
บทวิเคราะห์การเข้าสู่เออีซีอย่างสร้างสรรค์
01 พ.ย. 2557
บทวิเคราะห์การเข้าสู่เออีซีอย่างสร้างสรรค์ผนึกพลังและการเตรียมความพร้อมของไทย : คอลัมน์ แต่งร้านให้ได้ล้าน โดย... ผศ.เอกพงษ์ ตรีตรง
การเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ เออีซี จะต้องเข้าสู่การเตรียมความพร้อมอย่างเข้มแข็ง โดยเฉพาะด้านการพัฒนาบุคลากร สถานการณ์ในปัจจุบันมีรายงานว่าคนไทยและเมืองไทยยังไม่ได้มีความพร้อม โดยเฉพาะด้านแรงงานทุกระดับ รายงานบางฉบับได้กล่าวว่าตลาดแรงงานในไทยอาจได้รับผลกระทบเรื่องการจ้างงานจากสมาชิกอาเซียนแทนคนไทย และอุปสรรคปัญหาด้านต่างๆ มากมาย โดยมีสาเหตุดังนี้
1.ทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ ของคนไทยถึงขั้นแย่ โดยเฉพาะระดับปริญญาตรี ที่ควรมียุทธศาสตร์แก้ไขด่วน เพราะปัจจุบันสถาบันการศึกษาขาดความเข้มข้นในการกรองคนคุณภาพ
2.ระบบความเป็นมืออาชีพระดับสากลในการบริหารทุกระดับ หลายหน่วยงาน ยังไม่ถึงเป้าหมายคุณภาพ โดยเฉพาะหน่วยงานราชการ และระบบการพัฒนาคุณภาพด้านฝีมือและความคิดสร้างสรรค์
3.การจัดการด้านสภาพแวดล้อม และกายภาพที่เตรียมความพร้อมสู่การเดินทางการพักอาศัยระยะสั้น และระยะยาวอันติดปัญหาด้านการลงทุนกฎหมายบางฉบับที่ยังเป็นอุปสรรค ระบบหลายเรื่องยังปล่อยให้เป็นวัวหายล้อมคอก ขาดการวางรากฐานการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะจากหน่วยงานราชการ
4.การพัฒนาการศึกษา ให้ทัดเทียมนานาอารยประเทศ โดยเฉพาะอันดับของมหาวิทยาลัยไทยที่ยังรั้งท้ายเอเชีย ขณะที่การศึกษาไทยในทุกระดับขาดคุณภาพเพราะมุมมองนักการศึกษาไทยกลุ่มล้าหลังยังคงมีอิทธิพลในการควบคุมดูแลและออกกฎออกระเบียบการประกันคุณภาพแบบไม่มีคุณภาพ ขาดชีวภาพทางการศึกษาที่หลากหลายหลากระดับ อาชีวศึกษาแทนที่จะทำหน้าที่ส่งคนคุณภาพในระดับฝีมือสู่สังคม มาเติมเต็มแรงงานระดับอาชีพในสังคมแต่กลับปรับฐานสู่ปริญญา จนปริญญาตรีล้นตลาด ปัจจุบันและอนาคตจะมีแต่คนที่จบสูงมากมายแต่ทักษะต่ำไป และคนที่คิดเพ้อเจ้อแต่ทำไม่เป็น ไม่รู้จริงแต่จบสูง
ขาดแคลนแรงงานอาชีพอย่างหนัก คนเรียนเก่งก็ไม่ได้เข้าสู่ตลาดแรงงานแต่กลับเข้าสู่การเรียนต่อเรียนไปเรียนมาแก่พอดีกลับมาไม่สามารถนำความรู้มาใช้ในวิชาชีพที่เรียนเลย บางคนเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยสอนหนังสือสอนคนเก่งจบมาก็กลับมาสอนหนังสือ วงเวียนวัฏจักรที่หมุนวนในแวดวงวิชาการไม่สามารถส่งผ่านไปในวิชาชีพ คนในวิชาชีพขณะนี้ขาดแคลนหนักมากทุกระดับ
5.การติดสินบนและคอร์รัปชั่นที่หนักหนาสาหัสลงลึกสู่วิถีที่แก้ยากเป็นปมประเทศ และความบาปที่สังคมมองเป็นเรื่องธรรมดา บางสังคมมองเป็นความชอบธรรมไปเสียแล้วด้วย อาเซียนจะเข้าสู่ความล้มเหลว และวุ่นวายก็เพราะการคอร์รัปชั่นระหว่างประเทศนั่นเอง
6.การวางยุทธศาสตร์การลงทุนที่ยังมองผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจมากกว่าความพยายามร่วมมือกันเสริมสร้างอาเซียนให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืนทุกมิติโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านความเชื่อมโยงในศิลปวัฒนธรรมร่วมกัน แทนการเอื้อประโยชน์อย่างไม่ชอบธรรมของนักลงทุนนอกอาเซียนบางประเทศที่ไม่จริงใจแต่จะตั้งหน้าตั้งตาจ้วงเอาผลประโยชน์จนลืมแลหลังถึงผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อม
7. การพัฒนาคุณภาพแรงงานโดยเฉพาะประเทศไทยที่วันนี้คุณภาพบางสาขาต่ำและขาดแคลน ที่หนักสุดคือ ทัศนคติของแรงงานที่ขาดมุมมองด้านคุณภาพแต่กลับมองที่เงิน!!! คือปัญหาที่สะสมมาตั้งแต่ตอนเรียนที่มองเกรดมองเรียนให้จบเร็วๆ ลอกการบ้านแทนที่จะมองความรู้ความเข้าใจที่จะได้รับจากการเรียนรู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่สำคัญกว่าเพียงแค่ห้องเรียน ห้องเรียนที่ตายสนิทมานานแล้ว ส่งผลสู่การออกมาเป็นแรงงานด้อยคุณภาพ แรงงานขาดศรัทธาและอุดมการณ์ !!!
8.ประเทศขาดการพัฒนาเชิงสร้างสรรค์ ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร น้อยมาก บางประเทศที่พร้อมอาจช่วงชิงสาระสำคัญด้านเด่นบางอย่างที่เราถนัดไปจดลิขสิทธิ์ สิทธิบัตรจนมรดกทางปัญญาประเทศไทย ร่อยหรออยู่ในมือต่างชาติจนหมดในวันหนึ่งถ้าไม่ปกป้องก็อาจเกิดการสูญเสียต่อมาใหญ่หลวง ในขณะที่การสนับสนุนให้เกิดพลังในการสร้างสรรค์ต่ำมาก การสนับสนุนงานวิจัยก็มีน้อยมากถ้าเทียบกับหลายๆ ประเทศ ทุนผลิตต้นแบบทางปัญญาก็ต่ำมาก คนต้นแบบในประเทศด้านการคิดค้นสิ่งใหม่ก็มีน้อย ร่อยหรอ ขาดพลังขาดกำลังใจขาดการส่งเสริมตลอดรอดฝั่ง ผักชีโรยหน้า!!!!!
9.การจัดกิจกรรมแสดงงานของหน่วยงานต่างๆ ทำไปอย่างไร้ทิศทางไร้เอกภาพต่างคนต่างทำ ขาดการบูรณาการ โดยเฉพาะหน่วยงานรัฐบางส่วนบางหน่วยงานจัดงานเสมือนตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ ขาดปึกแผ่นประชาสัมพันธ์มีแต่คนขายเดินขวักไขว่กับคนไทยเดินบางส่วนแต่ไม่ซื้อ ต่างชาติหร็อมแหร็ม จัดงานแบบหลอกตัวเอง ไม่ได้ผล ยอดขายต่ำ เหนื่อยฟรี ทำมากได้น้อยเห็นทีบางประเทศในอาเซียนจะแย่งซีนเราไปเสียหมดคนไทยเรานั่งมองตาปริบๆ
10.ค่านิยมเชิงลบบางอย่างของคนไทยที่แก้ไม่หาย เช่น การอิจฉา การไม่กล้ามองและฝันให้ไกลๆ ไปให้ถึง การบ้าหวย การมอมเมา ความเชื่อไสยศาสตร์ผิดๆ ผีมารซาตาน การไม่เข้าใจหลักสัจธรรมความจริงที่ถ่องแท้ การขาดความคิดความเชื่อทะเยอทะยานในสิ่งดีมีจริยธรรม ความรับผิดชอบขั้นสูง ความมีวินัย ที่ยังต้องแก้และปรับเปลี่ยนทั้งระบบ ผมมองว่าไม่ยากครับ ผมเชื่อว่าเปลี่ยนได้ในฐานะครู อาจารย์ เปลี่ยนคนไม่ยากด้วยพลังความเชื่อและสติปัญญาครับ
สุดท้ายทุกอย่างที่วิเคราะห์มาในบทความนี้มีทางออกครับ เพราะเรารู้ปัญหาแล้วและมองเห็นหนทางแก้ทะลุไปแล้วด้วยครับ แค่เปิดใจเปิดตา นำปัญญาสู่การกระทำร่วมกันครับ ความสำเร็จที่เป็นโอกาส ไม่ใช่อากาศว่างเปล่า ในสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงแห่งเอเชียอาคเนย์ที่จะถึงนี้ร่วมด้วยหัวใจเดียวกันครับ
.......................................
(หมายเหตุ บทวิเคราะห์การเข้าสู่เออีซีอย่างสร้างสรรค์ผนึกพลังและการเตรียมความพร้อมของไทย : คอลัมน์ แต่งร้านให้ได้ล้าน โดย... ผศ.เอกพงษ์ ตรีตรง)



