ไลฟ์สไตล์

'หมอรัชตะ'ยันต้องปรับกลไกการเงินบัตรทอง

'หมอรัชตะ'ยันต้องปรับกลไกการเงินบัตรทอง

30 ต.ค. 2557

กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ ยื่นหนังสือถึง รมว.สธ.หนุน สปสช.จัดสรรงบบัตรทอง 9 หมวดเหมือนเดิม 'หมอรัชตะ' ชี้กลไกการเงินการจัดสรรงบประมาณต้องปรับเปลี่ยน

 
                           30 ต.ค. 57  ที่อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ ประมาณ 50 คน นำโดย น.ส.สุรีรัตน์ ตรีมรรคา ผู้ประสานงานกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ นายนิมิต เทียนอุดม ผู้อำนวยการมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ และ น.ส.สุภัทรา นาคะผิว สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เข้ายื่นหนังสือถึง ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (รมว.สธ.) ขอให้ดำเนินการแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างการบริหารระบบกับการให้บริการในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดย ศ.นพ.รัชตะ เป็นผู้รับหนังสือด้วยตนเอง
 
                           ศ.นพ.รัชตะ กล่าวว่า ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า จะต้องมีต่อไปอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นกฎหมาย การพัฒนาระบบจะต้องทำให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น ในส่วนของกลไกการเงินของหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า มีความเห็นว่า จะต้องมีการปรับ เนื่องจากฝ่ายให้บริการเห็นว่ามีจุดที่ต้องพัฒนาให้ดีขึ้น เพื่อให้เกิดการบริการที่ดีที่สุด ส่วนจะปรับเป็นอย่างไรเป็นสิ่งที่ สธ.กับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ต้องหารือกันให้ได้ข้อสรุปร่วม ซึ่งตนได้มอบหมายไปแล้ว และให้เวลาดำเนินการ 2 เดือน ก่อนที่จะให้คณะอนุกรรมการพัฒนาระบบการเงินการคลัง ของคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ที่มี ดร.คณิศ แสงสุพรรณ เป็นประธาน ทั้งนี้ ได้เร่งรัดแล้วว่าให้เสร็จทันก่อนการจัดสรรงบประมาณในไตรมาสที่ 2 ของปีงบประมาณ 2558
 
                           "กลไกการเงินการคลังในการจัดสรรงบประมาณหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า จะต้องมีการปรับเปลี่ยน แต่ในการปรับเปลี่ยน ต้องฟังข้อมูลจากทุกภาคส่วน ให้ยืนอยู่บนหลักฐานเชิงประจักษ์ ซึ่งตอนนี้ยังไม่ฟันธงว่าจะเป็นในรูปแบบใด ส่วนความคิดเห็นที่แตกต่างเป็นเรื่องธรรมดา ก็ต้องเอาข้อมูลมาประมวลให้มีข้อสรุปที่ดีที่สุด ไม่ใช่ใช้ความรู้สึก เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดภายใต้งบประมาณที่จำกัด"
 
                           น.ส.สุรีรัตน์ กล่าวว่า กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ เห็นว่า รมว.สธ. ซึ่งเป็นผู้บริหาร สธ.และเป็นประธานบอร์ด สปสช. ควรต้องเร่งดำเนินการใดๆ เพื่อลดความขัดแย้งระหว่างการบริหารระบบกับการให้บริการในระบบ โดยต้องคำนึงถึงประชาชนเป็นหลัก รับประกันว่าประชาชนสามารถเข้าถึงบริการได้ ได้รับบริการที่มีคุณภาพ มีมาตรฐาน ไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำ และประชาชนตรวจสอบการจัดการงบประมาณได้ และให้ประชาชนมีส่วนร่วม
 
                           "ข้อเสนอของกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ คือ การคงประเภทกองทุน 9 ประเภทไว้ แต่ให้มีการจัดทำข้อมูลยืนยันว่าในระยะเวลาต่อไป สามารถปรับลดประเภทลงได้ เช่น กรณีกองทุนการแพทย์แผนไทย เมื่อพบว่าโรงพยาบาลต่างๆ มีการดำเนินการให้บริการนี้อย่างชัดเจน หรือกองทุนช่วยเหลือเยียวยาผู้รับบริการ ผู้ให้บริการหากพบว่ามีการออกกฎหมายกองทุนคุ้มครองสิทธิ์ผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข ขณะเดียวกันบอร์ด สปสช. ต้องมีการตรวจสอบการดำเนินงานของ สปสช.อย่างเข้มงวด ติดตามการบริหารงบประมาณแต่ละประเภท"
 
                           อนึ่ง กลไกการจัดสรรงบประมาณเหมาจ่ายรายหัวของกองทุนหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าในปัจจุบัน จะจ่ายตรงไปที่หน่วยบริการโดยใช้เกณฑ์จำนวนประชากรในพื้นที่ที่รับผิดชอบ และจะแบ่งงบเหมาจ่าย เป็น 9 ประเภท ได้แก่ 1. หมวดผู้ป่วยนอก 2. ผู้ป่วยใน 3. ส่งเสริมป้องกันโรค 4. เงินช่วยเหลือเบื้องต้นผู้รับบริการ ตามมาตรา 41 พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 5. กรณีโรคเฉพาะ 6. ฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์ 7. บริการการแพทย์แผนไทย 8. เงินช่วยเหลือเบื้องต้นผู้ให้บริการตามมาตรา 41ฯ และ 9. งบค่าเสื่อม ขณะที่ สธ.เสนอให้ปรับลดการจัดสรรลงเหลือเพียง 4 ประเภท คือ หมวดผู้ป่วยนอก หมวดผู้ป่วยใน หมวดส่งเสริมป้องกันโรคและหมวดชดเชยตามมาตรา 41 และจัดสรรงบประมาณผ่านเขต