" ปรุงจากเหล้าจิน ตะไคร้ โรสแมรี่ น้ำมะนาว และไข่ขาวออร์แกนิก แต่ที่เด็ดสุดต้องยกให้ชาสุดสร้างสรรค์ที่เชฟคิดค้นด้วยตัวเอง "ชาสมุนไพรสด" ประกอบด้วยเมล็ดหมามุ่ย, แจแปนนิสมิ้นท์, ไทยมิ้นท์, เลมอนไทม์, คาโมมายด์ และหญ้าหวาน ต้มในหม้อชาวิทยาศาสตร์ราว 5 นาที ก็ได้น้ำชาสีเหลืองอ่อนมีรสชาติหวานจากหญ้าหวาน และหอมละมุนอย่างมาก ที่สำคัญเจ้าของไอเดียบอกเมล็ดหมามุ่ยถ้าติดตามข่าวจะรู้ว่ามีสรรพคุณเป็นไวอากร้าธรรมชาติเชียวนะ
 
                             สไตล์ของโอชาเป็นไทยไมเดิร์นแฝงอารมณ์ตะวันตก เพราะฉะนั้นอย่าแปลกใจหรือเสียอารมณ์หากสั่งอาหารบางสำรับแล้วต้องรอไม่ต่ำกว่า 20 นาที นั่นเกิดจากความตั้งใจและใส่ใจในการปรุงด้วยเทคนิคเฉพาะตัวกว่าจะเสร็จสมบูรณ์ จึงอยากให้ตั้งข้อสังเกตว่าทำไมเวลาไปดินเนอร์สุดหรูไม่ว่าสไตล์ไหน เราก็พร้อมรอคอยอย่างใจเย็นเพื่อแลกมาด้วยความประทับใจในรูปลักษณ์และรสชาติ และอาหารไทยร้านนี้ก็ให้ความรู้สึกไม่ต่างกัน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 0-2256-2534